บันทึกของมนุษย์นศ.OT ตอนเรื่องน่ารู้..OBP

สวัสดีค่ะผู้อ่านทุกท่าน...วันนี้ฉันมีเรื่องราวดีๆจะมาแชร์ให้ทุกท่านได้อ่านกันค่ะ

ขอเกริ่นก่อนเลยว่า บทความต่อไปนี้เป็นบทความที่ศึกษาจากตัวอย่างของรายงานกรณีศึกษาแล้วนำมาวิเคราะห์การใช้ OBP(occupational based practice)

"OBP (occupational based practice) involves a type of client-centered practice in which both the occupational therapist and the client collaboratively choose and design meaningful activities based on the client's interests, needs, health and participation in daily life " (AOTA, 2014)

กล่าวคือเป็นกระบวนการทางกิจกรรมบำบัดที่อิงกิจกรรมการดำเนินชีวิตของผู้รับบริการ โดยยึดผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง ซึ่งผู้รับบริการและนักบำบัดจะช่วยกับออกแบบสื่อกิจกรรมการรักษาที่มี(เป้าหมาย)ความหมาย กิจกรรมการรักษานั้นจะต้องขึ้นอยู่กับความสนใจและความต้องการของผู้รับบริการรวมไปถึงสุขภาพและการมีส่วนร่วมในชีวิตประจำวันของเขาด้วย

จากการได้วิเคราะห์กรณีศึกษาพบว่า กิจกรรมที่ให้ผู้รับบริการทำยังไม่ถึงขั้นที่สามารถเรียกได้ว่าเป็น OBP อย่างเต็มรูปแบบได้เนื่องจากอาจจะมีหลายปัจจัยที่ส่งผล เช่น

Ø การออกแบบกิจกรรมที่ไม่ได้ยึดผู้รับบริการเป็นหลัก อาศัยรูปแบบการทำกิจกรรมรูปแบบเดิมๆ ซึ่งแน่นอนว่าผู้รับบริการแต่ละคนมีความต้องการและความสนใจไม่เหมือนกัน เป้าหมายการใช้ชีวิตต่างกัน รวมไปถึงการให้คุณค่าในตนเองก็ต่างเช่นกัน ดังนั้นกิจกรรมที่ใช้ควรอาศัยการร่วมมือกับของผู้รับบริการและนักบำบัด โดยการตั้งวัตถุประสงค์ร่วมกัน(Short term goal and long term goal)และลงมือปฏิบัติร่วมกัน รวมถึงนักบำบัดจะต้องทำการประเมินก่อนและหลังทำกิจกรรมเพื่อนำข้อมูลมาเปรียบเทียบถึง Performance skills ของผู้รับบริการด้วย

Ø อีกปัจจัยหนึ่งที่มีผลก็คือระยะเวลาและสถานที่ที่จำกัดการทำกิจกรรมของผู้รับบริการเช่น ระยะเวลาที่ใช้ในการฝึกผู้รับบริการน้อยไปหรือสถานที่ไม่สะดวกต่อการทำกิจกรรม เหตุผลทั้งหมดเหล่านี้เองที่เป็นตัวจำกัด performance skills ของผู้รับบริการ

ถ้าจะถามว่า เราสามารถที่จะฝึกกิจกรรมเหล่านี้ให้ไปถึงขั้น OBP ได้หรือไม่?

สามารถตอบเลยว่าได้แน่นอน โดยที่เราจะต้องคำนึกถึงผู้รับบริการเป็นหลักสำคัญ (client center) พิจารณาว่าผู้รับบริการต้องการหรือสนใจสิ่งใด อยากทำกิจกรรมรูปแบบไหน (client need and interest) กิจกรรมจะต้องมีเป้าประสงค์(purposeful)และมีความหมาย(meaningful)สำหรับผู้รับบริการ

โดยผู้บำบัดจะต้องมีบทบาทเป็นสื่อการรักษา(therapeutic use of self) จนเกิดเป็นการพัฒนาสร้างสัมพันธภาพ(therapeutic relationship) รวมไปถึงการเข้าไปมีบทบาทในการดัดแปลงสิ่งแวดล้อม(therapeutic environment) ให้ด้วยหัวใจที่มีเมตตา(therapeutic empathy) จนเกิดการฝึกทักษะที่มีอยู่ให้เกิดศักยภาพสูงสุด(therapeutic skills)

พิจารณากรณีศึกษาของผู้รับบริการ

ผู้รับบริการท่านนี้มีความประสงค์ที่จะช่วยเหลือตนเองและกลับไปใช้ชีวิตกับครอบครัวได้ ดังนั้นกิจกรรมที่ให้ควรสอดคล้องกับความต้องการของผู้รับบริการเช่น การฝึกแต่งตัว การฝึกรับประทานอาหาร การทำงานบ้านเล็กๆน้อยๆได้ การฝึกกิจกรรมที่นำไปประกอบอาชีพได้รวมไปถึงการฝึกการเข้าสังคมและระงับอารมณ์ของตนเองได้ เป็นต้น

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน OT&ME.



ความเห็น (0)