นำเสนออธิบดี และท่านรองอธิบดี เมื่อมาใหกำลังใจ สำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1

นำเสนออธิบดี และรองอธิบดี เมื่อมาใหกำลังใจ
สำนักงานส่งเสริมสหกรณ์กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 1 (สสพ.1) มีดังนี้


1. ขอได้โปรดบูรณาการการฝึกอบรมของกรมส่งเสริมสหกรณ์ เพราะการอบรมที่มีกลุ่มเป้าหมายเดียวกัน แต่แยกจัดผ่านกลุ่มสนับสนุน (กลุ่มบริหารฯ กลุ่มธุรกิจ ฯ ) เช่น กรณีอบรมสหกรณ์แท็กซี่ แบบไม่บูรณาการจะทำให้ ผู้แทนสหกรณ์แท๊กซี่ที่จะมาอบรมเสียเวลาในการทำมาหารับประทาน เห็นควรบูรณาการในการจัดอบรมเท่าที่จำเป็นผ่าน สทส.จะดีกว่า

2. ขอได้โปรดบูรณาการการขอข้อมูลตัวเลขรายงานต่าง ๆ ที่ซ้ำซ้อนกัน โดยลดรายงานขยะลง (รายงานที่ทำ 100 แผ่น แต่ใช้งานเพียงแผ่นเดียว ก่อนที่จะให้กลุ่มส่งเสริมสหกรณ์รายงานใด ๆ ได้โปรดช่วยให้ กลุ่มติดตามประเมินผลกองแผนงานและศูนย์สารสนเทศบูรณาการตัดสินใจว่ามีตัวเลขหรือข้อมูลเดิมที่ขอไปแล้วอยู่หรือไม่ หรือนำงบทดลองหรือรายงานกิจการ ไปเก็บตัวเลขเอง เจ้าหน้าที่กลุ่มส่งเสริมสหกรณ์จะได้ไม่เสียเวลากับ รายงานโดยใช่เหตุ และทราบว่าตัวเลขของกรมส่งเสริมสหกรณ์เมื่อเข้า กรรมาธิการงบประมาณ ก็ไม่ได้รับการยอมรับ กรรมาธิการจะมั่นใจในตัวเลขของกรมตรวจบัญชีมากกว่า ดังนั้นตัวเลขเป็นเพียงตัวบ่งบอกสถานการณ์สหกรณ์สำหรับส่งเสริมสหกรณ์เท่านั้น

การสร้างองค์กรแบบ รวมศูนย์ (centralize) จะทำให้เกิดการว่างงานแอบแฝง (Disguised Unemployment)ขึ้นในกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นอย่างมาก จะมีการสร้างงานที่ไม่ใช่งานสนับสนุนการส่งเสริมสหกรณ์ของเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ขึ้นมามากมาย ทำให้ต้องใช้เวลาในการให้บริการกลุ่มผู้ว่างงานแอบแฝงในกรม มากกว่า ไปให้บริการส่งเสริมแนะนำสหกรณ์
การทำกรมให้ แบนลง (flat) หรือ (decentralize) ก็จะลดปัญหา รายงานขยะ และการว่างงานแอบแฝงลงได้
ขณะนี้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์หน้างาน กับผู้ตรวจสอบบัญชี ที่ต้องเข้าไปตรวจรับรองงบของสหกรณ์ตกที่นั่งเดียวกันซึ่งเป็นงานสำคัญของการส่งเสริมสหกรณ์ และให้บริการตรวจสอบบัญชีสหกรณ์ แต่ผลงานขั้นตำแหน่ง ไปได้กับ หน่วงงานสนับสนุนหมด ทำให้ขาดกำลังใจ จึงมีการย้ายจากกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์เข้าไป ว่างงานแอบแฝงในกรมกันมาก
แต่ผู้ที่อยู่ด้วยใจ ก็ตั้งใจช่วยสหกรณ์ จนเกษียณ ไม่หวังลาภ ยศ (เพราะไม่ได้สักที) แต่ประการใด

3. ขอได้โปรดให้ความสำคัญกับกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์ และสายตรวจบัญชีสหกรณ์ ซึ่งเป็นเหล่าทหารราบด้วย เพราะทั้งสองจะช่วยทำให้สหกรณ์พัฒนา หรือลดอุปสรรค์ในการดำเนินกิจการของสหกรณ์ได้เป็นอย่างดี ทุกวันนี้งานท่วมหัว ไม่มีเวลาไปนำเสนอนายเพื่อความก้าวหน้า คนเขียน ว. ได้แต่ในกรม คนรับแรงกระแทก แรงเสียดสีจากสหกรณ์ ทำงานไปพวกเราคิดว่าเป็นกรรมที่ทำมาแต่ชาติที่แล้ว จึงต้องใช้กรรม ทำงานเป็นบันไดให้กลุ่มงานสนับสนุน และในกรมต่อไป

4. ได้โปรดนำเรียนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีภารกิจที่ต้องทำงานกับประชาชนที่ไม่ได้เป็นเกษตรกรผ่าน สหกรณ์ 4 ประเภทคือ ประเภทออมทรัพย์ ประเภทบริการ ประเภทเครดิตยูเนียน และประเภทร้านค้า ทุกวันนี้กระทรวงมุ่งไปแต่ภาคการเกษตร ภาคสหกรณ์ถูกทอดทิ้ง

สิ่งสำคัญที่สุดที่เจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ต้องรู้ คือเรื่องความเป็นสหกรณ์ และวิชาสหกรณ์ เพราะ กฎหมายสหกรณ์ ข้อบังคับ ระเบียบต่าง ๆ เป็นลูกของ ปรัชญาของการสหกรณ์ นิยามสหกรณ์ ค่านิยมสหกรณ์ และหลักการสหกรณ์ จะขัดกับสิ่งเหล่านี้ไม่ได้

5. ขอให้เตรียมเรื่อง สหกรณ์ดิจิทัลด้วย (digital cooperative) เพราะ digital economy จะมี digital cooperative ซึ่งจะไม่มาจะทะเบียนแบบในปัจจุบัน แต่จะนำหัวใจสหกรณ์ไปใช้เลย เช่นการรวมกันซื้อทาง ดิจิทัล การรวมกันขายทางดิจิทัล การแบ่งปันเงินทางดิจิทัล ต้องเข้าใจว่า การสหกรณ์นั้นเกิด economies of scale (ทางเศรษฐกิจ ) จากการรวมกันด้วยน้ำใจไมตรีตามวิธีการสหกรณ์ (ทางสังคม) ไม่ใช่เพื่อต่อรองแบบสหภาพ เมื่อเข้าใจดังนี้แล้วจะส่งเสริมสหกรณ์ดิจิทัลได้ ซึ่งสหกรณ์ใน digital economy แดนดำเนินงานทั่วโลก สหกรณ์ที่มีอยู่จะ ควบกันเป็นสหกรณ์ขนาดใหญ่โดยธรรมชาติ

6. พรบ.สหกรณ์ ขอให้มี การรับรองในการทำกิจการ
สหกรณ์ประกันชีวิต เพราะจะเป็นบริการสหกรณ์สำหรับสังคมผู้สูงอายุ
สหกรณ์ประกันภัย เพราะจะเป็นบริการ ในการประกันภัยพืชผลการเกษตร
ธนาคารสหกรณ์ เพราะขบวนการสหกรณ์จะได้ไม่ต้องกังวลเรืองเงินเหลือ และเงินขาด

7. เรื่อง สหกรณ์อเนกประสงค์
ทุกวันนี้เป็นสหกรณ์อเนกประสงค์ไม่ได้เพราะ ข้อบังคับที่กรมร่างไปให้ถือใช้
หลายสหกรณ์รู้เท่าไม่ถึงการณ์ จะบริการสมาชิกในบางอย่างที่ฝืนข้อบังคับของสหกรณ์ประเภทนั้น ๆ
ทั้ง ๆ ที่จะทะเบียนเปลี่ยนประเภท ก็จะไม่ฝืนข้อบังคับ
และการส่งเสริมสหกรณ์ด้วย ภยาคติ (อคติที่เกิดจากความกลัว) กลัวถูกฟ้อง กลัว 157 ของเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ที่ เมื่อเกิดเหตุอันได ก็ออกคำสั่ง ระเบียบไปอุดช่อง ทำให้การดำเนินกิจการให้บริการสมาชิกของสหกรณ์ติดขัดไปหมด
สหกรณ์ นั้นมีสมาชิกที่ดีมากกว่าสมาชิกเกเร มากมายนักไม่อย่างนั้นอยู่ไม่ได้มาจนถึง 100 ปี ครับ


พีระพงศ์ วาระเสน
นักวิชาการสหกรณ์ดิจิทัล
24 มีนาคม 2560


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกความคิดของ Peeraphong Varasen



ความเห็น (0)