ค่ายธรรมะเยียวยาตอนที่ 2

สรุปกิจกรรมหลักๆในวันที่ 2 5 เมษายน 2560

เริ่มต้นจากกิจกรรม
1. หาพื้นที่ปลอดภัย ของแต่ละคน พื้นที่ของแต่ละคน (safe space)
คล้ายๆ กัน เช่น ครอบครัว ธรรมชาติ และ บางคนใช้จินตนาการมองหาพื้นที่ปลอดภัย และ เมื่อนึกถึงก็มีความสุข และ พื้นที่ปลอดภัยมี ผู้จากไปอยู่ในนั้นด้วย



สรุปบทเรียนจากการทำกิจกรรมพื้นที่ปลอดภัย ภาพแต่ละคนมีทั้ง ภาพปัจจุบัน อดีต และอนาคตทุกอย่างล้วนมีอิทธิพลกับเรา ณ เวลานี้ขอให้ทุกคนเก็บภาพนี้ติดตัวไว้ตลอดการอยู่ด้วยกัน 3 วันนี้ เราจะได้ใช้ตลอด เป็นการเตรียมตัวเราให้มั่นคง เป็นการดึงขุมพลังที่เรามีและเราสร้างขึ้นมาภายในของเราเองเพื่อให้เราหนักแน่น เมื่อเราต้องเจอสิ่งต่างๆที่เข้ามาในชีวิตไม่ว่าจะดีหรือร้าย
2. การเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้ share grief jouney ของแต่ละคนเป็นอย่างไร
3. และทุกคนได้มาแบ่งปัน ทำให้เห็นว่า แต่ละคน อยู่ใน process ไหน
4. การแบ่งปันทำให้ได้ระบายความรู้สึก ทั้งโดยการพูดออกมา การร้องไห้ กลุ่ม support กันและกัน โอบกอด กัน
5. พื้นที่ที่ระบายความรู้สึกนั้นเป็นพื้นที่ที่สามารถเปิดระบายได้เป็นความลับที่ไม่เคยพูดที่ไหนมาก่อนก็มี เป็นสิ่งที่ค้างอยู่ในใจ เหมือนคิดขึ้นมา นี่คือสิ่งที่ทำให้ ทราบ อะไรที่ทำให้เกิด inhibit grief
6. ทำให้ทราบว่าแต่ละคนก็มีวิธีการ coping ที่เหมือนและแตกต่าง
- ใช้วิธีการ ทำในสิ่งที่ผู้สูญเสียเคยทำ
“ชอบดอกไม้เหมือนยายพาทำ จะปลูกดอกไม้ ต่อดูแลดอกไม้ยายต่อ
- จิตวิญญาณ “ทำบุญแจกข้าวหาแล้วเลย” (ทำบุญอุทิศส่วนกุศล)
และปิดท้ายในช่วงเย็นหลังทำวัตรเย็นด้วยการถามปัญหาที่พบว่า เป็นตัวที่เหนี่ยวรั้งความเศร้าไว้ ซึ่งเราค้นพบจากการทำกิจกรรมแผนที่ความเศร้า จึงได้กระตุ้นให้ทุกคนถามคำถามพระอาจารย์เลย เราเรียนรู้จากค่ายที่แล้วว่า พระที่เค้านับถือ และโดยเฉพาะพระอาจารย์ไพศาล ท่านมีคำตอบที่แยบคาย โดยอิงตามหลักพุทธ อยู่แล้ว
ปุจฉา : ไม่บอกความจริงกับลูก เราทำถูกหรือไม่
ปุจฉา : ไม่บอกความจริงกับแม่บาปหรือไม่
วิสัชนา :อยู่ที่เจตนา การที่เราตั้งใจไม่บอก แต่กลัวคนป่วยจะเสียใจ จะทรุดก็เจตนาดี ไม่ถือว่าบาปกรรมของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ปุจฉา การช่วยให้คนไข้ระยะท้าย ให้คิดสิ่งดีดี เป็นการที่เราไปขัดขวางเจ้ากรรมนายเวรหรือไม่ เราจะได้รับผลอะไรมั๊ย (คำถามจากพยาบาลจากหนองบัวแดง)

วิสัชนา ท่านตอบว่า : ไม่เกี่ยว ก่อนตายไม่เกี่ยวกับเจ้ากรรมนายเวร เพราะเค้าหมดอายุขัย หมดบุญ เราช่วยเขาเราทำด้วยจิตเมตตา พระพุทธศานาสอนอย่างนี้ ไม่งั้นถ้าเราเห็นคนกำลังจะตาย รถชนแล้วเราไม่ช่วยเพราะกลัวเจ้ากรรมนายเวร มันใช่มั๊ย เดี๋ยวซวย แบบนี้ ไม่ถูก พุทธเจ้าไม่ได้สอนอย่างนี้ พระพุทธเจ้าสละชีวิตช่วยเสือตอน เป็นโพธิสัตว์ อุทิศให้แม่เสือกิน เพื่อไม่ให้เสือกินลูก เห็นใครเดือดร้อนเราต้องช่ว ปุจฉา :ญาติคนไข้คาใจในการตัดสินใจในการรักษาคิดว่าการตัดสินใจให้พ่อผ่าตัดแล้วพ่อแย่ทำให้รู้สึกผิด วิสัชชนา : ดูที่เจตนา หรือการผ่าหมอดูแล้วโอกาสรอดมากกว่าไม่ผ่า ถ้ามันเป็นเหตุสุดวิสัย ทุกคนเจตนาดีทั้งนั้น เช่น แม่ให้ลูกไปโรงเรียน ไปแล้วถูกรถชน แม่ผิดมั๊ยไม่เป็นเหตุสุดวิสัยคำว่า ไม่น่าจะ หรือ น่าจะ ให้ระวัง ในการใช้ มากๆ
เราน่าจะอย่างโน้น อย่างนี้ นี่คือ คิดถึงมันเมื่อไหร่คิดถึงมันเมื่อไหร่ทุกข์มาก ไม่น่าขับรถมาทางนี้เลยรถติด เอามาใช้ตอนที่เกิดแล้วบั่นทอนจิตใจ นี่แหละทุกข์เพราะความคิด
ปุจฉา : ภรรยาเสียชีวิต จะได้กลับมาเกิดมั๊ยจะได้เจอกับ ภรรยามั๊ยชาติต่อไป


วิสัชนา : ท่านตอบว่าถ้ามีเหตุให้เกิดก็ได้เกิด และพบกัน แน่นอน เราที่มาเข้าค่ายเคยเจอกันมาแล้วทั้งนั้น การที่จะเจอกัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ คนเราไม่ได้เกิดมาเพื่อใช้กรรมอย่างเดียว แต่เราก็สามารถสร้างกรรมดี พิจารณาความเจ็บความป่วยเป็นธรรมะ
ปุจฉา : ก่อนสิ้นลมหายใจแม่จะเจ็บปวดหรือไม่? เรามองเห็นแม่ทรมาน และสิ้นแล้ววิญญาณจะไปไหน

วิสัชนา : ท่านตอบว่ามี 2 ทาง คือสุคติและทุคติ กรรมดีที่ทำและจิต สุดท้ายสำคัญ เข้าวัดอย่าทำแต่บุญนะ ต้องฟังธรรม ดัวยนะ


อย่าหวังความสุข ความรวย ขอหวย เหมือนที่เราสวดมนต์ทำวัตร เรามีความแก่เป็นธรรมดา เรามี ความเจ็บไข้เป็นธรรมดา เราต้องฟังเรื่องนี้ด้วยดีแล้วมาฝึกจิตฝึกใจ ให้ครบทั้ง ทาน ศีล ภาวนา รู้ทันความคิดอารมณ์ ความโกรธ ความเกลียด

เป็นไงบ้างทุกคนปฏิบัติ เป็นอย่างไร ใหม่ๆจะเป็นอย่างนี้ต้องใช้ความอดทน
ปุจฉา : การทำพิธีต่ออายุ สะเดาะเคราะห์ แก้กรรม เป็นการทำไปในทางที่ถูกหรือไม่
วิสัชนา :ท่านตอบว่า ได้หรือไม่ได้ ไม่รู้ แต่เป็นการให้กำลังใจ ถ้าไม่สิ้นเปลืองมาก ทำไป เถอะ


และเป็นความเชื่อ เพราะบางทีคนเราต้องการกำลังใจจากพวกพิธีกรรมเหล่านี้
ปุจฉา : ไปบนบานแลวไม่สำเร็จ ทำให้ไม่ศรัทธาในพระพุทธศาสนา ไม่ใส่บาตร “ลูกสาวอายุ 22 เสีย 12 มกราคม 2560 รักษาอยู่ 2 ปี ป่วยใหม่ๆ พ่อรักมาก บนบาน อุทิศร่างกายให้เป็นครูใหญ่ผลชิ้นเนื้อ ดี แต่หลังมากลายเป็นเนื้อร้าย ลูกเป็นดวงใจของเขา เหมือนใจสลาย เค้าจึงไม่ศรัทธา ในสิ่งศักดิ์สิทธ์ ตอนนี้พ่อน่าห่วง

วิสัชนา : ท่านตอบว่า เค้าอาจจะไม่มีแค่ความรู้สึกเสียใจหรือผิดหวัง แต่มีความรู้สึกผิดด้วย เค้าอาจจะรู้สึกว่า ต้องการโทษบางสิ่งบางอย่างโทษบุญกุศล เค้าชอบตกปลาและชำแหละ ผ่าหัว ถ้าไม่คลายปมความรู้สึกผิด อาจเป็นความเศร้าผิดปกติ เราจะช่วยพ่ออย่างไร

วิสัชนา : ท่านตอบว่า ให้เค้ายอมรับก่อนว่า ไม่ใช่ ชะตากรรมไม่เป็นธรรมกับลูก เค้าคงโกรธตัวเอง เค้าอาจจะทำอะไรผิดกับลูกแต่เก็บไว้ แต่เรื่องฆ่าปลาก็มีส่วน โกรธตัวเอง แต่ไม่ยอมรับจึงไปโกรธสิ่งอื่นแทน
ท่านแนะนำให้เขียน หรือพูด ต่อหน้ารูปภาพ บางคนพูดต่อหน้าพระพุทธรูป แต่ถ้าเค้าไม่ศรัทธาแล้วก็พูดเลย ขอขมา ขออโหสิกรรม
และกิจกรรมวันนี้จึงเชื่อมต่อ กิจกรรมของวันต่อไป

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกของผู้หญิงสีขาว

คำสำคัญ (Tags)#palliative care#bereavement care#การุณรักษ์

หมายเลขบันทึก: 627489, เขียน: 13 Apr 2017 @ 16:49 (), แก้ไข: 13 May 2017 @ 22:49 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 1, ความเห็น: 1, อ่าน: คลิก


ความเห็น (1)

อนุโมทนาด้วยนะคะ

การทำงานคือการปฏิบัติธรรม