ความมุ่งมั่น.. เพื่อพัฒนาตนเอง สู่หนทางแห่งความสำเร็จ ในเวลาที่มีจำกัด.

ในเบื้องต้นนั้น ผมได้รับทุนสนับสนุนการวิจัย ของคณะวิทยาการจัดการฯ ม.นครพนม ตั้งแต่ ปี 2557-2558 ซึ่งได้ทำงานรายงานผลการวิจัยไว้แล้ว 2 เรื่อง คือ เรื่อง "สื่อวิทยุชุมชน ของมหาวิทยาลัย" และเรื่อง "สื่อทีวีดิจิตอล" โดยผมเลือกเรื่องสื่อทีวีดิจิตอล มานำเสนอในการเขียนบทความวิจัย เนื่องจากสื่อทีวีดิจิตอล มีความน่าสนใจมากกว่าสื่อวิทยุชุมชน เพราะเป็นเรื่องที่กำลังได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไปและเป็นเรื่องที่ภาครัฐ กำลังรณรงค์กับสื่อนี้ รวมทั้งเป็นเรื่องที่ทันสมัย อยู่ในสถานการณ์ปัจจุบัน ในช่วงปีที่ผ่านๆมา

ช่วงปลายปี 2559 นั้น ผมได้สนใจสืบค้นเวที ที่จะนำเสนอวิชาการ โดยผมได้พบว่า มี 2 เวที่ ที่น่าสนใจ คือ

1. การประชุมวิชาการระดับชาติ ของ ม.ขอนแก่น(กำหนดนำเสนอ ช่วงปลายเดือนมีนาคม 60)

2. การประชุมวิชาการระดับชาติ ของ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ (กำหนดนำเสนอ ช่วงต้นเดือนมีนาคม 60)

ผมพิจารณาแล้ว ตัดสินใจเลือกเวทีนำเสนอ ในการประชุมวิชาการระดับชาติ ของ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ (จากการสังเกตุตามประสบการณ์ติดตามการนำเสนอของเพื่อน ในเวทีต่างๆ ทั้งในเวทีระดับนานาชาติและเวทีระดับชาติ จะมีการนำเสนอใน 2 ลักษณะ คือ แบบโปสเตอร์ และแบบนำเสนอด้วยการพูด ลักษณะการจัดงาน จะจัดวันเดียว โดยในภาคเช้าจะเป็นการบรรยายจากวิทยากร ส่วนภาคบ่ายจะเป็นการนำเสนอผลงานวิชาการ)เนื่องจากอันดับแรกมีลักษณะความเชี่ยวชาญของศาสตร์วิชาที่เกี่ยวข้อง (สาขานิเทศศาสตร์) ต่อมาเป็นช่วงที่อยู่ในวงรอบของงานประกัน ปี 59

สำหรับขั้นตอนการสมัคร เพื่อจะส่งบทความวิจัยนั้น จะต้องศึกษากำหนดการในเว็บไซต์แต่ละช่วงวันต่างๆให้ชัดเจน เช่น กำหนดการรับสมัคร กำหนดการส่งบทความฉบับเต็ม กำหนดการตรวจบทความของผู้ทรงคุณวุฒิ กำหนดการแก้ไขบทความที่สมบูรณ์ กำหนดการประกาศรายชื่อให้นำเสนอบทความ และวันประชุมวิชาการ เพื่อนำเสนอบทความ เป็นต้น..

ในการสมัครนั้น อันดับแรก ให้โอนเงินค่าลงทะเบียนเข้าธนาคารก่อน (2,000 บาท) กรอกใบสมัคร เพื่อเข้าร่วมนำเสนอฯ ตลอดทั้งเขียนบทความฉบับสมบูรณ์ ให้ทันภายในระยะวันที่กำหนด โดยไฟล์เอกสารทั้ง 3 อย่าง ให้ส่งทางอีเมล์ทั้งหมด (ส่วนตัวผม ส่งกันทั้งหมด 3 รายการใน วันเดียว ใกล้วันสุดท้าย)

ส่วนตัวผมเขียนบทความวิจัย เพื่อพิจารณานำเสนอ (ช่วงแรกในระยะเวลา ที่จำกัด 37 วัน) โดยมีรูปแบบฟอนท์ ขนาด และบทความสมบูรณ์ต้องไม่เกิน 11 หน้า ผมส่งเสนอ เพื่อพิจารณาตรวจได้ จำนวน 15 หน้า

หลังจากนั้น ผู้ทรงคุณวุฒิตรวจ ส่งเข้ามาที่เมล์ (3 กพ.60) พบว่า มีหัวข้อให้แก้ไขทั้งหมด 7 ข้อ ตั้งแต่บทนำ จนถึงข้อเสนอแนะ (บทคัดย่อภาคภาษาอังกฤษ ผิดเพี้ยน 555) ผมขอสรุปเป็นประเด็นๆ ดังนี้

1. บทคัดย่อภาคภาษาไทย(การนำเสนอยังไม่เป็นหมวดหมู่ หรือสรุปอภิปรายผลไม่ตอบตรงกับวัตถุประสงค์ ที่อยากรู้)

2. บทคัดย่อภาคภาษาอังกฤษ (จะมีวิธีการตรวจสอบ ได้อย่างไร ??)

3. ส่วนบทนำ หรือที่มาความสำคัญของปัญหา(กรอบความคิดการวิจัย จะมีทั้งตัวแปรต้นและตัวแปรตาม โดยเฉพาะตัวแปรตาม เขียนแล้วไม่มีเนื้อหาหรือข้อมูล ที่สอดคล้องกับตัวแปรตามที่อยากจะรู้ ซึ่งผู้ทรงได้เสนอแนะในการเขียนบทนำว่า ทำไมจึงต้องเลือกหัวข้อนี้ ประเด็นนี้ มีความสำคัญอย่างไร ?? นอกจากนั้นคำที่ใช้ ไม่คงที่ ขาดความสม่ำเสมอในการใช้คำ ขาดการอ้างอิงเนื้อหาที่ยกมา ข้อมูลประชากรศาสตร์ ให้เขียนกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจนลงไป เช่น เป็น "ประชาชนทั่วไป" หรือ "นักศึกษา" เป็นต้น)

4. วรรณกรรมและแนวคิดการวิจัยที่เกี่ยวข้อง ( แนวคิดวรรณกรรมและการวิจัยฯ ไม่ทันสมัยและนานมาแล้ว และผู้ทรงฯแนะนำว่าจะประยุกต์และนำมาใช้ได้ อย่างไรบ้าง ??)

5. ผลการวิจัย (ผลการวิจัย ไปซ้ำกับการอภิปรายผล)

6. การอภิปรายผล และข้อเสนอแนะ (การอภิปรายผล กลายเป็นข้อเสนอแนะ ยังไม่ถูกต้อง ควรปรับปรุง ส่วนข้อเสนอแนะนั้น กลายเป็นอภิปรายผล ยังไม่ถูกต้อง ควรปรับปรุง และผู้ทรงฯได้แนะนำว่าจะเสนอแนะอะไร ให้นำมาใช้ประโยชน์ ได้อย่างไร ??)

ในช่วงแรก ก่อนนำเสนอส่ง เพื่อพิจารณา สำหรับผมไม่เครียด แต่ช่วงหลัง หลังจากผู้ทรงคุณวุฒิตรวจ รู้สึกเครียดกับข้อมูลงานวิจัย ที่มีการอ้างอิงวรรณกรรมและทฤษฎี ที่ไม่ทันสมัย กลัวหาข้อมูลไม่ทันการณ์ เพราะมีวันจำกัด (18 วัน) และผมเพิ่งเริ่มแก้ไขในสัปดาห์สุดท้าย ซึ่งกำหนดบทความวิจัยที่สมบูรณ์คือ จำนวนไม่เกิน 11 หน้า ส่วนผม แม้จะตัดตารางการแปลผลการวิจัยบางส่วนออก ก็ยังเป็น 16 หน้า (ยังไม่รวมเอกสารอ้างอิง) ปรากฎว่า วันสุดท้ายของคืนนั้น ผมปรับปรุงบทคัดย่อ ดูเวลาเกือบประมาณ 6 ทุ่ม (เหลือเวลา อีก 5 นาทีคือ 6 ทุ่ม) พร้อมส่งแก้ไขบทความวิจัยฉบับสมบูรณ์ ทางอีเมล์ โดยส่งออก ณ เวลา 23.59 น. ซึ่งเป็นกำหนดการส่งบทความวิจัยฉบับบสมบูรณ์ในวันสุดท้าย คือวันที่ 20 กุมภา 60 ผลปรากฎว่า ปลายเดือนกุมภา เจ้าหน้าที่ฯ ได้ยืนยันทางโทรศัพท์ ได้ให้ไปนำเสนอได้ ในวันที่ 3 มีค. 60

จากประสบการณ์ในการเขียนบทคัดย่อ เพื่อไปนำเสนอเวทีประชุมวิชาการระดับชาติครั้งนี้ นับว่าเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่ายิ่ง ทำให้เรามีความมั่นใจ กับผู้ทรงฯที่ยอมรับ ให้นำเสนอบทความวิจัยได้ ดังนั้น ทักษะการเขียนบทความวิจัย จึงมีความสำคัญมาก ซึ่งต้องใช้สติ สมาธิ ความมุ่งมุ่น แม้จะมีระยะเวลาที่จำกัด โดยเฉพาะการสืบค้น แม้หนังสือทฤษฎีจะไม่ทันสมัย แต่งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ในระยะเวลาย้อนหลัง สัก 5-6 ปี ก็นำมาเป็นข้อคิดที่ดี ในการพัฒนางานวิจัย ให้ทันสมัยได้..

ฝากข้อคิดด้วยสุภาษิต ที่ว่า "เวลาที่เหลือน้อยที่สุด เป็นเวลาที่มีค่าที่สุด"


คอยติดตาม.. ประสบการณ์ครั้งแรก.. ในการประชุมวิชาการระดับชาติ (2)ที่ทรงคุณค่า คับ.