ค่ายอาสาฯ กับวิชาความสุขของชีวิต

จิตอาสา จิตสาธารณะ ค่ายอาสาพัฒนา กิจกรรมนักศึกษา จิตวิญญาณ อุดมการณ์ ทำไปทำไมวะ?

13 กับ 15 มีนาคม 60 นี้ ผมตกปากรับคำ อ.กอล์ฟ โชคธำรงค์ จงจอหอ ว่าจะไปช่วย "เล่า" ประสบการณ์ให้นักศึกษาฟัง ในรายวิชาความสุขของชีวิต โดย อ.กอล์ฟ บอกว่า ให้เล่าประสบการณ์ตั้งแต่เป็นนักศึกษาจนปัจจุบัน ในการทำงาน "จิตอาสา" หรือการไปทำ "ค่ายอาสาพัฒนาฯ" พอถามทามมา แม้จะดูไม่เป็นทางหารนัก ก็รีบรับปาก เพราะเป็นเรื่องที่ไม่เคยพูดที่ไหนมาก่อน มันน่าสนุกดีว่า เวลาแค่ 1 ชั่วโมง จะพอให้ยัดเรื่องราวมากมายใส่ไปได้อย่างไรหมด


โจทย์ยากถัดมาคือว่า จะเอาเรื่องราวนับร้อยพันเรื่องในชีวิตอะไรบ้าง มาเล่าให้เขาฟัง? แล้วเขาสนใจฟัง เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน มองเห็นภาพ และเกิดแนวคิด (Idea) ในการต่อยอดความรู้สึกนึกคิด

ถัดมาคือว่า แล้วพวกที่เขาไม่ได้มีจิตอาสามาทำกิจกรรมหรือมาทำค่าย เขาจะได้อะไรจากการบรรยายในครั้งนี้?

เฮ้ย คนเรามันไม่เหมือนกันเว้ย ลางคนชอบ มีจริตอาสาทำแม่งทุกอย่าง สนุก สุข กับการ ร้อง เล่น เต้น รำ ทำค่าย มีเพื่อนมากมายหลายหลาก แต่บางคนเขาชอบปลีกวิเวก อ่านหนังสือ เล่ยเกมส์ ดูซีรีย์ ท่องเน็ต ดูไอดอล เป็นติ่งเกาหลี หรือชอบไปท่องเที่ยว ถ่ายรูป หรือชอบอยู่กับแฟน แล้วยังไงต่อ?

มาเล่าให้เขาฟัง ทั้งๆที่เราสอนเรื่องการเคารพสิทธิของผู้อื่น ?

การทำค่ายอาสาหรือกิจกรรมอาสา จึงเป็นเรื่องเฉพาะ แต่วันนี้ จะมาเล่าเรื่องราวเฉพาะที่ชอบว่าเพราะอะไร? เพราะในความเป็นจริง อาจไม่ได้มุ่งหน้าตั้งตาทำแต่ค่ายอาสาก็ได้ จริงไหม?


การหลงใหล รักการทำเรื่อง "อาสา" คงติดตัวมาตั้งแต่เด็ก คุณตา เป็นผู้นำชุมชน เป็นผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้นำทางศาสนา เช่นเดียวกับคุณปู่ การได้รับอิทธิพลเรื่องนี้มา ไม่ใช่เรื่องแปลก ประถม มัธยม ปริญญาตรี ปริญญาโท หรือแม้แต่มาทำงาน ก็ยังอาสาทำงานอยู่เรื่อยๆ

ระหว่างที่เรียน ป.ตรี ที่ มข. มีหลายคนห่วงใยว่า มาเรียนก็เรียนดิวะ ทำอะไรหนักหนากิจกรรม ?

พระพุทธเจ้า ตรัสสอนว่า "ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน" เราหลงใหลติ่งเกาหลี บางทีก็มีคนมอง เบะปาก มองบน ก็ถมไป นี่ผมหลงรักกิจกรรม ก็จะทำไมละ ในเมื่อเราไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน เรียนก็เรียน ไม่ได้ขาดเรียนไปไหน กิจกรรม ก็ไปทำตอนว่าง แม้จะโดดเรียนบ้าง ก็ยังดีกว่าโดดเรียนไปกินเหล้าสูบยาบ้าพนัน ว่าไหม?

จริงๆการมีจิตอาสาหรือจิตสาธารณะ มันไม่ใช่เฉพาะเรื่องไปค่ายหรอก ค่ายมันสวยงามในตัวของมัน การได้เสียสละความสุขส่วนตัวในวันหยุดไปทำประโยชน์ ของแถมคือ ได้รู้จักเพื่อนๆมากขึ้น ได้ไปเที่ยวดูโลก ไปเรียนรู้ชุมชนและสังคม แต่หากไม่ได้ชอบไปค่าย ก็เป็นคนดีมีสุขได้คือ การไม่ไปกระทบสิทธิคนอื่น การไม่ทำให้ตัวเองและผู้อื่นเดือดร้อน หรือการช่วยเหลือทำงานเพื่อส่วนรวมในรูปแบบอื่นๆ หรือแม้แต่การทำงานอดิเรกที่ตนเองรักเพื่อแบ่งปันความสุขให้คนอื่น ก็สุขใจดี ผมทำมาเสมอๆ ชอบถ่ายรูปก็ถ่ายรูปแล้วแบ่งปัน สร้างกลุ่มมอง มข. ผ่านเลนส์ ให้คนได้แชร์รูป หรือเข้ามาดูรูป เอารูปไปใช้ การช่วยเป็นแอดมิน เคเคยูกรุ๊ป กรุ๊ปดราม่า รองจากพันทิป ก็ต้องช่วยดูแล หลายครั้งก็โดนด่าสารพัด ก็อดทนทำต่อไปไม่ย่อท้อ การมีจิตอาสาจึงไม่ใช่เฉพาะการจะไปทำค่าย ไปเป็นผู้นำอะไรมากมาย ทำสิ่งดีๆเล็กๆน้อยๆก็มีความสุขดีที่ได้แบ่งปัน เพราะเหล้าก็กิน เป็นคนสอนหนังสือก็ทำ เป็นกรรมการตัดสินก็หลายเวที สุนทรพจน์ โต้วาที ดาวเดือน ประกวดเชียร์ ตำแหน่งบริหารก็มี บางทีก็ต้องไปเป็นประธานในพิธี ก็จะอะไรมากมาย ทำเท่าที่มีสุข แล้วแบ่งปันคนอื่นด้วย ก็พอเพียงเพียงพอ อย่ามัวไปตำหนิว่าคนอื่นไม่ทำดี เราต่างหากทำดีแบบไหนหรือแค่ไหน เขาอาจจะแอบทำดีมากมายก็ได้ แค่เราไม่เห็น


เอ้า นี่เตรียมบรรยายนะ ไหนละเนื้อหา ไหนละเรื่องราวตามหัวข้อ แล้วนี่ก็ยาวเป็นวา เขียนทำไมเยอะแยะ

  • สายๆวันเสาร์ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๐

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น

คำสำคัญ (Tags)#กิจกรรมนักศึกษา#ค่าย#จิตสาธารณะ#จิตอาสา#ความสุขของชีวิต

หมายเลขบันทึก: 625717, เขียน: 11 Mar 2017 @ 12:41 (), สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง, ดอกไม้: 1, อ่าน: คลิก


ความเห็น (0)