ศึกษาวัฒนธรรมประเพณีและพิธีกรรมของคนไทยเชื้อสายจีน ชุมชนตรอกโรงธูป ผ่านการสังเกตการณ์แบบมีส่วนร่วมและสัมภาษณ์ประชาชนผู้เข้าร่วมพิธีกรรมในงานประจำปีของศาลเจ้า ปี พ.ศ.2560 (ครั้งที่ 6)

ทุนชุมชนในภูมิภาคตะวันตก กรณีศึกษา: กลุ่มการจัดการศาลเจ้าซำซัวก๊กอ้วง
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

ศึกษาวัฒนธรรมประเพณีและพิธีกรรมของคนไทยเชื้อสายจีน ชุมชนตรอกโรงธูป พิธีกรรมในงานประจำปีของศาลเจ้า

จากการที่คณะผู้จัดทำได้เฝ้ารอกันมาเนิ่นนานและแล้ววันนี้ก็เวียนมาถึง วันที่จะได้ศึกษาและเข้าร่วมพิธีกรรมของคนไทยเชื้อสายจีนในวันงานประจำปีของศาลเจ้าในชุมชนตรอกโรงธูปในวันนี้จะเป็นวันที่คนในชุมชนและชุมชนใกล้เคียงที่มีความศรัทธาต่อองค์เทพเจ้าซำซัวก๊กอ๊วง ซึ่งเป็นเทพเจ้าที่กลุ่มชาวจีนแต้จิ๋วนับถือกัน และในวันนี้คณะผู้จัดทำได้ลงพื้นที่แต่เช้าเพื่อไปร่วมพิธีกรรมในวันนี้ โดยปกติแล้วงานประจำปีของศาลแห่งนี้จะจัด 3 วัน 3 คืนและวันที่ 3 ของงานจะเป็นวันงานที่ใหญ่ที่สุดมีการไหว้บูชาเทพเจ้าเป็นช่วงเวลา นอกจากนี้ยังมีการแสดงมหรสพและร่วมรับประทานอาหารเย็นร่วมกันบรรยากาศนั้นเป็นไปอย่างอบอุ่น เรียบง่ายแบบพี่แบบน้อง วันนี้ก็เป็นวันที่ 3 ของงานแล้วพวกเราจึงมาเข้าร่วมพิธีกรรมในครั้งนี้โดยได้จัดนำขนมเปี๊ยะซึ่งเป็นขนมสิริมงคลของชาวจีนมาไหว้ในพิธีกรรมครั้งนี้ บรรยากาศในวันนี้มีพี่น้องในชุมชนมาร่วมพิธีไหว้เป็นระยะๆ ตลอดทั้งวันทั้งนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีที่คณะผู้จัดทำจะได้ศึกษาและสัมภาษณ์ข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับวัฒนธรรมประเพณีและพิธีกรรมของคนไทยเชื้อสายจีนในวันนี้พวกเราได้รับความอนุเคราะห์จากผู้ให้ข้อมูลสำคัญที่สละเวลามาให้ข้อมูลกับเรา ผู้ให้ข้อมูลได้เล่าถึงประวัติความเป็นมาของศาลเจ้าถือเป็นการทบทวนข้อมูลของพวกเราไปในตัว นอกจากนี้ยังพูดคุยกันถึงวัฒนธรรมประเพณีและเทศกาลสำคัญๆต่างๆของชาวจีนเช่น วัฒนธรรมด้านการแต่งกาย ด้านอาหาร ด้านภาษาและเทศกาลตรุษจีน สารทจีน เช็งเม้ง กินเจ เป็นต้น ทั้งนี้คณะผู้จัดทำจะขอยกตัวอย่างผู้ให้ข้อมูลสำคัญดังนี้

ผู้ให้ข้อมูลสำคัญคนที่ 1 คุณอารีย์ (เจ๊หมวย) แซ่ตั้ง

คุณอารีย์ (เจ๊หมวย) ได้เล่าถึงประวัติความเป็นมาของศาลเจ้าว่าในอดีตเมื่อมีชุมชนจึงมีการสร้างศาลเล็กๆเพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชน และมีประชาชนศรัทธาและเข้ามาไหว้บูชาเทพเจ้าจำนวนมากซึ่งต่างจากปัจจุบันที่มีผู้เข้าร่วมงานลดน้อยลงถึงน้อยมาก แต่ทั้งนี้เจ๊หมวยกล่าวว่าถึงอย่างไรเมื่อตนยังมีชีวิตอยู่ก็จะยังคงจะมาร่วมพิธีกรรมต่อไป นอกจากนี้เจ๊หมวยยังเล่าถึงวัฒนธรรมประเพณีและความเชื่อต่างๆมากมาย เช่นความเชื่อเรื่องการยกเด็กที่เลี้ยงยาหรือป่วยบ่อยให้เป็นลูกเทพเจ้าเพื่อให้ท่านช่วยปกปักรักษาโดยมีสิ่งที่ต้องใช้ในพิธีได้แก่ ข้าวสาร 1จาน , เงิน 12บาท , เสื้อผ้าชุดเด็กของจริง 1ชุด , จากนั้นจะมีร่างทรงทำพิธีและประทับตราที่จะสื่อถึงเทพเจ้า ส่วนในด้านวัฒนธรรมต่างๆ เจ๊หมวยได้ให้ข้อมูลว่าในอดีตคนจีนรุ่นแรกที่เข้ามาอยู่ในชุมชนจะใช้ภาษาจีนแต้จิ๋ว เช่น เจี๊ยะปึ่งคือกินข้าว เจี๊ยะจุ้ยคือกินน้ำเป็นต้น ส่วนการแต่งกายหญิงชายจะใส่คล้ายกันคือกางเกงเลและเสื้อเชิ้ตคอกลมมีกระดุมผ่ากลางตัว และสำหรับวันเทศกาลของคนไทยเชื้อสายจีนที่เด่นชัดก็คือ เทศกาลตรุษจีน สารทจีน เช็งเม้ง ซึ่งสิ่งของที่ใช้ไหว้

เทพเจ้าและบรรพบุรุษ จะใช้จำพวกเดียวกันประกอบไปด้วยชุดเครื่องซาแซมี เป็ด,ไก่ หมู ปลาหมึกแห้งหรือโหงวแซจะเพิ่มกุ้ง หอยหรือ ปูเข้ามาให้เป็น 5 อย่าง ในส่วนของอาหารจะเป็นข้าวและแกงปกติจะนิยมผัดหมี่เตี๊ยวเพราะเชื่อว่าจะอายุยืนยาวดั่งเส้นหมี่เตี๊ยว ขนมนั้นจะใช้ขนมนมสาว(ขนมเทียน) ขนมเข่ง หรือขนมที่มีเนื้อฟูๆ เช่น สาลี่ ขนมถ้วยฟูเป็นต้น และผลไม้จะใช้ได้ตามฤดูกาลแต่จะมีผลไม้ที่ไม่นิยมใช้ เช่น มังคุด ละมุด พุทรา เป็นต้น ส่วนที่นิยมใช้มากที่สุดได้แก่ กล้วยหอมทอง แก้วมังกร ส้ม หรือผลไม้ที่มีชื่อเป็นมงคลเป็นต้น


ภาพการสัมภาษณ์โดยผู้ให้ข้อมูลคือ คุณคุณอารีย์ (เจ๊หมวย) แซ่ตั้ง (22-03-2560 : 9.00น.-12.00น.)

ผู้ให้ข้อมูลสำคัญคนที่ 2 คุณหยองฟ้า เธษฐ์ปจิฉิม

คุณหยองฟ้า เธษฐ์ปจิฉิม นั้นเดิมทีไม่ใช้คนในท้องที่แต่เดิมแต่ได้แต่งงานเข้ามาเป็นสะใภ้ของคนจีนในชุมชนเขาได้เข้ามาอยู่ในชุมชนหลายสิบปีและทันเห็นศาลเจ้าเก่าที่เป็นศาลไม้เล็กๆ เขาเล่าว่าสมัยก่อนเมื่อคนจีนอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในชุมชนตรอกโรงธูปจึงมีการรวมเงินกันสร้างศาลเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในชุมชนหลังจากนั้นเมื่อเวลาผ่านไปในสมัยการปกครองของเทศบาลนครปฐม ภายใต้การนำของนาย สุนทร แก้วพิจิตร ได้ที่ดินของเทศบาลซึ่งเป็นสระน้ำนิ่งให้แก่ชุมชนและช่วยสร้างศาลขึ้นมาใหม่ให้ใหญ่และมั่นคงกว่าเดิมและมีการสืบทอดพิธีกรรม วัฒนธรรมและประเพณีของชาวไทยเชื้อสายจีนมาจนถึงปัจจุบัน สำหรับชีวิตความเป็นอยู่ของคนในชุมชนเป็นไปอย่างเรียบง่ายส่วนมากประกอบอาชีพค้าขาย และมีการสื่อสารด้วยภาษาจีนแต้จิ๋วควบคู่กับภาษาไทย ด้านอาหารการกินจะเน้นรสชาติจืด และน้ำซุปร้อนๆ การแต่งกายในสมัยโบราณจะใส่กางเกงขาก๊วยสีดำเสื้อเชิ้ตคอกลมผ่ากระดุม ส่วนยุคปัจจุบันนั้นแต่งกายปกติทั่วไปตามยุคสมัย สำหรับวันเทศกาลสำคัญเช่นตรุษจีน สารทจีน เช็งเม้งก็จะปฏิบัติเหมือนกับที่กล่าวมาข้างต้น แต่อีกเทศกาลที่เขาให้ความสำคัญคือ เทศกาลกินเจ เขาจะกินเจ 10 วัน และเคร่งครัดมากโดยการเข้าโรงเจเพื่อสร้างบุญกุศลให้กับตนเองและครอบครัว


ภาพการสัมภาษณ์โดยผู้ให้ข้อมูลคือ คุณหยองฟ้า เธษฐ์ปจิฉิม (22-03-2560 : 9.00น.-12.00น.)

หลังจากที่พวกเราได้สัมภาษณ์คนในชุมชนไปบ้างบางส่วนพวกเราก็พบกับจุดสนใจจุดใหญ่ค่ะคือ คณะงิ้วนั่นเองค่ะ พวกเราได้เข้าพูดคุยกับผู้แสดงท่านหนึ่งซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนานและเป็นกันเอง พวกเราได้สัมภาษณ์คุณวรากรณ์ สกุลนา ซึ่งได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการแสดงงิ้วว่ามีความใหญ่ของวง 3 ขนาดคือ ใหญ่ กลาง เล็ก และในช่วงการแสดงจะแบ่งเป็นช่วงเวลา 9.00น.-11.00น. จะแสดงถวายเทพเจ้าในศาลและช่วง 19.00น.เป็นต้นไปจะเล่นเป็นเรื่องราวอิงตามพงศาวดารหรือประวัติศาสตร์จีน เรื่องที่นิยมเล่นได้แก่ ขุนศึกตระกูลหยาง เปาปุ้นจิ้น เป็นต้น ก่อนจะทำการแสดงตัวละครทุกตัวจะต้องทบทวนบทจากเอกสารที่หัวหน้าวงได้เตรียมไว้ให้เพื่อให้การแสดงดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและตรึงตาตรึงใจผู้ชม


ภาพการสัมภาษณ์โดยผู้ให้ข้อมูลคือ คุณวรากรณ์ สกุลนา (22-03-2560 : 9.00น.-12.00น.)


ภาพการแสดงช่วงเช้าเพื่อถวายแด่เทพเจ้า ซำวัวก๊กอ้วง (22-03-2560 : 9.00น.-12.00น.)



ภาพการแสดงช่วงกลางคืนเพื่อถวายแด่เทพเจ้า และให้ผู้ชมได้ชมการแสดง (22-03-2560 : 9.00น.-12.00น.)

https://youtu.be/-GrzrUZ-378

สื่อวีดีโอประกอบรูปภาพและข้อมูล (22-03-2560 : 9.00น.-12.00น.)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กรณีศึกษา:กลุ่มการจัดการศาลเจ้าซำซัวก๊กอ้วง



ความเห็น (0)