บันทึกที่ที่ 101---ช่องหนีภัยตอนที่ 10

......... ถ้าเครื่อง TAT-39 เครื่องดับเมื่อใด จะพาให้เครื่องกู้ภัยถูกดึงให้ตกตามไปด้วย ทุกคนจะต้องตายอย่างแน่นอน มีทางแก้ไข ทางเดียว คือนักบินคนหนึ่ง ต้องไปขับเครื่องTAT- 39 ขับเร่งเครื่องออกจากกันพร้อม ๆ กัน เชื่อว่า แรงดึงพร้อมกัน จะทำให้เครื่องทั้งสสองหลุดจากกันได้ แต่ผู้ไปขับ TAT-39 อาจต้อง ........ “ ท่านหยุดพูด นิดหนึ่งแล้วพูดต่อ ด้วยเสียงสั่นเครือ

“ ตกลงไปกับเครื่อง “เกิดความเงียบจากทั้งสองฝ่ายทันที พักใหญ่จึงมีเสียงตอบจากนักบิน

“ จากนักบินเครื่องกู้ภัย ถึง ท่าน ผบ. รับทราบ เราจะตกลงกันเองค่ะ ว่าใครจะไป “
ย้อนกลับไปที่ คอปเต้อรกู้ภัย ทอ. ที่ออกสกัดร่มคนร้าย พวกเขา ไปทันตอนที่ร่มตัวแรกของพวกมันกำลังตีวงลงสู่พื้นดินข้างล่าง ที่มีรถตู้สีดำจอดรออยู่คันหนึ่ง ส่วนร่มที่สองยังอยู่สูงแต่กำลังตีวงตามลงไป

จ่าอากาศหัวหน้าชุด สั่งการ “ ไปขวางร่มตัวบนไว้ อย่าให้มันลงได้ “

นักบิน “ครับผม ไปขวางไม่ให้ร่มตัวบนตีวงลงได้ “แล้วก็บังคับเฮลิคอปเตอร ลิ่วเข้าไปขวางแนววนของร่มตัวบน ทำให้มันต้องเปลี่ยนแนวหลบไปทางอื่น แต่เฮลิคอปเตอรก็ตามไปขวางไว้อีก ทันใดนั้น ก็มีเสียงปืนจากรถตู้สีดำยิงมาที่เฮลิคอปเตอรหลายนัด นัดหนึ่งเจาะทะลุลำตัวด้านนอกเข้าในห้องนักบิน แต่ไม่ถูกอะไร “ ยิงสู้ม้น “ จ่าหัวหน้าสั่งพลปืน พลปืน” รับทราบ ยิงสู้ “ จากนั้นเขาก็รัวปืนกลอากาศประจำเครื่องยิงลงที่รถตู้บ้าง เสี่ยงปืนจากรถตู้เงียบหายไปทันที จ่า ฯ “ นักบิน นำฐานเครื่องไปเสยร่มตัวบนไว้ ปฏิบัติ “

นักบิน “ รับทราบคำสั่ง นำฐานเครื่องไปเสยร่ม

ตัวบน “ ทวนคำสั่งเสร็จ ก็บังคับเครื่องตามไปที่ปีกหลังร่ม แล้วเงยหัวนำฐานเครื่องด้านขวาขึ้นช้อนใต้กลางชายปีกปีกร่มด้านหลังพาร่างที่มันห้อยยู่ลอยออกไปจากรัศมีกระสุนจากรถตู้ ขณะเดียวกัน จ่า ฯ ก็ประสานให้กำลังพื้นดินทราบจุดที่รถตู้คนร้ายจอดอยู่ และแจ้งว่า จะนำคนร้ายในร่มที่ 2 ที่ถูกเกี่ยวไว้บนอากาศ ไปส่งให้ ขอให้แจ้งจุดที่จะรับตัวให้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน คงคานที80ปีในหลวง



ความเห็น (0)