การบริหารสถานศึกษาภายใต้สถานการณ์ความขาดแคลน

ถวิล
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ


การบริหารสถานศึกษาภายใต้สถานการณ์ความขาดแคลน

ดร. ถวิล อรัญเวศ

รอง ผอ.สพป.นครราชสีมา เขต 4

ครูเราเมื่อเลือกทางเดินเป็นผู้บริหารโรงเรียนแล้ว ก็จะต้องทำใจและ ยอมรับว่า ในสภาพความเป็นจริงแล้ว ผู้บริหารโรงเรียนเราส่วนใหญ่ ไม่มีสิทธิ์ที่จะเลือกโรงเรียนที่มีความพร้อมมาบริหารได้เอง แล้วแต่จังหวะและโอกาสที่จะเจอโรงเรียนที่มีความพร้อม ฉะนั้น เมื่อเราได้รับแต่งตั้งให้ไปเป็นผู้อำนวยการในโรงเรียนขนาดเล็กที่มีความขาดแคลน งบประมาณก็มีไม่มาก เพราะเป็นโรงเรียนขนาดเล็ก ครูก็ขาด เราจะทำอย่างไรจึงจะสามารถนำพาโรงเรียนไปตลอดรอดฝั่งได้ ได้รับการยอมรับ และก่อให้เกิดความศรัทธา และความเชื่อมั่นให้กับผู้ปกครอง หรือผู้รับบริการและอยากส่งบุตรหลานมาเรียนที่โรงเรียน ดังนั้น จึงนับว่าเป็นเรื่องที่ยากและท้าทายให้กับผู้บริหารที่ต้องไปบริหารงานในโรงเรียนดังกล่าวเป็นอย่างมาก เพราะมองดูแล้วเป็นเรื่องที่มืดมน ไม่เห็นอนาคตความก้าวหน้าในอาชีพบริหารเลยเพราะสร้างผลงานได้ยากมาก จึงทำให้เกิดความไม่มั่นใจในความก้าวหน้าด้านวิชาชีพหรือการได้รับการเลื่อนวิทยฐานะสูงขึ้น

การบริหารสถานศึกษาภายใต้สถานการณ์ความขาดแคลน

ผู้เขียนเอง เคยดำรงตำแหน่งครูใหญ่ 5 ปี อาจารย์ใหญ่ 3 ปี และผู้อำนวยการโรงเรียน 3 ปี ได้รับประสบการณ์และตรงได้รับแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกันกับผู้บริหารโรงเรียนหลายคนที่ประสบผลสำเร็จในการบริหารงานในโรงเรียน พอที่จะสังเคราะห์ปัจจัยการบริหารโรงเรียนภายใต้เงื่อนไขความขาดแคลน ซึ่งเป็นเกร็ดความรู้ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย หรือกลยุทธ์ในการบริหารที่เรียกว่า “ 6 .” คือ

1. ประโยชน์ จะต้องมีแผนงาน โครงการว่า เงินที่ใช้ไปจะเกิดประโยชน์อะไรต่อการพัฒนาคุณภาพ

การศึกษาหรือคุณภาพของผู้เรียน เป็นสำคัญ

2. ประหยัด จะต้องคำนึงถึงงบประมาณที่ใช้ไปว่าคุ้มค่าคุ้มทุนไหม ต้องประหยัด ใช้ให้คุ้มค่ากับ

เงินงบประมาณที่โรงเรียนมีอยู่อย่างจำกัด

3. ประสิทธิภาพ จะต้องคำนึงถึงผลผลิตที่ได้ใช้ ทรัพยากร ทั้งคน เงิน วัสดุ และการจัดการใช้ไปน้อยแต่เกิดประโยชน์ได้มาก ส่งผลต่อการพัฒนาผู้เรียนอย่างหลากหลาย ประหยัด คน ประหยัดงบประมาณ และประหยัดเวลา ใช้ครูหรือบุคลากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รีดเอาความรู้ความสามารถและประสบการณ์ของครูแต่ละคนออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

4. ประสิทธิผล จะต้องคำนึงถึงผลที่ตามมาว่า ใช้งบประมาณไปแล้วจะได้อะไรกลับมา หรือก่อให้

เกิดมรรคผลต่อการพัฒนาการศึกษาในโรงเรียน หรือผู้เรียนเป็นสำคัญ

5. ประชาสัมพันธ์ จะต้องนำผลงานดีเด่นของโรงเรียนออกประชาสัมพันธ์เพื่อชักจูงให้ผู้ปกครองและชุมชน ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้เห็นความสำคัญ และยินดีเข้ามามีส่วนร่วมสนับสนุนงบประมาณ สื่อการเรียนการสอนให้กับทางโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนจะต้องสร้างศรัทธาด้วยผลงานเป็นต้นทุนเพื่อเป็นสร้างแรงจูงใจให้ผู้ปกครอง เอกชน และภาคประชาสังคมได้เข้ามาส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาในโรงเรียน อาจจะทำเป็นแผ่นพับ ภาพถ่าย ลงในเว็บไซต์โรงเรียน เป็นต้น

6. ประมาณการงบประมาณหรือมีประมวลข้อมูลไว้พร้อม การมีข้อมูลไว้พร้อมสรรพก็เพื่อเสนอต่อต้นสังกัดและผู้มีจิตศรัทธา ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมว่าโรงเรียนเราขาดแคลนอะไร ถ้าอยากให้ช่วยเหลือเร่งด่วน (ICU) คืออะไร ซึ่งบ่อยครั้งที่จะได้รับผลตอบกลับมาอย่างไม่คาดฝันขอเพียงให้โรงเรียนมีข้อมูลพร้อมและมีแผนจะดำเนินการไว้ชัดเจน ทำให้เขาเชื่อมั่นว่า สิ่งที่เรามี ปัญหาที่เรารวบรวมไว้เมื่อได้รับความช่วยเหลืองบประมาณ จะเกิดประโยชน์ต่อผู้เรียนได้อย่างแท้จริง

สรุป

การบริหารสถานศึกษาภายใต้สถานการณ์ความขาดแคลนทั้งคน และทรัพยากรการบริหารงบประมาณ ผู้บริหารจำต้องออกแรงมากกว่าโรงเรียนที่มีความพร้อม ทั้งนี้ เพราะจะต้องใช้ทั้งกลยุทธ์ ศาสตร์ และศิลป์ในการบริหารเพิ่มขึ้น เท่าตัว จึงจะทำให้เกิดความศรัทธาเชื่อมั่นได้ หลักที่ควรใช้ คือ เทคนิค “6 ป” ได้แก่ ประโยชน์ ประหยัด ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ประชาสัมพันธ์และประมาณการข้อมูลไว้พร้อมเผื่อพบใครมี ศรัทธาจะบริจาค ก็พร้อมที่จะนำเสนอข้อมูลได้ทันที เทคนิคดังกล่าวรับรองว่าเกิดผลดีแน่นอน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บทความทางวิชาการถวิล อรัญเวศ



ความเห็น (0)