๒๓๐. ทุนการศึกษา...พัฒนาพอเพียง

กิจกรรมออมทรัพย์..ที่ผมให้นิยามว่าเป็น..ทุนการศึกษา ที่ผมทำมาหลายปี เปิดโอกาสให้นักเรียนอนุบาล ๑ ถึง ป.๖. ฝากเงินรายวันกับครู..แต่ครูไม่ต้องนำฝากธนาคาร..

ผมก็เป็นผู้บริหารสถานศึกษาคนหนึ่ง ที่ทุ่มเงินส่วนตัว..เพื่อบริหารจัดการงานในโรงเรียน ปีละไม่ใช่น้อย..นับตั้งแต่วันแรก วันที่ดีใจที่ได้เป็นผู้บริหารโรงเรียน..มีโรงเรียนเป็นของตัวเอง..

ใช้คำว่าไม่ใช่น้อย..เพราะต้องใช้ไปเพื่อรักษาความปลอดภัย จ่ายค่าตอบแทน รปภ.ภาคกลางคืนด้วย..ซึ่งมิอาจใช้เงินอุดหนุนของ สพฐ.ได้

อย่างไรก็ตาม จะมากจะน้อย..ก็ถือเป็นการทำบุญอย่างหนึ่งของผม ที่ส่งผลให้มีความสุข..และไม่รู้สึกเดือดร้อนกายและใจเลยแม้แต่น้อย..

เพราะผมไม่มีหนี้สิน แม้จะไม่ร่ำรวย และไม่ได้มีเงินเก็บมากมาย..แต่ผมก็ทำบัญชีครัวเรือน มีเงินเหลือทุกเดือน..ไม่กู้สหกรณ์ ไม่มี กบข. ไม่ต้องส่งดอกธนาคาร..พออยู่พอกิน..ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่เล่นการพนัน และไม่เที่ยวกลางคืน...

เงินของผม..ทำให้นักเรียนและผู้ปกครองมีความสุข ผมสังเกตจากคำพูดและสีหน้าของผู้ปกครอง ในวันสุดท้าย..ที่มารับทราบผลการเรียน รับอาหารเสริม(นม) และเงินออมทรัพย์ของลูก..

ต่างแปลกใจที่เห็นเงินที่ครูคืนให้ลูก เงินต้นพร้อมดอกเบี้ย เป็นตัวเลขที่บ่งบอกว่า นักเรียนรู้จักประหยัดและอดออม แต่แน่นอน..ผมเชื่อว่า..ผู้ปกครองก็มีส่วนร่วมในกิจกรรมนี้

กิจกรรมออมทรัพย์..ที่ผมให้นิยามว่าเป็น..ทุนการศึกษา ที่ผมทำมาหลายปี เปิดโอกาสให้นักเรียนอนุบาล ๑ ถึง ป.๖. ฝากเงินรายวันกับครู..แต่ครูไม่ต้องนำฝากธนาคาร..

อำเภอที่ผมอยู่มีเพียง ธกส. และไม่ออกมารับฝากเงิน..ครูก็ไม่สะดวก ที่จะทิ้งห้องเรียนไปฝากเงิน..ที่ทำการธนาคารออมทรัพย์..จึงอยู่ในห้องเรียนนั่นเอง

สิ้นปี..ผมให้ทุนการศึกษาเฉพาะ ป.๖..ที่ต้องไปศึกษาต่อ..ดังนั้นเงินออมทรัพย์ที่ครูคืนนักเรียน..จึงเหมือนเป็นทุนการศึกษา..ที่สามารถนำไปใช้จ่ายเพื่อการศึกษา..เพิ่มเติม

หลายท่านอาจมองว่าเป็นเงินน้อยนิด..แต่ผู้ปกครองบอกว่าไม่น้อย และชื่นชมลูกที่รู้จักเก็บเงิน..ผมมีแรงจูงใจที่ทำให้เงินออมทรัพย์งอกเงยทุกปี โดยผมจ่ายดอกเบี้ยให้ถึงร้อยละ ๑๐

เพราะเชื่อว่า..เด็กต้องออม และคงไม่ออมวันละ ๕๐ – ๑๐๐ บาท เป็นแน่แท้ ปีแรกๆ เงินต้นแต่ละคนเฉลี่ยอยู่ที่ ๕๐๐ – ๗๐๐ บาท ปีนี้ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ ๘๐๐ – ๑,๐๐๐ บาทแล้ว

ไม่น่าเชื่อว่า..ชั้น ป.๑ ทำสถิติฝากเงินสูงสุด ได้ดอกเบี้ยมากที่สุด อาจเป็นเพราะจับจ่ายใช้สอยไม่เก่งเท่ารุ่นพี่..น้องๆจึงมีผลงานการออม ให้ผู้ปกครองได้ชื่นชม..

ผมก็เลยมีความสุขไปด้วย ที่ใช้เงินเดือนอย่างคุ้มค่า..และถือว่าเงินผม”ใหญ่”จริงๆ

ชยันต์ เพชรศรีจันทร์

๓๐ มีนาคม ๒๕๖๐



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บ้านหนองผือ...สถานศึกษาพอเพียง



ความเห็น (0)