สอบบรรจุราชการ “ครู” แอบมองดูในแบบภารโรง

เคยมีคนดูถูกผมสมัยมัธยม 6 ตอนผมสอบเข้าเรียนต่อ มข. รอบโควตาได้ เขาก็พูดขึ้นในหมู่เพื่อนว่า โอ้ย ก็แค่ มข. ทำไมจะสอบไม่ได้ .... ผมก็ตอบกลับสั้นๆว่า “แน่จริงก็สอบให้ได้สิ”

พี่ เพื่อน น้อง ผมหลายคนเป็น “ครู” ทั้งๆที่ไม่ได้เรียน “ครู” แต่แรก

แต่เขาก็เป็น “ครู” ที่ดี สอนศิษย์เป็นคนดี คนเก่งมาเสมอๆ

หรือแม้แต่ พี่ เพื่อน น้อง ที่สนิทกัน เรียน “ครู” และเป็น “ครู” ทั้งวิชาชีพและจิตวิญญาณ

พี่ เพื่อน น้อง เหล่านั้น ก็ไม่ใคร่จะเดือดร้อนกับเกณฑ์สอบบรรจุครูที่เปลี่ยนไปเท่าใดนัก

ก็เหมือนเกณฑ์สอบเข้ามหาวิทยาลัยนั่นแหละ เอ็นทรานซ์ แอดมิชชั่น โอเน็ต แกทแพท สารพัด พวกเราก็ก้าวข้ามระบบพวกนั้นมาได้แล้ว เพราะการสอบบรรจุ “ครู” เป็นเพียงก้าวแรกหลังเรียนจบขั้นปริญญาเท่านั้น

เพราะบางปีก็ไม่ได้ใช้เกณฑ์การสอบแข่งขัน แต่ใช้วิธีการเฟ้นหา หรือให้โควตาบรรจุในรูปแบบต่างๆ แล้วแต่นโยบายของรัฐบาล... “รัฐบาล” ใครละควบคุมได้?

ในที่นี้ ไม่ได้หมายจะมาพูดถึงเรื่องการสอบบรรจุสักเท่าไหร่นัก แต่อยากกล่าวถึง “หลัง” การรบรรจุแล้วนั้น “อุดมการณ์” ที่เคยวาดฝันว่าอยากเป็นครูที่ดี ถ่ายทอดวิชาให้เด็กอย่างนั้น อย่างนี้ เมื่อเวลาล่วงเลยไป มันเพิ่มขึ้น เท่าเดิม หรือลดน้อยลงไป?????? หรือเปลี่ยนไปเป็น “อุดมกิน” กันเสียแล้ว

มีเพื่อนผมอยู่หลายคนเป็นครูน้อยๆ หากลวิธีถ่ายทอดและเรียนรู้ร่วมกับนักเรียนอยู่อย่างสม่ำเสมอ ครูผู้เรียนรู้อยู่ทุกขณะไม่ว่าจะต้องทำงานตอบสนอง “รัฐ” ตามนโยบายที่เปลี่ยนแปลงไป BBL ประชารัฐ การศึกษาในศตวรรษที่ 21 หรือ การเรียนในยุคประเทศ 4.0 ยุคคดิจิตัล ต่างๆนานาสารพัด แต่เขาก็ยังมุ่งมั่นแสวงหาความรู้ แล้วนำมาถ่ายทอดหรือสร้างแรงบันดาลใจให้นักเรียนได้อย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งถ่ายทอดวิทยายุทธ์นั้นให้เพื่อนครูหรือชุมชนเพื่อดูเป็นแบบอย่างต่างวิถี เพื่อสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ให้ทันการณ์ แล้วก้าวข้ามเงื่อนไขของสังคม โดยเฉพาะเงื่อนไขบ้าบอของฝ่ายการเมืองหรือข้าราชการชั้นผู้นำ

สอบบรรจุครูในปีที่ผ่านๆมา ก็เห็นบ่นกันเรื่องนี้อยู่บ่อยครั้ง... ภาพสะท้อนนี้ ดูจะเป็นเสมือนไฟไหม้ฟาง เพราะเดี๋ยวฟางกองใหม่ก็มีขึ้นมาในปีต่อไป

เคยมีคนดูถูกผมสมัยมัธยม 6 ตอนผมสอบเข้าเรียนต่อ มข. รอบโควตาได้ เขาก็พูดขึ้นในหมู่เพื่อนว่า โอ้ย ก็แค่ มข. ทำไมจะสอบไม่ได้ .... ผมก็ตอบกลับสั้นๆว่า “แน่จริงก็สอบให้ได้สิ”

พอเรามาเรียน เราก็กลับพูดติดตลกกับเพื่อนๆว่า สอบเข้า มข. ว่ายากแล้ว เรียนให้จบยากกว่า

พอเรียนจบ มข. ก็พูดต่ออีกว่า เรียนจบว่ายากแล้ว หางานดีๆทำยากยิ่งกว่า (สมัยเป็นบัณฑิตเตะฝุ่น)

พอมาทำงานกัน ก็แซวๆกับเพื่อนๆรุ่นราวคราวเดียวกันเวลาไปร่วมงานเกษียณอายุราชการว่า เฮ้ย พี่ๆเขาเก่งเนาะ ทำงานอยู่จนเกษียณ นี่เราจะอดทนอยู่จนเกษียณได้ไหม??????

เรื่องนี้ จริงๆจะพยายามเล่าถึงเพื่อนครูคนหนึ่งที่เทศบาลบ้านโนนชัย ที่ชื่อ สอยอ สัญญา มัครินทร์ แต่ก็เกรงเนื้อหาจะยาวเหยียด ลองไปตาม Google ก็ได้ครับ ใช้คำค้น “สัญญา มัครินทร์” ก็น่าจะพอตามหาเรื่องราวของเขาได้ มีเรื่องดีๆแฝงอยู่ในนั้น

ลุงภารโรง, 22 มีนาคม 2560


ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊คของครูสอยอ Sanya Makarin



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ท่องไปในโลกกว้าง



ความเห็น (0)