บันทึกการเดินทาง
ปราสาทเมืองต่ำ อุทยานเขาพนมรุ้งและวนอุทยานเขากระโดง จังหวัดบุรีรัมย์
ในวันศุกร์ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐
จัดทำชิ้นงานนำเสนอเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และแหล่งเรียนรู้
พระยุทธนา ฉนฺทธมฺโม คณะครุศาสตร์ปีชั้นปี ๓ เอกการสอนสังคมศึกษา
นิสิต-นักศึกษาได้ไปศึกษาดูงานแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญด้านประวัติศาสตร์ 3 แห่งด้วยกัน
ปราสาทเมืองต่ำ อุทยานหินเขาพนมรุ้ง และวนอุทยานเขากระโดง ที่แห่งหนึ่ง ณ บุรีรีมย์
ขึ้นชื่อมาก ปราสาท สมดังคำขัวญที่ว่า“เมืองปราสาทหิน ถิ่นภูเขาไฟ ผ้าไหมสวย รวยวัฒนธรรม”
จุดหมายแรกของการศึกษาแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสต์ ปราสาทเมืองต่ำ....ไปกันเลย


โอ้ยๆ....ถึงสักที เหนื่อยมากเลย ขนาดจุดแรกนะนิ
โหหหหหว....สวยมากเลย อะไรจะป่านนั้น......อยากเข้าไปล่ะสิ...เออ แต่ว่ายังสงสัย ทำไมเขาเรียกชื่อว่า ปราสาทเมืองต่ำ น๊า อยากรู้จัง ไปหาประวัติความเป็นมากันเลย
ปราสาทเมืองต่ำ นับว่าเป็นปราสาทศิลปะขอมแบบปาปวน มีอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๖-๑๗ เป็นหนึ่งใน
กลุ่มปราสาทมรรคโค สันนิษฐานว่าสร้างขึ้น เพื่อถวายพระศิวะตามคติความเชื่อทางศาสนาฮินดู ตั้งอยู่บริเวณ ตำบลจระเข้มาก
อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์
ปราสาทหินเมืองต่ำ เป็นศาสนสถานในศาสนาฮินดู ศิลปะขอมโบราณ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 16-17 มีลักษณะเป็นกลุ่มปราสาทอิฐ 5 องค์ ตั้งอยู่บนศิลาแลงอันเดียวกันเรียงเป็น 2 แถวตามแนวทิศเหนือใต้ แถวหน้า 3 องค์
องค์กลางมีขนาดใหญ่กว่าปรางค์อื่น ส่วนแถวหลังมีปรางค์อิฐจำนวน 2 องค์ วางตำแหน่งให้อยู่ระหว่างช่อง ของปรางค์ 3 องค์ ในแถวแรก ทำให้สามารถมองเห็นปรางค์ทั้ง 5 องค์ พร้อมกันโดยไม่มีองค์หนึ่งมาบดบัง


"ปราสาทหินเมืองต่ำ เป็นศิลปะขอมแบบบาปวน คือ ทับหลัง มีลักษณะเป็นการเล่าเรื่อง
โดยมีภาพบุคคลเป็นส่วนใหญ่ มีรูปของหน้าสัตว์ประหลาดโดยการผสมผสานรวมกับเทวดาที่นั่งอยู่ภายในซุ้ม"
กรมศิลปากร ได้ขุดพบหน้าบันและทับหลังของมุขปราสาทปรางค์ประธานทำจากหินทราย หน้าบันจำหลักเป็นรูปพระอินทร์ประทับนั่งในท่ามหาราชลีลาสนะ
คือ นั่งชันเข่าขวาขึ้น
ขาซ้ายพับเหนือช้างเอราวัณสามเศียรในซุ้มเรือนแก้วอยู่บน หน้ากาล
ลักษณะของซุ้มหน้าบันนี้ เป็นศิลปะเขมรแบบบาปวน
มีอายุราวครึ่งหลังพุทธศตวรรษที่ 16 ปราสาททั้ง 5
จะล้อมรอบด้วยระเบียงคดซึ่งมีทับหลังและซุ้มประตูแกะสลักด้วยหินทรายอย่าง
งดงาม มีสระน้ำ หรือบาราย กรุด้วยศิลาแลง ทั้ง 4 ทิศ มุมสระมีพญานาคหินทราย
5 เศียร ทอดตัวยาวรอบขอบสระน้ำ ชั้นนอกปราสาทมีกำแพงศิลาแลงอีกชั้น
ความโดดเด่นของ ปราสาทเมืองต่ำ
นอกจากจะได้ชมสถาปัตยกรรมและศิลปะที่สวยงามของโบราณสถานแห่งนี้แล้ว
ยังได้ชมหมู่บ้านที่ตั้งเรียงรายเป็นกลุ่มอยู่กับปราสาทนี้ด้วย
ชาวบ้านอยู่ที่นี่มานานจนมีความรู้สึกว่าปราสาทคือส่วนหนึ่งของชุมชน
การดำเนินชีวิตของชาวบ้านโคกเมืองสัมพันธ์กับความงามของปราสาท
กลายเป็นความสงบร่มเย็นน่าสนใจไม่น้อย
แบบนี้นิเอง ชุมชนมีการร่วมมือกัน รักษาความงามของปราสาทให้เหมือนดั่งเดิมมากที่สุด
ได้แล้วชื่อปราสาทเมืองต่ำ แต่ไม่ใช่ชื่อเดิม เกิดจากชื่อที่ชาวพื้นเมืองเรียกโบราณสถานแห่งนี้ เพราะปราสาทแห่งนี้ตั้งอยู่บน พื้นราบ ส่วนปราสาทพนมรุ้งตั้งอยู่บนเชิงเขา ซึ่งทั้งปราสาทเมืองต่ำและปราสาทพนมรุ้งอยู่ไม่ห่างกันมาก
อธิบายหมดแล้ว ไปต่อกัน จุดหมายที่ ๒ ปราสาทพนมรุ้ง ไปบ่อยมาก ขี้เกลียดขึ้นไปจังเลย ดีเหมือนกันจะได้เห็นอีกครั้ง ได้ยินเขาว่าเปลี่ยนแปลงไปมาก แลลลลลลลละตามรอยละคร "นาคี" กัน

----------------ถึงแล้ว----------------
ครั้งนี้กับครั้งก่อนที่ได้ไป เปลี่ยนแปลงไม่มาก ชัดๆก็น่าจะทางขึ้น-ลง ที่เปลี่ยนจากหินขั้นบรรได เป็นไม้ทำให้สะดวกต่อการขึ้นไปบน-ลง มากขึ้น แต่ก็ดูน่าอัศจรรย์เหมือนเดิม
แต่ประวัติความเป็นมา ลืมไปบ้างแล้ว ถึงเวลาทบทวนต่อแล้ว

อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง หรือปราสาทหินพนมรุ้ง
เป็นหนึ่งในปราสาทหินในกลุ่มราชมรรคา เป็นโบราณสถานที่ตั้งอยู่บน
เขาพนมรุ้งตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 2 ตำบลตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ
ห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์ลงมาทางทิศใต้ประมาณ 77 กิโลเมตร
ประกอบไปด้วยโบราณสถานสำคัญ ซึ่งตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว
สูงประมาณ 200 เมตรจากพื้นราบ (ประมาณ 350 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง)
คำว่า พนมรุ้งนั้น มาจากภาษาเขมร คำว่า วนํรุง แปลว่าภูเขาใหญ่
สร้างขึ้นโดยมีรูปแบบของศิลปะเขมรโบราณที่มีความงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง
ความงดงามและความยิ่งใหญ่
ของปราสาทแห่งนี้ปรากฏให้เห็นได้ในรูปงานสถาปัตยกรรม
การจำหลักลวดลายการเลือกทำเลที่ตั้งบนยอดเขามีแผนผัง
ตามแนวแกนที่มีองค์ประกอบของสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ
เรียงตัวกันเป็นแนวเส้นตรงพุ่งเข้าหาจุดศูนย์กลาง คือ ปราสาทประธาน จากงาน
ก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่นี้ชวนให้เกิดความสงสัยและอัศจรรย์ใจเป็นอย่างยิ่งว่าคนในสมัยโบราณสร้างปราสาทหลังนี้ขึ้นมาได้อย่างไร ปัจจุบันปราสาทหินพนมรุ้งกำลังอยู่ในเกณฑ์กำลังพิจารณาเป็นมรดกโลก
![]()
ปราสาทหินพนมรุ้งสร้างขึ้นเนื่องในศาสนาฮินดูลัทธิไศวะซึ่งนับถือพระศิวะเป็นเทพเจ้าสูงสุดเพื่อเป็นเทวาลัยที่ประทับของพระศิวะ
พระองค์ที่ประทับอยู่บนยอดเขาไกรลาส
ดังนั้นการที่ปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นบนยอดเขาพนมรุ้ง
จึงเป็นการสะท้อนถึงการนับถือ ศาสนาฮินดูลัทธิไศวนิกายได้เป็นอย่างดี
เขาพนมรุ้งจึงเปรียบเสมือนเขาไกรลาสที่ประทับของพระศิวะ
องค์ประกอบและแผนผังของ
ปราสาทพนมรุ้งได้รับการออกแบบให้มีลักษณะเป็นแนวเส้นตรง
และเน้นความสำคัญเข้าหาจุดศูนย์กลาง นั่นคือปราสาทประธาน
ซึ่งหันหน้าไปทางทิศตะวันออกด้านขวาของบันไดทางขึ้นสู่ศาสนสถานมีอาคารที่เรียกว่าพลับพลาอาคารนี้อาจจะเป็นอาคารที่เรียกกัน
ในปัจจุบันว่าพลับพลาเปลื้องเครื่องซึ่งเป็น ที่พักจัด
เตรียมองค์ของพระมหากษัตริย์ ก่อนเสด็จเข้าสู่การสักการะเทพเจ้าหรือประกอบ
พิธีกรรมในบริเวณศาสนสถาน

ตัวปราสาทด้านหน้า


.gif)
จุดหมายสุดท้ายในการทัวร์ศึกษาดูงาน
วนอุทยานภูเขาไฟกระโดง
อุทยานภูเขาไฟกระโดง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ
และศึกษาประวัติศาสตร์ ธรณีวิทยาและชีววิทยา
เพราะเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟที่ยังคงปรากฏร่องรอยปากปล่องให้เห็นได้ชัดเจน มีโบราณสถานกู่เขากระโดง
เป็นที่ประดิษฐานรองพระพุทธบาทจำลอง และมี”พระสุภัทรบพิตร”
พระพุทธรูปองค์ใหญ่คู่เมืองบุรีรัมย์
อยู่บนยอดเขา และยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าเต็งรัง เนื้อที่ประมาณ 6
พันไร่ รวมทั้งพันธุ์ไม้พื้นเมืองที่หาชมได้ยาก เช่น ผลของต้นโยนีปีศาจ
ที่มักพบในบริเวณเขตภูเขาไฟ การขึ้นไปยังเขากระโดงสามารถทำได้สองวิธี คือ
เดินขึ้นบันได หรือ ขับรถขึ้นไปถึงยอดเขา ระหว่างทางจะพบพระพุทธรูปปางต่าง
ๆ เรียงรายอยู่เป็นระยะ
วนอุทยานเขากระโดง ชื่อเดิมชาวบ้านเรียกเขากระโดงว่า “พนมกระดอง”
เป็นภาษาเขมร แปลว่า “ภูเขากระดอง
(เต่า)” เพราะมีรูปลักษณ์คล้ายกระดองเต่า
ต่อมา จึงเรียกเพี้ยนเป็น “กระโดง”
จุดเด่นวนอุทยานภูเขาไฟกระโดง


พระสุภัทรบพิตร เป็นพระพุทธรูปคู่เมือง
ภายในเศียรบรรจุพระธาตุ ประดิษฐานอยู่บนเขากระโดง
เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐฉาบปูนขนาดใหญ่
หน้าตักกว้าง 12 เมตร ฐานยาว 14 เมตร
หันหน้าไปทางทิศเหนือ สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2512
โดยผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ นายสุรวุฒิ บุญญานุสาสน์ ในขณะนั้น
ร่วมกับพ่อค้าประชาชนและผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใสในความคิดและโครงการต่างๆ
ของหลวงพ่อบุญมา ปัญญาปโชโต อดีตเจ้าอาวาสวัดเขากระโดง
ได้ร่วมกันจัดสร้างขึ้นบริเวณยอดเขากระโดง
เพื่อให้เป็นที่สักการะบูชาของพุทธศาสนิกชนทั่วไป
ปากปล่องภูเขาไฟเขากระโดง ปากปล่องภูเขาไฟเขากระโดง
มีอายุประมาณ 3 แสนถึง 9 แสนปี สูงจากระดับน้ำทะเล 265 เมตร
ซากปากปล่องเป็นรูปพระจันทร์ครึ่งซีก
ยอดเนินเขาเป็นขอบปล่องด้านทิศใต้เรียกว่า เขาใหญ่
ส่วนยอดเนินเป็นขอบปล่องด้านทิศเหนือเรียกว่า เขาน้อย หรือเขากระโดง
ส่วนบริเวณที่เป็นขอบปล่องปะทุคือ บริเวณที่เป็นหุบเขา
ปัจจุบันมีสภาพเป็นสระน้ำ
เป็นซากภูเขาไฟที่ยังคงสภาพดีและมีอายุน้อยที่สุดในประเทศไทย
สะพานพิสูจน์ศรัทธาสาธุชน (บันไดนาคราช) สร้างขึ้นเมื่อปี
2512 เพื่อเป็นทางเดินขึ้นไปสักการะบูชาพระสุภัทรบพิตร
ซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขากระโดง จำนวน 297 ขั้น
ชมการละเล่นพื้นบ้านในงานประเพณีขึ้นเขากระโดง วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5
และร่วมทำบูญงานประกวดกวนข้าวทิพย์–ตักบาตรรเทโวโรหณะ
ในช่วงก่อนวันออกพรรษาและวันออกพรรษาของทุกปี
ปราสาทเขากระโดงและพระพุทธบาทจำลอง ตั้งอยู่บนปากปล่องภูเขาไฟกระโดง
เป็นศาสนสถาน สร้างขึ้นก่อนสมัยสุโขทัย เดิมเป็นปรางค์หินทราย
ก่อบนฐานศิลาแลงองค์เดียวโดดๆ ฐานสี่เหลี่ยมขนาด 4×4 เมตร มีช่องทางเข้า 4
ด้าน ต่อมาหินพังหรือถูกรื้อลงมา มีผู้นำหินมาเรียงขึ้นมาใหม่
แต่ไม่ตรงตามรูปแบบเดิม ในสมัยรัตนโกสินทร์
ตระกูลสิงห์เสนีย์ได้ประดิษฐาน พระพุทธบาทจำลองไว้ในองค์ปรางค์
การเดินทางศึกษาดูงานในครั้งนี้มีความสำคัญแก่การศึกษาวิชาประวัติศาสตร์มาก
ถึงแม้ข้อมูลได้จากการก๊อปมาบ้างคิดเองบ้าง แต่การลงพื้นจริงก็มีความสำคัญอย่างมาก






