.ผลโอเน็ตสดใส ..ก่อเกิดกำลังใจกับความสำเร็จเล็กๆ (Small Success) แม้มันอาจจะไม่ใช่ความสำเร็จที่แท้จริง แต่มันก็ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านการวางแผน ที่ต้องใช้ความอดทน..ผลที่ได้รับ จึงไม่ใช่เป็นตัวถ่วงของใคร..และก็ไม่ต้องตกเป็นจำเลยของสังคม..

ผมตั้งคำถามทุกปี..ว่าจะสอบโอเน็ตไปทำไม..มันทำให้เด็กเก่ง ดี และ มีความสุขได้กระนั้นหรือ?..”ข้อสอบ” ที่เขาคิดว่ามาตรฐาน..เคยคิดกันไหม ว่าสร้างคุณูปการกับการศึกษาและสังคมมากน้อยเพียงใด..เป็นวิธีการที่ถูกต้องแล้วใช่ไหม..ที่จะยกระดับการศึกษาด้วยวิธีการนี้....

ระบบการศึกษากับโอเน็ต..ล้มเหลวมาแล้วกี่ปี พอตกต่ำแล้วก็สร้างโครงการพัฒนา..สร้างงานผลาญเงินกันมานับ ๑๐ ปี..เด็กเป็นคนดี มีวินัย ใฝ่รู้ รักงาน..กตัญญูต่อพ่อแม่ ครอบครัวและแผ่นดิน..ต้องสอบวัดกันด้วยข้อสอบ..โอเน็ต..อย่างนั้นหรือ.....

ที่สำคัญที่สุด..การศึกษาที่ไม่เท่าเทียมกัน..ต่างกันทั้งบริบทโรงเรียน จำนวนครู ชุมชน สังคม และสภาพครอบครัวของเด็ก..ยังกล้าคิดที่จะใช้เครื่องมือเหมือนกันจากส่วนกลาง..บ้าไปแล้ว

สร้างหลุมดำและจุดบอดทางการเรียนการสอน..กระบวนการเรียนรู้ไม่เป็นไปตามธรรมชาติ สร้างเงื่อนไข..ให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาเบื่อหน่าย ซ้ำซาก..ไม่รู้จบ..

ครับ..ผมบ่นแบบนี้ ปีละ ๒ – ๓ ครั้ง..เพราะพิษโอเน็ต..ทำให้ผมทำงานจนแทบจะอาเจียน.... แทนที่จะใช้เวลาเต็มที่กับการพัฒนาเด็กให้อ่านคล่องเขียนคล่อง ทำงานเป็น ฝึกอาชีพ อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม เป็นผู้นำตนเองได้..แต่ผมกลับทำไม่ได้ เพราะห่วงหน้าพะวงหลัง..

ความจริง..ผมเป็นผู้บริหารโรงเรียนเล็กๆคนหนึ่ง..ที่ประสบความสำเร็จเรื่องโอเน็ตด้วยซ้ำ ดีใจปีละครั้ง ทั้งที่รู้ว่า.มันไม่ใช่..เพราะอนาคตเด็ก อนาคตชาติ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับโอเน็ต แต่โอเน็ต..จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เด็กอ่อนแอ...และพาชาติตกต่ำ..

ต่อไปนี้เป็นเรื่องจริง..ที่ผมสอนและเสริมด้วยข้อสอบ (ติว)..โดยการมีส่วนร่วมของครูและนักเรียนอย่างพร้อมเพรียงและน่ารัก ประสบความสำเร็จมาตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๕๗..ถามว่าผมภูมิใจไหม..มันบอกไม่ถูก ขอแค่ได้ผ่อนคลาย จากการต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรคขวากหนามมานานนับปี..ถามตัวเองว่า..เมื่อไหร่จะหลุดรอดออกไปจากระบบและพันธนาการนี้เสียที...

ปีการศึกษา ๒๕๕๘..นักเรียนทำคะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ยระดับชาติ ๖.๒๒ /ปีการศึกษา ๒๕๕๙ สูงกว่าระดับชาติ ๑๒.๑๓ ปีนี้ค่าเฉลี่ยทุกวิชาอยู่ที่ ๕๕.๓๒ มากกว่าปีที่แล้ว ๔.๑๒

ปีการศึกษา ๒๕๕๘..เขตพื้นที่จัดอันดับค่าเฉลี่ยของคะแนน จากทั้งหมด ๙๓ โรงเรียน..ร.ร.บ้านหนองผืออยู่ในอันดับที่ ๓๖ ปีนี้จบที่อันดับที่ดีขึ้น คือ อยู่ในอันดับที่ ๑๘ ซึ่งถือว่าหรูมาก

เมื่อเทียบเคียงกันเองในกลุ่มเครือข่ายในตำบลเดียวกันที่มีด้วยกัน ๖ โรงเรียน..คะแนนเฉลี่ยจะอยู่ในอันดับที่ ๑...เป็นเช่นนี้มา ๒ ปีซ้อน..อันนี้ถือว่าสวยงาม

ถ้าจัดอันดับภายในอำเภอที่มีทั้งหมด ๔๑ โรงเรียน ปีนี้อยู่ในอันดับที่ ๙ ..ถ้าจัดในกลุ่มโรงเรียนขนาดเล็กของเขตพื้นที่ที่มี ๓๒ โรงเรียน หนองผือจะติดอันดับที่ ๗ ..ก็นับว่าสุดยอดแล้ว

จากข้อมูลของเขตพื้นที่..ยังมี ๒ สาระวิชาที่มีคะแนนเฉลี่ยติดอันดับท๊อปเท็นของเขตฯ คือ วิชาสังคมศึกษาและวิชาวิทยาศาสตร์..

ปัจจัยมากมายที่ทำให้ผลลงเอยได้ขนาดนี้..พื้นฐานสำคัญอยู่ที่..การอ่าน..ของนักเรียนเข้มแข็งมาก ซึ่งผมไม่เคยมองข้ามในจุดนี้เลยแม้แต่น้อย..

ความสำเร็จในด้านตัวเลข..๓ ปีการศึกษาที่ผ่านมา ยิ่งจะคุ้มค่า เมื่อส่งผ่านไปยังเด็กป. ๖ ที่ผมต้องส่งต่อให้เขาไปสู่ชั้น ม.๑..ด้วยการสอบคัดเลือกเข้าโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอ ..สอบได้ที่ ๑ และที่ ๒... ต่อเนื่องมาแล้ว ๓ ปี

ครับ..ผลโอเน็ตสดใส ..ก่อเกิดกำลังใจกับความสำเร็จเล็กๆ (Small Success) แม้มันอาจจะไม่ใช่ความสำเร็จที่แท้จริง แต่มันก็ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านการวางแผน ที่ต้องใช้ความอดทน..ผลที่ได้รับ จึงไม่ใช่เป็นตัวถ่วงของใคร..และก็ไม่ต้องตกเป็นจำเลยของสังคม..

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๕ เมษายน ๒๕๖๐