๒๓๕. ศาสตร์พระราชา..กับการพัฒนาโอเน็ต

เราเสียเวลา..กระตุ้นเตือนและติวโอเน็ตมาตลอด จนลืมวิถีชีวิตจริงๆ ลืมทักษะชีวิตที่เป็นเครื่องมือสำคัญ ที่ช่วยให้เยาวชนเป็นคนที่สมบูรณ์ในชุมชนสังคม..

บรรยากาศในโรงเรียนยามเช้า..สงบเงียบ ลมพัดใบไม้ไหวอย่างแผ่วเบา ผมต้องรีบเร่งทำงาน ก่อนอากาศที่ร้อนอบอ้าว..จะพัดมาเยือนในช่วงสาย และรบกวนการทำงานไปตลอดทั้งวัน..

ปิดเทอมเหงาแต่ได้งาน..แม้เป็นงานเดิมๆ ในช่วงครึ่งวันเช้า แล้วไปต่องานเอกสารในห้องพักครู ตรวจติดตามและรายงานนำส่งให้สำนักงานเขตพื้นที่ฯ เป็นเช่นนี้อยู่เสมอ..

ทำอย่างนี้ยาวนานมาทุกช่วงปิดภาคเรียน..กับการประคับประคองแหล่งเรียนรู้และสิ่งแวดล้อม ให้อยู่รอดในท่ามกลางความแห้งแล้ง....

สัตว์เลี้ยงที่น่ารัก..ร้องทักทาย..อย่างคุ้นเคยและคงหิว..ริเริ่มแล้วก็ต้องเลี้ยงเขาให้ไปต่อให้ได้ ก่อนที่นักเรียนจะมาสานต่อช่วงเปิดเทอม..ถึงตอนนั้นมันแข็งแรงแน่นอน..

เป็ดเทศสาวหนุ่ม..คลอเคลียอย่างหวานชื่นและอบอุ่น..ในเล้าที่ปลอดภัย สร้างคลุมบ่อปุ๋ยหมักผักตบชวา เชื่อว่า..อีกไม่นาน เป็ดเทศจะออกไข่ และกลายเป็นครอบครัวใหญ่ได้ในไม่ช้า..

ปลานิล..แหวกว่ายไปรอบๆตัวกบ และกบหลายตัว เริ่มหลบมุมไปพักร้อนอยู่ในป่าหญ้าข้างบ่อ ที่ผมตั้งใจไม่ถางหญ้า ต้องการให้เป็นป่าในระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์

เป็ดไทย..โตไว..เดินไปเดินมา บนฟางนุ่มๆชุ่มน้ำ อยู่ในเล้าเคียงคู่เล้าไก่ ตรงกลางเป็นกรงกระต่าย..ที่เอาแต่นอนทั้งวัน

เล้าไก่..ถึงเวลาต้องเอาแกลบเก่าออกมาใส่ต้นไม้ วันนี้ใส่โคนต้นกล้วย แล้วสูบน้ำที่ขุ่นเข้มออกจากบ่อปลาดุก ไปรดต้นกล้วย ข่า และตะไคร้..

ถ้าเด็กได้ปฏิบัติและเรียนรู้ในสิ่งที่ผมทำ สนใจและรักในสิ่งที่ทำ..นำไปฝึกฝนต่อที่บ้าน สานต่อเป็นอาชีพขั้นพื้นฐาน เกิดก่อความรู้สึกที่รักการทำงาน ช่วยเหลืองานของครอบครัว..ผมยังจำเป็นที่จะต้องติวความรู้เพื่อโอเน็ตให้เขาไหม..ผมอยากรู้

หากคิดว่า..ความรู้คู่การปฏิบัติ เก่ง ดี และมีความสุข อยู่ในกระบวนการเรียนรู้ เราจะเร่งรัดพัฒนาผลโอเน็ตให้สูงขึ้นอย่างเดียว..มันจะถูกต้องหรือไม่....

เพราะโรงเรียนและเด็กที่ด้อยโอกาส..มิอาจใช้ผลโอเน็ตที่เป็นความต้องการของการจัดการศึกษา..ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้เลย..

เราเสียเวลา..กระตุ้นเตือนและติวโอเน็ตมาตลอด จนลืมวิถีชีวิตจริงๆ ลืมทักษะชีวิตที่เป็นเครื่องมือสำคัญ ที่ช่วยให้เยาวชนเป็นคนที่สมบูรณ์ในชุมชนสังคม..

อย่ายัดเยียดการเรียนรู้ เพื่อการแข่งขันสู่ความเป็นเลิศ เพราะนั่นคือการบ่มเพาะความเห็นแก่ตัว เอาตัวรอด ใจแคบ ทำงานกับใครไม่ได้และ..ให้..ไม่เป็น..

ดังนั้น..การตั้งเป้าหมายของการศึกษา ไปที่ผลโอเน็ต จึงไม่สอดคล้องกับวัฒนธรรมและวิถีชุมชนไทย ที่มากไปด้วยปัญหาทางสังคม จึงอาจสร้างความล่มจมตามมาก็คือ จะมีเด็กหลังห้องมากมาย..ที่จะถูกทอดทิ้งไว้ข้างหลัง..ตลอดกาล

การไม่ขานรับนโยบายซะทั้งหมด จะไม่เป็นอันตรายอีกต่อไป ถ้าเราใช้บริบทของแต่ละโรงเรียน ใช้ความเป็นตัวตนที่แท้จริงและใช้แหล่งเรียนรู้ที่มีอยู่ สอนเด็กให้เขารู้ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สอนการคิดคำนวณ และบูรณาการไปสู่การทำมาหากิน..

การมีเหตุผล รู้จักความพอประมาณและเข้าถึงภูมิคุ้มกัน เป็นสิ่งที่ต้องเร่งสร้างให้เกิดในตัวเด็กอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องใช้ติวเตอร์ แล้วความรู้และคุณธรรมจะเกิดตามมา..นี่คือ..ศาสตร์พระราชา ที่อยากแนะนำให้รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาฯนำไปปรับใช้..ครับ

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๒๓ เมษายน ๒๕๖๐


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บ้านหนองผือ...สถานศึกษาพอเพียง



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 

ศาสตร์ของพระราชา

มีคุณค่ากับทุกคนจ้ะ