จำได้ว่าเมื่อเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาในมหาวิทยาลัย การได้ช่วยเหลือใครๆโดยเฉพาะผู้ใหญ่หรือผู้มีพระคุณเช่น ครู-อาจารย์ ทำให้เกิดความชุ่มชื่นในหัวใจยิ่งนัก  เห็นอาจารย์หอบของพะรุงพะรังก็เป็นต้องรี่เข้าขอช่วยโดยไม่ต้องร้องขอ เป็นอย่างนี้ทั้งตัวเราเองและเพื่อนๆ  หรือหากมีอาจารย์เรียกใช้ให้ช่วยทำอะไรก็ตื่นเต้นดีใจ และภูมิใจที่ได้ทำ
    แล้วทุกอย่างก็ค่อยๆเปลี่ยนไปตามกาลเวลาและความเจริญก้าวหน้าแห่งโลกวัตถุ อันมีเทคโนโลยีที่หลากหลายเป็นตัวเร่ง  นักเรียนนักศึกษายุคหลังเริ่มเฉยๆได้กับการเห็นอาจารย์หอบหิ้วของพะรุงพะรัง แต่เมื่อเอ่ยปากขอความช่วยเหลือก็ยังมีน้ำใจช่วยโดยไม่บ่ายเบี่ยง  หลายปีผ่านไป คำขอความช่วยเหลือจากครูอาจารย์เริ่มมีคำตอบว่า "ผมไม่ว่าง จะรีบไปเรียนครับ" หรือหากเขานั่งอยู่หลายคนเมื่อมีการขอให้มาช่วยเช่น ยกของหน่อย ก็จะเกี่ยงกันว่า "แกไปสิ" เป็นต้น
     ที่จำได้ไม่ลืมก็คือสิ่งที่เกิดกับตัวเองเมื่อ 4-5 ปีก่อน ขณะที่เราและเพื่อนผู้พี่กำลังทะยอยขนอุปกรณ์โสตฯเช่น ทีวี เครื่องเสียงจากชั้นล่างขึ้นไปยังที่เก็บบนชั้นสองของอาคาร หลายเที่ยวผ่านไปก็ให้เหนื่อยอยู่เหมือนกัน  แล้วก็ดีใจที่ได้เห็นนักศึกษาใหม่ชั้นปีที่หนึ่งในโปรแกรมที่เราสอนอยู่เดินผ่านมา จึงเอ่ยปากบอกว่า "สมศักดิ์ เธอช่วยครูยกของหน่อยนะ" คำตอบที่ยังก้องหูจนต้องนำมาเขียนบันทึกเตือนใจใครต่อใครในวันนี้ ก็คือคำพูดที่ว่า "ผมไม่ใช่เจ้าหน้าที่ครับ" ก่อนที่เขาจะเดินจากไปโดยไม่ใส่ใจเราสองคนเลย.
     ชื่อ สมศักดิ์ สมมุติว่าเป็น นามสมมติ ก็แล้วกันครับ  ส่วนนามสกุลจ้างก็จะไม่ขอบอกครับ