​ชีวิตที่พอเพียง : 2889. ความร่วมมือ



ยิ่งนับวันผมก็ยิ่งเห็นว่าฉันทะและทักษะความร่วมมือทำงานกับผู้อื่น หน่วยงานอื่น เป็นเรื่องสำคัญยิ่งในชีวิต เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเรียนและฝึกฝน


การเรียนแบบร่วมมือกัน (collaborative learning) จึงเป็นเรื่องสำคัญ ต้องฝึกตั้งแต่ชั้นเด็กเล็ก ขึ้นมาจนถึงชั้นอนุบาล ประถม มัธยม อุดม และตลอดชีวิต นอกจากฝึกปฏิบัติแล้ว ความเข้าใจสถานการณ์ต่างๆ อย่างลึก เข้าใจความรู้สึกนึกคิดของคนอื่น เป็นเรื่องที่เรียนได้ไม่รู้จบ ทั้งด้านทฤษฎี การฝึกปฏิบัติ และการฝึกฝนจิตใจตนเอง


พื้นฐานสำคัญคือ การเห็นแก่ส่วนรวม มีเป้าหมายในระดับมุ่งมั่น หรือฝันร่วมกัน ที่จะให้สังคมดี หรือหน่วยงานดี และความเชื่อว่า ความมุ่งมั่นร่วมอย่างนี้ เป็นส่วนหนึ่งของหน่วยงานที่ดี สังคมที่ดี และนำไปสู่ความร่วมมือกัน


ตรงกันข้าม จิตใจที่คับแคบ เอาแต่ประโยชน์เฉพาะหน้าส่วนตัว ส่วนบุคคล ส่วนหน่วยงาน เมื่อครอบครองบุคคล หน่วยงาน หรือประเทศ จะสร้างบรรยากาศแห่งความเศร้าหมอง หรืออัปมงคล นำไปสู่ความไม่ร่วมมือ ต่างคนต่างทำ แก่งแย่งแข่งดี


เมื่อได้ฟังเรื่องราวของราชการ ผมได้รับรู้ว่า ขณะนี้บรรยากาศแบบหลังครอบครองฟ้าเมืองไทย ทำให้ผมตั้งข้อสงสัยกับตัวเองว่า ระบบการศึกษาที่ผิดพลาด ที่สอนแบบเน้นการแข่งขัน มีส่วนเป็นต้นเหตุหรือไม่



วิจารณ์ พานิช

๗ มี.ค. ๖๐


หมายเลขบันทึก: 627015เขียนเมื่อ 4 เมษายน 2017 15:41 น. ()แก้ไขเมื่อ 4 เมษายน 2017 15:41 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (1)

The Buddha emphasized "กัลยาณมิตต" as a prerequisite for learning. The West stress "buddies" and "brothers" --while competing against others (the world). Collaboration (in the West) is based on 'self-interest' under the guise of 'mutual benefits' (not quite win-wib (as we would expect, but more like "more win for me - little win for you".) So, collaboration is more or less a devious zero-sum game -- run in series in time (I win now - you win later). Sigh!

สงวนลิขสิทธิ์ © 2005-2021 บจก. ปิยะวัฒนา
และผู้เขียนเนื้อหาทุกท่าน
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี