ชีวิตที่พอเพียง : 2881. ไปไต้หวัน ๒๕๖๐ ๘. เยี่ยมโรงเรียนฉือจี้


๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐


วันนี้ช่วงเช้าผ่อนคลาย กำหนดการของทัวร์คือ ๗-๘-๙ ปลุก ๗.๐๐ น. กินอาหารเช้า ๘.๐๐ น. ล้อหมุน ๙.๐๐ น.


ล้อรถบัสหมุน ๙.๐๐ น. พาไปสถานีรถไฟไทเป ขึ้นรถไฟหัวจรวดลงใต้ไปไถหนาน ไปถึง ๑๑.๑๗ น. แล้วนั่งรถบัสไปโรงเรียน ไปถึงเที่ยงครึ่งเศษๆ กิจกรรมแรกคือไปกินอาหารเที่ยง ซึ่งเป็นอาหารเจ


เมื่อไปถึงก็พบว่าบริเวณและอาคารกว้างขวางโอ่อ่ากว่าที่คาดอย่างมาก ลักษณะอาคารแบบเดียวกันกับศาลาจิ้งซือ และอาคารหอประชุมใหม่ที่วัดฉือจี้ คือโอ่อ่าด้วยผนังสีเทาของหินซัดทั้งหลัง


กินเสร็จก็เป็นการนำเสนอของผู้อำนวยการท่านใหม่ที่เพิ่งมารับตำแหน่ง ๖ เดือน โดยใช้ ppt ภาษาจีนประกอบภาพ มี ดร. กวิชช์ แปล และขยายความบ้าง


ขณะนี้โรงเรียนฉือจี้มี ๒ แห่ง คือโรงเรียนแรกที่หัวเหลียน ตั้งมา ๑๒ ปีแล้ว และเทศบาลไถหนานเชื้อเชิญให้มาเปิดที่นี่เป็นโรงเรียนที่สอง ดำเนินการมาแล้ว ๙ ปี เป็นทั้งโรงเรียนประถมและมัธยม แต่แยกส่วนกัน นักเรียนชั้นมัธยมมีมากกว่าชั้นประถม และชั้นมัธยมมีนักเรียนประจำด้วย เป็นโรงเรียนเอกชน สาวน้อยได้ข้อมูลมาว่าค่าเล่าเรียนเทอมละ ๒๕,๐๐๐ NTD


ระบบการศึกษาใช้หลักสูตรปกติของกระทรวงศึกษาธิการ แต่เติม “วิถีฉือจี้” เข้าไปด้วย คือเน้นพัฒนาตัวตนภายในของมนุษย์ มีอิสรภาพที่มีวินัย มีสำนึกต่อผู้อื่น เน้นที่คุณธรรม ๔ ประการ คือ (๑) สำนึกคุณ (๒) เคารพผู้อื่น (๓) รักไร้เงื่อนไข (๔) รู้จักใช้ชีวิตให้มีความสุข


มีการฝึกความเป็นระเบียบ ความสะอาด เพื่อให้ติดเป็นนิสัย รวมทั้งส่งเสริมให้ทำกิจกรรมจิตอาสาตามวิถีฉือจี้


หลังจากนั้นเขาพาไปเดินชมอาคารโรงเรียน เริ่มจากไปชมอาคารห้องสมุดซึ่งเป็นอาคารประธานของโรงเรียน สูงทั้สุดคือ ๖ ชั้น มีหนังสือ ๖๘,๐๐๐ เล่ม และมี eBook ด้วย นักเรียนเข้ามาใช้จากบ้านทางอินเทอร์เน็ตได้ วันนี้เป็นวันเสาร์ที่มีการสอนเสริม เราไปเดินผ่านห้องเรียนของเกรด ๑๑ วิชาภาษาอังกฤษ, วิชาภาษาจีน, และวิชาเคมี พบว่ายังสอนแบบครูสอนหน้าชั้น จัดห้องเรียนแบบ classroom ไม่เป็น studio แล้วเดินไปดูกิจกรรมที่นักเรียนเล่นพละศึกษาในโรงยิม เสร็จแล้วต้องช่วยกันม็อบพื้นทำความสะอาดทุกครั้งที่ใช้เสร็จ


แล้วกลับไปที่ห้องประชุมที่เรากินอาหารเที่ยง มีน้ำชาและอาหารว่างรออยู่ เราดื่มกินไปฟังการนำเสนอของครูดีเด่นประจำปีจากการโหวดของผู้ปกครอง เป็นครูผู้หญิงอายุราวๆ ๓๐ บอกว่าหลักการที่ตนยึดคือ ให้ความรักเหมือนแม่ ดูจากรูปใน ppt ประกอบการเล่าน่าจะเป็นครูชั้น ป. ๑ เล่าวิธีเอาใจใส่เด็ก และเมื่อมีปัญหาก็แก้โดยใช้ความรัก


ความลับในเชิงเคล็ดลับมาแตกเอาในตอนถามตอบ ที่คุณเปาถามว่า ครูรู้ได้อย่างไรว่าเด็กเปลี่ยนพฤติกรรม คำตอบคือครูมี Line Group ของห้อง ตนเอาข้อมูลเหตุการณ์ในชั้นเรียนขึ้นทุกวัน เมื่อผู้ปกครองเห็นจึงโทรศัพท์มาให้ความเห็นหรือไต่ถาม และต่อมาได้รับความไว้วางใจจากผู้ปกครองสูงมาก ข้อเสียคือตนไม่มีวันหยุด


เมื่อถามผู้อำนวยการโรงเรียนว่าความท้ายในการทำหน้าที่คืออะไร ได้รับคำตอบที่ดีและเป็นระบบมาก


ผมสรุปกับตนเองว่า โรงเรียนฉือจี้เด่นที่การสอนด้านความเป็นมนุษย์ โดยสอนตามแนวฉือจี้ ที่เป็นการเรียนจากการปฏิบัติ แต่ในส่วนของการเรียนด้านทักษะและความรู้วิชา ยังสอนแบบครูยืนสอนหน้าชั้น ยังไม่ได้เปลี่ยนชั้นเรียนเป็นห้องปฏิบัติงาน (studio) จึงเดาว่ายังเน้นสอนแบบ passive ยังไม่เป็น active learning


วิจารณ์ พานิช

๑๘ ก.พ. ๖๐

ห้อง ๗๒๕ โรงแรม Chateau de Chine, ไทเป





1 อาคารหอสมุด สูง ๖ ชั้น


2 ผู้อำนวยการกำลังบรรยายสรุป


3 จักรยานของนักเรียน


4 บริเวณแยกขยะรักษาสิ่งแวดล้อม


5 ภายในห้องขยะไม่มีกลิ่น


6 ห้องเรียนวิชาจริยศาสตร์จัดดอกไม้


7 ห้องเรียนวิชาภาษาอังกฤษ เกรด ๑๑


8 ถ่ายจากชั้นบนสุดของอาคารหอสมุด


9 ห้องประชุมในอาคารหอสมุด


10 อาคารหอสมุด


11 นักเรียนช่วยกันทำความสะอาดพื้นโรงยิม


12 รูปหมู่


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)