วันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๖๐ ผมไปอุดร ไปร่วมการประชุมใหญ่โครงการส่งเสริมการวิจัยในอุดมศึกษา ในหัวข้อ “รากฐานภูมิปัญญาไทย นวัตกรรมวิจัยสู่สากล” ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ได้มีโอกาสสนทนาเป็นส่วนตัวกับผู้คนมากหน้าหลายตา


ได้รับรู้เรื่องราวของ กศจ. ของจังหวัดหนึ่งพิจารณาคดีรับสินบนย้ายครู โดยครูผู้ให้สินบนร้องเรียนว่าตนจ่ายเงินล่วงหน้า ๔ หมื่นบาทให้แก่เจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการย้ายไปยังโรงเรียนที่ต้องการ และมีข้อตกลงกันว่า เมื่อได้ย้ายแล้วต้องจ่ายอีก ๔ หมื่นบาท แต่ไม่ได้รับการย้าย ทวงเงินคืนก็ไม่คืน


เขาบอกว่าทางการสอบสวนแล้วเสนอต่อ กศจ. ว่า สมควรลงโทษตัดเงินเดือนร้อยละ ๕ (ผมลืมถามว่าตัดกี่เดือน) โดยผู้เสนอให้เหตุผลว่า ได้คืนเงินแล้ว


นอกจากนั้นภายในกระทรวงเอง ก็มีการรั่วไหลหลากหลายด้าน มีเรื่องการรับเงินตอบแทนจากผู้ขายของ ถึงขนาดเอามาแบ่งกัน เท็จจริงไม่รับรองเพราะไม่ได้เห็นกับตา


ทำให้ผมกลับมาไตร่ตรองสะท้อนคิดว่า การศึกษาเป็นการสร้างคนให้แก่บ้านเมือง เราต้องสร้างทั้งคนดี คนมีความรู้ความสามารถ เป็นที่พึ่งของตนเอง ผู้อื่น และสังคมได้ แต่นี่คนในวงการศึกษากลับเป็นผู้ทำลายความดีงามของสังคม อนาคตของบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร บ้านเมืองเราจะเต็มไปด้วยคนที่มาตรฐานคุณธรรมจริยธรรมต่ำหรือไม่ จะฉุดรั้งพัฒนาการของบ้านเมืองให้ไปไม่ถึงประเทศไทย ๔.๐ หรือไม่


ตั้งแต่ยังอายุน้อยๆ ผมพร่ำบอกคนรอบข้าง ในมหาวิทยาลัยที่ผมทำงาน ว่าเราต้องทำตัวเป็นตัวอย่างในด้านคุณธรรมให้แก่นักศึกษา โดยเฉพาะในด้านความสัตย์ซื่อ ทำราชการโดยไม่แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ เพราะนี่คือการให้การศึกษา/เรียนรู้ ที่ดีที่สุด คือทำเป็นตัวอย่าง


แต่ความชั่วร้ายฉ้อฉลในระบบการศึกษายังทำร้ายคุณภาพของการศึกษาด้านวิชาการด้วย ดังเห็นอยู้โทนโท่ในระบบการศึกษาไทย หากไม่สามารถกำจัดความชั่วร้ายนี้ ก็ยากที่จะยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย และยกระดับประเทศออกจากกับดักรายได้ปานกลาง


ความฉ้อฉลในสังคม รวมทั้งในระบบการศึกษา เป็นกับดักรายได้ปานกลาง


วิจารณ์ พานิช

๓ มี.ค. ๖๐