คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

……………………….

โดย ดร. ถวิล อรัญเวศ
รอง ผอ.สพป.นครราชสีมา เขต 4

บอร์ดผู้บริหารงานในโรงเรียน คือคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ถือว่าเป็นผู้แทนของประชาชนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในหมู่บ้าน ชุมชน ที่มามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาของโรงเรียนหรือสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในชุมชน บทบาทและหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการกำกับและส่งเสริมสนับสนุนกิจการของสถานศึกษาอันเนื่องมาจากเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉับที่ 2) พ.ศ. 2545 ต้องการให้ประชาชนซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาร่วมกับผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษา อย่างแท้จริงในลักษณะเป็นเจ้าของหรือหุ้นส่วนของสถานศึกษา
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2547 และกฎกระทรวงกำหนดจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พ .ศ. 2546 ได้กล่าวถึงคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้
1. ให้มีคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สถานศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับต่ำกว่าปริญญา และสถานศึกษาอาชีวศึกษาของแต่ละสถานศึกษา
2.ให้คณะกรรมการสถานศึกษามีหน้าที่ กำกับและส่งเสริมสนับสนุนกิจการของสถานศึกษา
3. สถานศึกษาที่มีนักเรียนไม่เกิน 300 คน ให้มีคณะกรรมการสถานศึกษา
ขั้นพื้นฐาน จำนวน 9 คน และสถานศึกษาที่มีนักเรียนเกินกว่า 300 คน ให้มีคณะกรรมากรสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 15 คน

องค์ประกอบของคณะกรรมการ ประกอบด้วย
(1) ประธานกรรมการ
(2) กรรมการที่เป็นผู้แทนผู้ปกครองจำนวน 1 คน
(3) กรรมการที่เป็นผู้แทนครู จำนวน 1 คน
(4) กรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรชุมชนจำนวน 1 คน
(5) กรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 1 คน
(6) กรรมการที่เป็นผู้แทนศิษย์เก่าจำนวน 1 คน
(7) กรรมการที่เป็นผู้แทนพระภิกษุ และหรือผู้แทนองค์กรศาสนาในพื้นที่ จำนวน 1 รูป หรือ 1 คน สำหรับสถานศึกษาที่มีนักเรียนไม่เกิน 300 คน และจำนวน 2 รูปหรือ 2 คนสำหรับสถานศึกษาที่มีนักเรียน 300 คน ขึ้นไป

(8) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวน 1 คน สำหรับสถานศึกษาที่มีนักเรียนไม่เกิน 300 คน และจำนวน 6 คน สำหรับสถานศึกษาที่มีนักเรียน 300 คน ขึ้นไป
(9) ผู้อำนวยการสถานศึกษาเป็นกรรมการและเลขานุการ

การสรรหากรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
1. กรรมการที่เป็นผู้แทน ผู้ปกครอง ผู้แทนครู ผู้แทนศิษย์เก่า ให้บุคคลแต่ละประเภทเสนอชื่อผู้ที่เห็นสมควรเป็นกรรมการ จากนั้นให้ผู้ได้รับการเสนอชื่อเลือกกันเองให้เหลือประเภทละ 1 คน โดยให้แยกกันดำเนินการ

2 . กรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรชุมชน ให้องค์กรชุมชนเสนอชื่อผู้ที่เห็นสมควรเป็นกรรมการ จากนั้นให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อเลือกกันเองให้เหลือจำนวน 1 คน
3. ผู้ทรงคุณวุฒิ ให้ดำเนินการโดยพิจารณาร่วมกันของผู้ที่ได้รับการสรรหาและได้รับเลือกให้เป็นกรรมการข้างต้น ให้ได้ 2 คนสำหรับสถานศึกษาที่มีนักเรียนไม่เกิน 300 คน และให้ได้ 7 คน สำหรับสถานศึกษาที่มีนักเรียนตั้งแต่ 300 คน ขึ้นไป
4.การสรรหาและการเลือกประธานกรรมการให้ผู้ที่ได้รับเลือกให้เป็นกรรมการร่วมทั้งผู้อำนวยการสถานศึกษาร่วมกันเลือกประธานกรรมการจากผู้ที่ได้รับเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

5 . ให้ผู้อำนวยการสถานศึกษา เสนอรายชื่อผู้ที่ได้รับการสรรหาและได้รับเลือกต่อผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพื่อพิจารณาแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีวาระในการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกิน 2 วาระติดต่อกันมิได้
คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นรูปแบบการบริหารจัดการศึกษา ที่กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดให้มีทุกโรงเรียน โดยให้มีจำนวนแตกต่างกันไปตามขนาดที่นับจากจำนวนนักเรียนในโรงเรียนนั้น และกำหนดให้มีการประชุมอย่างน้อยภาคเรียนละ 2 ครั้ง เพื่อกำกับและส่งเสริมกิจกรรมของสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพ

อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

ตามมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ

พ.ศ. 2546 รวมทั้งอำนาจหน้าที่การบริหารงานบุคคลที่จะเกิดตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหาร ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา

อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

  • กำกับการดำเนินการของสถานศึกษาให้สอดคล้องกับกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง และนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา
  • ส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินการกิจการด้านต่างๆของสถานศึกษา
  • มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล สำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในสถานศึกษา ตามที่กฎหมายว่าด้วย ระเบียบข้าราชการและบุคลากรทางการศึกษากำหนด
  • ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่กฎหมาย ระเบียบ ประกาศ ฯลฯ กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

ขั้นพื้นฐานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และความต้องการของชุมชนและท้องถิ่น

คุณสมบัติของคณะกรรมการการสถานศึกษาและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้

1. มีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์

2. ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

3. ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

4. ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่โทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

5. ไม่เป็นคู่สัญญากับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา หรือสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษานั้น

ประธานกรรมการและกรรมการมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 4 ปี และ

อาจได้รับการแต่งตั้งใหม่อีกก็ได้แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันไม่ได้

นอกจากการพ้นตำแหน่งตามวาระ ประธานกรรมการและกรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

  • ตาย
  • ลาออก
  • คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาให้ออกเพราะบกพร่องต่อหน้าที่ ทำให้เสื่อมเสียต่อสถานศึกษาหรือหย่อนความสามารถ
  • ขาดคุณสมบัติตามข้อ 3หรือ4
  • พ้นจากการเป็นภิกษุ เฉพาะกรรมการซึ่งเป็นผู้แทนพระภิกษุสงฆ์

ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการ พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้

ดำเนินการสรรหา เลือก และแต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการแทนภายใน 90 วัน เว้นแต่วาระของกรรมการเหลืออยู่ไม่ถึง 180 วัน จะไม่ดำเนินการก็ได้ให้ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งแทนตน

สรุป

กรรมการสถานศึกษา จึงเป็นรูปแบบการบริหารสถานศึกษาแบบมีส่วนร่วมเพื่อให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีบทบาทในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพราะกรรมการมาจากหลายภาคส่วนทั้งจากผู้แทนผู้ปกครอง ผู้แทนครู ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนศิษย์เก่า ผู้แทนพระภิกษุสงฆ์ และผู้แทนองค์กรชุมชน และจากผู้ทรงคุณวุฒิ โรงเรียนมีนักเรียนไม่เกิน 300 คน มีกรรมการสถานศึกษา ได้ 9 คน และโรงเรียนมีนักเรียนเกิน 300 คน มีกรรมการสถานศึกษาได้ 15 คน

ฉะนั้น การจัดการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน จะประสบผลสำเร็จมากน้อยเพียงใดบอร์ดกรรมการสถานศึกษา ก็มีส่วนสำคัญในการที่จะขับเคลื่อนและผลักดัน จึงฝากให้ผู้เป็นกรรมการสถานศึกษา ได้ทำหน้าที่ตามบทบาทของตนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เมื่อทุกฝ่ายทำหน้าที่ของตนดีแล้ว คุณภาพการศึกษาของโรงเรียนขึ้นอยู่กับปัจจัยหลัก คือคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้บริหาร ครู นักเรียน และปัจจัยสนับสนุนคือผู้ปกครอง หมู่บ้าน วัด และชุมชน

.......................