สืบเนื่องจากกระทู้ในเฟซบุ๊ค เรื่อง "ทำไมวิชาสังคมศึกษา ในช่วงมัธยม จึงเป็นวิชาที่น่าเบื่อ" ?? ที่ทำให้หลายๆคนเบื่อ เเละไม่อยากเรียนวิชาสังคมศึกษา เด็กๆเราก็เหมือนกัน เมื่อเอ่ยถึงวิชาสังคมศึกษาส่วนนึงไม่ชอบเเละ "เบนหน้าหนีเลยก็มี" เมื่อวันวานผมได้ตั้งคำถามนี้ เเล้วมีคนมาเเสดงความคิดเห็นหลายความเห็นหลายประเด็น ดังนี้
- ด้านสื่อการสอน ; ไม่ค่อยมีสื่อการสอน เพราะมีมายาคติทางข้อจำกัดว่า "สังคมศึกษาเป็นนามธรรม"
- ด้านกระบวนการสอน ; จะสอนแบบบรรยาย เล่าไปเรื่อยๆตาหนังสือ เล่าเรื่องตัวเองบ้าง หรือ ครูเล่าเฉพาะเรื่องที่ตนสนใจ ไม่ก็ทำรายงานเเล้วจบได้คะเเนน เเละที่สำคัญสอนเเบบให้จำ ไม่ได้สอนแบบให้คิด
- ด้านเนื้อหา ; สังคมศึกษามีขอบข่ายเนื้อหากว้างจนเกินไป มี 5 สาระเเละเเต่ละสาระนั้น ก็อาจแยกเป็นอีกวิชาได้เลย เเละที่สอนๆกันทุกวันนี้เราเรียนสังคมแบบแยกส่วน ไม่มีเเนวคิดองค์รวมแบบ STEM ศึกษา
- ด้านครูผู้สอน ; ครูไม่บูรณาการเชื่อมโยงให้เห็นความเป็นองค์รวม(ต้นสังคมศึกษา) ขาดเทคนิคการสอนที่สนุกให้เด็กสนใจ เเละสอนแบบบรรยายไม่ค่อยมีกิจกรรมการเรียนรู้เชิงสังคมศึกษา
- ด้านนโยบาย ; ภาครัฐมีการสอบวัดผล เช่น Onet ทำให้สังคมศึกษาถูกเปลี่ยนจุดหมายจากสอนให้เด็กคิดแบบอัตนัย กลายเป็นคิดแบบปรนัย ทั้งๆที่สังคมศึกษา ว่าด้วยเรื่องของเหตุผลเชิงสังคม ทำให้ครูต้องเร่งบีบอัดเนื้อหา รีบสอนให้ได้ความรู้ เเล้วไปสอบเพื่อยกระดับฐานะของโรงเรียนเเละขั้นเงินเดือนก็มีส่วน
ปัจจัยเหล่านี้ มองว่าเป็นเหตุผลที่ทำให้เด็กเบื่อวิชาสังคมศึกษา เพราะรากเหง้าของความน่าเบื่อเริ่มตั้งเเต่เชิงปัจเจกถึงโครงสร้างนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการเลยก็ว่าได้ สิ่งเหล่านี้จึงเป็นปัญหาเเละข้อจำกัดของการสอนวิชาสังคมศึกษาในยุคศตวรรษที่ 21 นี้ เเต่ถึงกระนั้นเองรูปแบบการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ยังคงเคลื่อนต่อไป ด้วยพลังของนักการศึกษาเเละครูผู้นำการเปลี่ยนแปลงยุคใหม่ ไม่นานมานี้มีข่าวดีเชิงนโยบายเรื่องกระแส Education 4.0 กำลังมาเเรงควบคู่กับยุทธิศาสตร์ชาติ โดย
- การศึกษารูปแบบ 1.0 คือ การศึกษาที่ผู้สอนเป็นผู้ป้อนความรู้
- การศึกษารูปแบบ 2.0 คือ การศึกษาที่ผู้เรียนสามารถแสวงหาความรู้ผ่านสื่อออนไลน์ได้
- การศึกษารูปแบบ 3.0 คือ การศึกษาที่ผู้เรียนสามารถสร้างความรู้ได้
- การศึกษารูปแบบ 4.0 คือ การศึกษาที่ผู้เรียนสามารถสร้างนวัตกรรมได้ (วิรัช ปัณฑ์ศิริโรจน์ : 2560)
เมื่อมี Education 4.0 ก็ต้องมี สังคมศึกษา 4.0 ด้วยเช่นเดียวกัน โดยสังคมศึกษา 4.0 ย่อมมีทิศทางการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนสามารถสร้างนวัตกรรมของตนเองได้ โดยนวัตกรรมเชิงสังคมอาจมีหลายรูปแบบ เช่น นวัตกรรมเชิงกระบวนการ(Process Innovation) หรือ นวัตกรรมเชิงวิจัย (Research Innovation) หรือ นวัตกรรมเชิงผลิตภัณฑ์ (Product Innovation) หรืออื่นๆ เป็นต้น เพราะสังคมศึกศึกษามี 5 สาระวิชา เมื่อมีตัวนวัตกรรมเป็น Based Practices ในการสอนเเล้ว ย่อมมีกระบวนการที่จะได้มาซึ่งนวัตกรรมนี้โดยตัวเด็ก กระบวนการเหล่านี้ที่แนวคิดการศึกษาแบบศตวรรษที่ 21 จะมาเสริมเพื่อให้ได้ตัวนวัตกรรม เเละเป็นกุญแจสำคัญในการเสริมจุดด้อยการสอนวิชาสังคมให้ไม่น่าเบื่อ จากเดิมที่ครูไม่มีสื่อก็ให้ครูมันวัตกรรมเป็นของตัวเอง จากเดิมที่ครูเอาเนื้อหาเป็นตัวตั้ง ก็เปลี่ยนเป็นเอาเด็กเป็นตัวตั้งเเล้วพัฒนาที่ทักษะของเด็กโดยตรง เป็นต้น โดยทั้ง 5 สาระอาจใช้เครื่องมือ วิธีการสอน ดังตัวอย่าง เช่น
- วิชาภูมิศาสตร์ ; ใช้หลักคิด 5 themes of geography หลัก 5W1H เป็นหลักคิดสำคัญ ทั้งนี้อาจให้นักเรียนลงพื้นที่สำรวจ หรือ ทำแผนที่อะไรที่ได้ที่ตนสนใจ หรือ การสร้างแบบจำลองทางภูมิศาสตร์ตามแนวคิดของเขาเอง หรือเปรียบเทียบเส้นศูนย์สูตร เส้น Topic of cancer หรือศึกษาเรื่องวัฒนธรรมเเล้วเอาภูมิศาสตร์เป็นหลักในการวิพากษ์ เป็นต้น
- วิชาประวัติศาสตร์ ; ใช้หลักคิดการตั้งคำถามว่า "ประเด็นคืออะไร สาเหตุของเรื่องคืออะไร ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น เเละเกิดผลกระทบอย่างไรบ้าง เชื่อมโยงกับภูมิภาคอื่นๆเรื่องไหนบ้าง" อาจให้เด็กทำโครงงานประวัติศาสตร์สืบความเป็นมาของหมู่บ้านเขาเอง โดยใช้เครื่องมือในการศึกษาทางประวัติศาสตร์ต่างๆ เเละครูเป็นผู้โค้ช(Coach) นั่นเอง
- วิชาศาสนาและปรัชญา ; ใช้หลักคิดด้านมนุษยวิทยา คือ การประเมินคุณค่า ความดีงาม ประโยชน์ต่อสังคม เเละการเกื้อกูลกันในสังคม สอนศาสนาเชิงปรัชญาให้เด็กตั้งคำถามเพื่อเเสวงหาคำตอบด้านปรัชญา(ครูสอนได้)เเละจิตวิญญาณ(เด็กต้องเข้าใจด้วยตนเอง) เนื้อหานี้เป็นเรื่องนามธรรม ครูอาจใช้ละครให้เด็กเล่าเรื่องเเล้วมาสะท้อนกันเเละกัน ด้วยเหตุผลเเละการรับฟังอย่างเข้าใจ
- วิชาเศรษฐศาสตร์ ; ใช้หลักคิดเรื่องประโยชน์นิยม ความคุ้มค่า เอานามธรรมมาคิดแบบเป็นเลขเเล้วอธิบาย เเละหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาเป็นหลักคิด โดยอาจสอนให้เด็กอธิบายเรื่องของตนเอง การใช้จ่าย การซื้อ การขาย การแลกเปลี่ยน มาเชื่อมโยงกับเนื้อหาวิชา หรือ อาจให้เด็กทำโปรเจคด้านการตลาดเเล้วถอดบทเรียน เป็นต้น
- วิชาหน้าที่พลเมือง ; ใช้แนวคิดแบบประชาธิปไตย กฎหมาย บรรทัดฐานทางสังคม มาเป็นหลักคิดในการวิพากษ์ ส่วนเรื่องฝ่ายซ้ายหรือขวานั้น ขึ้นอยู่กับเด็กจะเลือกอุดมการณ์ของเขา ครูไม่สามารถไปบังคับให้เขาคิดเหมือนตนเองได้ อาจใช้กิจกรรมการสอน เช่น ให้เด็กแสดงบทบาทสมมติเเล้วสร้างนโยบายใหม่ๆในการพัฒนาพื้นที่ตนเอง ครูให้วิพากษ์การเมืองแบบมีหลักการ(จริงๆเเล้วสอนได้เเต่จัดบรรยากาศแบบประชาธิปไตย) หรือ ครูอาจให้เด็กจับกลุ่มทำโปรเจคเพื่อพัฒนาสังคมตามหน้าที่พลเมืองด้วยนวัตกรรมเชิงกระบวนการของเขาเอง
สังคมศึกษา 4.0 เน้นที่ตัวนวัตกรรมทางการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นหลัก "ให้นักเรียนคิดเอง" เเละในขณะเดียวกันครูผู้สอนก็ควรมีนวัตกรรมทางการสอนเช่นเดียวกัน ซึ่งในด้านวัตกรรมของผู้เรียนของวิชาสังคมศึกษาอาจเป็นนวัตกรรมเชิงกระบวนการหรือเชิงประดิษฐ์หรืออื่นๆก็ดี ผู้เรียนต้องคิดเองเเละทำเอง เรียนรู้ด้วยตนเอง "ทำให้ผมนึกถึง Constructivism ขึ้นมาพลางๆ" เเละมันมีสัญญะว่า จริงๆเเลว้เราพูดเรื่องนี้กันมานานเเล้ว เเต่ทว่าเราไม่ค่อยได้มีนโยบายของรัฐที่ออกมาอย่างเด่นชัดเท่านั้นเอง "เเละผมมองว่า Education 4.0 ก็คือ ทักษะด้านการเรียนรู้เเละนวัตกรรม ของรูปแบบการศึกษาในศตวรรษที่ 21 นั่นเอง"
สังคมศึกษา 4.0 เน้นการอธิบายเชิงเหตุผล ซึ่งเรื่องๆเดียว สามารถอธิบายได้ทั้ง 5 สาระการเรียนรู้ ได้แก่ ภูมิศาสตร์มองด้านพื้นที่ ประวัติศาสตร์มองด้านความเป็นมาท่ามกลางมิติเวลา ศาสนามองด้านคุณค่า เศรษฐศาสตร์มองด้านตัวเลข เเละหน้าที่พลเมืองมองด้านการเมืองเเละวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันในสังคม เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ ผศ.ไพบูลย์ บุญชัย อธิบายว่า มันเป็นต้นสังคมศึกษา หมายถึง ทั้ง 5 ราก(5 สาระ)ของลำต้นนี้มันเกิดจากต้นเดียวกัน เเละผลผลิตออกมามันไม่ได้บอกว่าออกมาจากรากไหน เเต่ทุกรากเกื้อกูลให้เกิดผลลูกเดียวกัน
หากมองอย่างนี้เเล้ว เเนวคิดเรื่องต้นสังคมศึกษา กระบวนทัศน์ใหม่(องค์รวม) การศึกษาศตวรรษที่21 เเละ Education 4.0 ดูเหมือนว่าจะกล่าวถึงเรื่องเดียวกัน อย่างไรก็ดี สังคมศึกษา 4.0 ต้องเน้นที่นวัตกรรมเเละความเป็นต้นสังคมศึกษา เพื่อให้สังคมเป็นวิชาที่น่าเรียน เรียนอย่างสนุก ท้าทาย เเละมีความสุข

ลองนึกทบทวนกิจกรรมที่ครูพาทำตอนที่อยู่ ม.3
ในภาวะที่ครูพาทำกิจกรรมActive learning
ทำไมพวกเราบางคนไม่ชอบ
มันต้องมีปัจจัยหลายอย่าง ลองนึกถึงปัจจัยนั้นๆ สิ
นั้นแหละควรแก้ไข
อย่าลืมธรรมชาติของรายวิชา
และกรอบเวลาเรียนด้วย
แม้ไม่ได้จบเอกสังคม แต่เมื่อได้สอนวิชานี้ รู้สึกชอบมาก เขามีเสน่ห์ในตัว ใครสอนวิชานี้ได้ สุดยอดมาก เพราะมีตั้ง 5 สาระ ทำให้คิดถึงครูสอนสมัยเรียนมัธยม ครูเก่งมาก สอนได้ทุกสาระ องค์ความรู้เยอะมาก ตอนนี้เข้าใจดี มีความสุขที่ได้สอน ช่วยให้เราเป็นผู้ใฝ่เรียนใฝ่รู้มากขึ้นด้วย