...........แอร์ ผวาร้องกรีด ก้องห้องโดยสารเครื่องบิน คลานไปเขย่าตัวนักบินผู้ช่วยไปมาอย่างไม่รู้จะทำอะไร แล้วเธอ ก็หยิบมือถือที่หล่นจากมือนักบินผู้ช่วยขึ้นมาพูดเสียงกระเส่า “ ช่วยด้วย นักบินผู้ช่วยหมดสติไปอีกคนแล้ว จะให้ทำยังไงคะ ตอนนี้เหลือหนูอยู่คนเดียว หนูกลัวค่ะ” “ชลลดา ฯ “ ใจเย็น ๆ น้อง บอกพี่ด่วน นักบินที่ 2 เปืดระบบขับอัตตนัต์หรือเปล่า “ แอร์ หนูไม่รู้ค่ะ แต่เห็นมีไฟแดงวาบ ๆหลอดหนึ่งติดอยู่เหนือแผงเครื่องวัดค่ะ “ ชลลดา “ ไช่แล้วค่ะนั่นคือไฟเตือนให้รู้ว่า เครื่องกำลังบินด้วยระบบอัตตโนมัติ์ ให้น้องรีบไปที่ช่องหนีภัยคอยช่วยพลกู้ภัยของเราหมุนคานเหนือกรงที่โผล่ขึ้นไปขวางพื้นเครื่องบินโดยด่วน “

ขณะนั้น พลกู้ภัยทั้ง 3 กำลังล้วงมือขึ้นไปจับคาน ที่ปลายข้างหนึ่งอ้าเล็กน้อย อีกข้าง กดชิดกับขอบช่องหนีภัย เมื่อ แอร์ ไปช่วยทำอีกแรงหนึ่ง ก็หมุนขวางช่องหนีภัยกันไม่ให้เครื่องทั้งสองแยกตัวจากกันได้ทั้งสองตัว จากนั้น พลกู้ภัยทั้ง 3 ก็ขึ้นไปในห้องผู้โดยสาร คนหนึ่งทำหน้าทีถ่ายภาพและวิดีโอ สภาพที่ปรากฏในขณะนั้นปละการทำงานของทุกคนไว้เป็นหลักฐาน ที่เหลือไปช่วยยกตัวนักบินที่ 2 และร่างนักบินที่ 1 กับร่าง คนคุมเงินทั่ง 2 ไปยังช่องหนีภัย ลำเลียงแต่ละร่างลงไปในกรวยเครื่องกู้ภัยพาเข้าตัวเครื่องบินกู้ภัยอย่างทุลักทุเลให้พลพยาบาลทำการตรวจสอบบาดแผลและปฐมพยาบาลอย่างรีบด่วน ต่อไป

“จากทีมกู้ภัย ถึงศูนย์ ช่วยได้ทุกคนแล้ว เปลี่ยน “

ที่ศูนย์ ฯ ทุกคนในห้องปรบมือกันเกลียวกราว ต่างยิ้มแย้มอย่างชื่นมึนที่พวกตัวทำงานสำเร็จ ท่าน ผบ. ค่ายร่มบินหญิง และ หลวงพ่อฯ หน้าแช่มชื่นและชื่นมืนไปด้วย ทั้งสองได้กล่าวชื่นชมทีมงานเป็นเวลานาน แต่ตอมา ไม่นานนัก ก็มีข่าวไม่ดีมาที่ ศูนย์

เงียบไปพักใหญ่ มี ข่าวต่อมา “ จากทีมงานช่วยกลางอากาศ ถึงศูนย์ มีปัญหา ถอนตัวออกจากเครื่อง TAT-39 ไม่ได้ ย้ำ ถอนตัวออกไม่ได้ “

หลวงพ่อกับท่าน ผบ.ค่าย ฯ หันมองหน้ากันราวนัดหมายและต่างหยุดยิ้ม กระทันหันเช่……(.โปรดรออ่านต่อตอนหน้า )