​เงินเฉลียคืน(patronage refund) สำหรับสมาชิกสหกรณ์ผู้ฝากเงิน

เงินเฉลียคืน(patronage refund) สำหรับสมาชิกสหกรณ์ผู้ฝากเงิน

สหกรณ์ในประเทศไทยนั้นใช้ระบบบัญชีธุรกิจ ก็จะแสดงผลในงบแสดงฐานะทางการเงิน ในรูปของกำไร และขาดทุน
หากกำไรจะประกอบด้วย ส่วนเกิน (surplus) ที่มาจากการให้บริการสมาชิก และ กำไร (profit) จากภายนอกสหกรณ์

หากขาดทุนจะประกอบด้วย ส่วนขาด (deficit) ที่มาจากการให้บริการสมาชิก และ ขาดทุน(loss) จากภายนอกสหกรณ์

ผลการให้บริการของสหกรณ์ จะเป็น บวก หรือ ลบ เป็นกำไรหรือขาดทุน มาจาก 4 กรณีหลัก

กรณีที่ 1 ส่วนเกิน และ กำไร ได้ผลเป็นบวก งบกำไรขาดทุน แสดงผลเป็น กำไร

กรณีที่ 2 ส่วนเกิน และ ขาดทุน
2.1 ส่วนเกิน มากกว่า ขาดทุน ได้ผลเป็นบวก งบกำไรขาดทุน แสดงผลเป็น กำไร
2.2 ส่วนเกิน น้อยกว่า ขาดทุน ได้ผลเป็นลบ งบกำไรขาดทุน แสดงผลเป็น ขาดทุน

กรณีที่ 3 ส่วนขาด และ กำไร
3.1 ส่วนขาด มากกว่า กำไร ได้ผลเป็นลบ งบกำไรขาดทุน แสดงผลเป็น ขาดทุน
3.2 ส่วนขาด น้อยกว่า กำไร ได้ผลเป็นบวก งบกำไรขาดทุน แสดงผลเป็น กำไร

กรณีที่ 4 ส่วนขาด และ ขาดทุน ได้ผลเป็นลบ งบกำไรขาดทุน แสดงผลเป็นขาดทุน

การปฏิบัติของสหกรณ์ที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล จะจัดสรรเงินเฉลี่ยคืน (patronage refund) จาก ส่วนเกิน (surplus) เพียงเท่านั้น จะไม่จัดสรรจากส่วนที่เป็น กำไร (profit) หรือที่ได้มาจากภายนอก

ส่วนที่เรียกว่า กำไร (profit) ของสหกรณ์ที่เกิดขึ้นนอกเหนือจาก ส่วนเกิน (surplus) นั้น ในทางปฏิบัติในปัจจุบัน ยังเป็น กำไร (profit) ที่ได้มาจากการแบ่งปันให้ชบวนการสหกรณ์ หรือ เชื่อมโยงในขบวนการสหกรณ์เอง ตามหลักการสหกรณ์ที่ 6 ความร่วมมือระหว่างสหกรณ์ เช่น นำไปให้สหกรณ์ในเครือข่ายกู้เพื่อนำไปให้บริการสมาชิกของสหกรณ์นั้น ๆ และ อีกส่วนเป็น กำไร(profit) ที่ได้มาจากภายนอก เช่น นำเงินของสหกรณ์ไปลงทุนในตราสาร หุ้นกู้ ในตลาดหลักทรัพย์ เป็นต้น

ตั้งแต่ดั้งเดิมมา การจัดสรรเงินเฉลี่ยคืน จะจัดสรรให้ทั้งสมาชิกผู้ที่ใช้บริการเงินกู้ และจัดสรรให้สมาชิกผู้ใช้บริการเงินฝากด้วย และสมาชิกสหกรณ์ผู้ใช้บริการรวมกันซื้อ สมาชิกสหกรณ์ผู้ใช้บริการรวมกันขาย เพราะ ส่วนเกิน (surplus) มาจากสมาชิกสหกรณ์ที่มาใช้บริการสหกรณ์ ฝ่ายผู้กู้ได้รับโอกาสในการใช้จ่ายเงินก็จ่ายค่าที่ได้รับโอกาสในการใช้เงิน ในรูปดอกเบี้ย ฝ่ายผู้ฝากเงินซึ่งยอมละทิ้งโอกาสในการใช้เงินให้แก่ผู้กู้ ก็ได้รับค่าเสียโอกาสในการใช้เงิน ในรูปดอกเบี้ย

สมาชิกสหกรณ์ผู้ใช้บริการรวมกันซื้อ และสมาชิกผู้ใช้บริการรวมกันขาย ก็ทำให้เกิด ส่วนเกิน (surplus) ขึ้นในสหกรณ์จากการประหยัดเนื่องจากระดับขนาด (econimies of scale) จากการรวมกัน ด้วยน้ำใจไมตรี ตามวิธีการสหกรณ์

เงินเฉลี่ยคืนสำหรับผู้ฝากเงินมาหายไป ในราวทศวรรษที่ 3 (ประมาณปี 2530 - 2539) ในขณะนั้นความเข้าใจในเรื่องการสหกรณ์ที่แท้จริง ได้จางหายไปมากในช่วงดังกล่าว

หากเข้าใจเรื่องการสหกรณ์อย่างถ่องแท้แล้ว ก็คงจะจะต้องจ่ายเงินเฉลี่ยคืนของสมาชิกผู้ฝากเงิน การอ้างว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากในสหกรณ์สูงอยู่แล้ว โดยพยายามดึงเงินฝากเข้ามาในสหกรณ์ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าดอกเบี้ยในตลาดมาก ก็จะเกิดปัญหาสมาชิกผู้ที่ไม่เข้าใจสหกรณ์ (สหกรณ์นั้นเป็นการรวมคน เพื่อแบ่งปันกัน และสหกรณ์นั้นตอบสนองได้เพียงความต้องการอันจำเป็น(need)ของสมาชิกเท่านั้น) นำเงินเข้ามาฝาก

การตัดเงินเฉลี่ยคืน (patronage refund) ของผู้ฝากเงินออกไปทำให้ สหกรณ์เกิดความไม่เที่ยงธรรม และจะเกิดความไม่ปรองดองในสหกรณ์
เกิดการแบ่งแยกสมาชิก ออกเป็นสมาชิกสหกรณ์ผู้กู้ และสมาชิกสหกรณ์ผู้ฝาก ทั้งที่สมาชิกสหกรณ์ทั้งผู้กู้ และผู้ฝากนั้น สมัครใจเข้ามาเป็นสมาชิกสหกรณ์หลังจากที่ช่วยตัวเองได้พอสมควรแล้ว ก็ตั้งใจที่จะเข้ามาช่่วยกัน ตามปรัชญาของการสหกรณ์ ช่วยตน ช่วยกัน (self help mutual help)

ทำให้การประชุมกรรมการสหกรณ์ หรือการประชุมใหญ่สมาชิกสหกรณ์ แทนที่จะเป็นเวทีรำวง กลับกลายเป็นเวทีมวย แบ่งฝักแบ่งฝ่าย ปกป้องทวงถามผลประโยชน์ของฝ่ายตนเองให้ได้มากที่สุด ความคิดที่จะมาช่วยเหลือกันตามปรัชญาของการสหกรณ์เลือนลางหายไป ต่างฝ่ายต่างพยายาม สร้างระเบียบ ข้อบังคับ หรือแม้กระทั่งกฏหมายมาเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของฝ่ายตนเอง โดยอ้างเหตุต่าง ๆ นานา เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

ขอนำเรียนไปยัง ปยป. หรือ คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง
(ชื่อยาวมาก) ว่า เมื่อท่าน เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา การสหกรณ์ในประเทศไทย ให้ไปได้ถูกทิศถูกทาง เป็นไปอย่างไทยที่มีธรรมธิปไตย ซึ่งดีกว่าประชาธิปไตยเป็นไหน ๆ เป็นพื้นฐานในการดำรงอยู่ของประเทศแล้วไซร้ การสหกรณ์ในประเทศไทยที่ถูกต้องจะเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุด ในการสร้างความสามัคคีปรองดอง ของคนในชาติ

เงินเฉลี่ยคืน(patronage refund) สำหรับสมาชิกสหกรณ์ผู้ฝากเงิน เป็้นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น
เสนอมาให้รัฐบาลได้รับทราบ ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา ได้กล่าวไว้ในรายการ ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน วันศุกร์ที่ 3 มีนาคม 2560 ว่า "เสนอมาได้ ถ้ามีความคิดเห็นอย่างไรที่อยากจะให้รัฐบาลรับทราบ"

พีระพงศฺ์ วาระเสน
FB_Peeraphong Varasen
วันที่ 4 มีนาคม 2560



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกความคิดของ Peeraphong Varasen



ความเห็น (0)