ถามค่ะ: พฤติกรรมการบริโภคของคุณจะเปลียนไปหรือไม่ ถ้าคุณทราบว่า ผัก ผลไม้ และ เนื้อสัตว์เหล่านั้นมาจากไหน และผ่านกรรมวิธีอะไรมาบ้างก่อนมาถึงตลาด
วันนี้อ่านบทความน่าสนใจของ Sarah Rich
ในเวปไซต์ World Changing เรื่อง ข้อมูลต้นตอของอาหารที่เราบริโภค (Food Traceability)
ที่ญี่ปุ่นตอนนี้โทรศัพท์มือถือสามารถอ่านรหัส QR ที่ติดมากับสินค้าต่างๆได้ (แม้กระทั่งในผักผลไม้สด)
ภาพแผ่นรหัส QR [จาก http://en.wikipedia.org/wiki/QR_Code]
เค้าไม้ได้ถึงกับสนับสนุนวิธีนี้หรอกค่ะ แต่เค้าสนับสนุนแนวความคิดที่ผู้บริโภคควรจะสนใจ ในข้อมูลของแหล่งที่มาของสิ้นค้าให้มากขึ้น
เช่น....
คุณจะซื้ออาหารเหล่านั้นไม๊ ถ้าคุณทราบว่า
- เค้าใช้สารเคมีฆ่าแมลง
- ไม่ได้ผ่านวิธีการผลิตที่สะอาดพอ
- โรงงานเค้าทิ้งสารพิษลงแม่น้ำ
- เอาเปรียบผู้ใช้แรงงาน ฯลฯ
หรือ คุณบริโภค เพราะ มันถูกที่สุด หรือ มันลดราคาอยู่
เค้าบอกว่าจริงๆแล้วเนี่ยะทางที่ง่ายที่สุดคือ ให้สนับสนุนสิ้นค้าในชุมชน ซื้อตรงจากชาวไร่ชาวสวนเลยดีที่สุด ดีต่อเศรษกิจในชุมชนด้วย (ในอมเริกาและแคนาดาจะมี ตลาดขายตรง เรียกว่า Farmer's market ประมาณอาทิตย์ละครั้ง ) หรือ ให้ซื้อของจากร้านที่มีป้ายบอกว่าอาหารนั้นมาจากไหน
เค้าลองคิดดูว่า ถ้ามีเทคโนโลยีทีง่ายและก้าวหน้าไปกว่า มือถือและ QR code วิธีนั้นๆคืออะไร
หรือมันจะเปลี่ยนอะไรในใจเราไม๊ ถ้าเราสามารถเห็นรูปลุงคนที่ปลูกผักให้เรา หรือ น้องสาวคนที่เก็บผลไม้ มาให้เราทาน เวลาเราไปซื้อของในซุปเปอร์มาเก็ตตามห้าง
ทำอย่างไรได้อีกบ้างถึงจะทำให้คนเห็นค่าของสมการ
"food + backstory = increased probability of good health"
อ่านบทความเต็มภาคภาษาอังกฤษได้ที่นี่ค่ะ (คลิก)
[แหล่งที่มา: http://www.worldchanging.com/archives/005403.html]
ขอขอบคุณอาจารย์มัทนา...
ขอให้อาจารย์และท่านผู้อ่านได้รับส่วนแห่งบุญนี้ด้วยครับ
ของกรมอนามัย และหลายๆ หน่วยงานของประเทศไทย ตอนนี้ก็ทำกันในเรื่องของ Food Safety ค่ะ มีหลายที่เริ่มทำ และตื่นต้วกันมาก ทั้งเกษตรกร และโรงพยาบาล
กำลังจะเผยแพร่ทางเวป เกี่ยวกับกิจกรรมที่ รพ.นำร่องทำกันเรื่อง Food Safety ค่ะ ที่ http://foodsafe.anamai.moph.go.th
บันทึกนี้ น่าสนใจดีค่ะ ชอบซื้อของจากชาวบ้านเหมือนกันค่ะ เพราะรู้สึกว่าเงินจะได้ไหลไปหาชาวบ้านโดยตรง
: )