พัฒนาการทางการเมืองการปกครองสมัยประชาธิปไตย
Posted on พฤศจิกายน 19, 2010 by champedu
พัฒนาการทางการเมืองการปกครองสมัยประชาธิปไตย
การปฏิวัติการเปลี่ยนแปลงการปกครองเข้าสู่ระบบประชาธิปไตย
- การเปลี่ยนแปลการปกครองเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475 ในสมัยรัชการที่7
- กลุ่มบุคคลผู้ก่อการปฏิวัติเรียกว่า “คณะราษฎร” ประกอบด้วย
– ผู้นำฝ่ายทหาร คือ พันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์พหลโยธิน)
– ผู้นำฝ่ายพลเรือน คือ หลวงประดิษฐ์มนูญธรรม (ปรีดีพนมนงค์)
สาเหตุของการปฏิวัติ 2475
- ความเสื่อมโทรมทางเศรษฐกิจ
- ความเลื่อมล้ำทางสังคม
- อิทธิพลความคิดทางการเมืองของประเทศตะวันตก
- อิทธิพลของหนังสือพิมพ์
ผลของการปฏิวัติ 2475
- คณะราษฎรเข้ายึดอำนาจเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475 ทำโดยสำเร็จปราศจากการนองเลือด
- มีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ ร.7 ทรงลงพระปรมาภิไธยในร่างรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ
- ฉบับชั่วคราวใช้เมื่อ 27 มิถุนายน 2475
- ฉบับจริงใช้เมื่อ 10 ธันวาคม 2475
ความขัดแย้งทางการเมืองภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
- รัฐบาลชุดแรกมีพระยามโนปกรณ์นิติธาดา (ก้อน หุตะสิงห์) เป็นนายกรัฐมนตรีการเมืองการปกครองไม่ค่อยราบรื่นเกิดปัญหาความขัดแย้ง
- ความขัดแย้งเกิดจาก “ร่างเค้าโครงการเศรษฐกิจ” ของหลวงประดิษฐ์มนูญธรรม (ปรีดี พนมยงค์)
- มีข้อคิดเห็นที่ขัดแย้งกันนายกรัฐมนตรีจึงประกาศพระราชกฤษฎีกาปิดสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2476
- การทำรัฐประหารของคณะทหาร เมื่อ 20 มิถุนายน 2476
- กบฏบวรเดช เมื่อ 10 ตุลาคม 25476
- พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประกาศสละพระราชสมบัติ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2477 ขณะประทับอยู่ที่อังกฤษ
- เนื่องจากรัฐบาล(พันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนาเป็นนายกรัฐมนตรี)บริหารประเทศโดยไม่ฟังเสียงและความต้องการที่แท้จริงของประชาชน
- รัฐบาลในชุดๆต่อมามีนายกรัฐมนตรีมาจากบุคคลในคณะราษฎร หลายคน
- จอมพล ป. พิบูลสงคราม (2481-2487) เป็นนายกรัฐมนตรีที่ใช้นโยบายชาตินิยม เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่1
- นายปรีดี พนมยงค์ (2489) กรณีการเสด็จสวรรคตของ ร.8
- พลเรือถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ (2489-2490) ต้องเผชิญปัญหาทางเศรษฐกิจหลังสงครามโลกครั้งที่2 ถูกทหารกลุ่มหนึ่งยึดอำนาจ เป็นการสิ้นสุดกลุ่มบุคคลในคณะราษฎร
การเมืองการปกครองไทยในบรรยากาศของการรัฐปะหาร
-
ปฏิวัติ ( Revolution )
หมายถึง การเปลี่ยนรูปแบบหรือระบอบการปกครองประเทศ จากรูปแบบหนึ่ง ไปสู่อีกรูปแบบหนึ่ง - รัฐประหาร ( coup d’etat )
หมายถึง การใช้กำลัง เพื่อเปลี่ยนแปลงผู้นำรัฐบาล โดยระบอบการปกครองยังคงเดิม - การพัฒนาระบอบประชาธิปไตยของไทยไม่ราบรื่น(2490-2534)
– มีการรัฐประหารยึดอำนาจจากฝ่ายทหารเป็นระยะ ทั้งหมด 8 ครั้ง
- ผลเสียที่บ้านเมืองได้รับจากการก่อรัฐประหาร
– ทำให้ระบอบประชาธิปไตยไม่เข้มแข็ง
– ขาดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ถอยหลัง ทุกอย่างต้องหยุดและเริ่มใหม่
การเมืองการปกครองของไทยในยุคกระแสประชาธิปไตย
- กรณี 14 ตุลาคม 2516
- กรณี 6 ตุลาคม 2519
- เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535
กรณี 14 ตุลาคม 2516
- สมัยจอมพลถนอม กิตติขจร เป็นนายกรัฐมนตรี
- เกิดจากการรวมพลังของนักศึกษาและประชาชนเพื่อโค่นล้มรัฐบาลเผด็จการทหาร(ธีรยุทธ บุญมี)
- ผู้ชุมนุมประท้วงที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และถนนราชดำเนิน รัฐบาลใช้กำลังทหารปราบปรามผู้ชุมนุม จนเกิดเหตุรุนแรง
- จอมพลถนอม กิตติขจรต้องประกาศลาออก
กรณี 6 ตุลาคม 2519
- เป็นเหตุการณ์นองเลือดที่อำนาจเผด็จการใช้กำลังเข้าปราบปรามนักศึกษา
- คณะทหารเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือน
- สาเหตุเกิดจากจอมพลถนอม กิตติขจร เดินทางกลับประเทศไทยและอุปสมบท ในเดือนกันยา 2519
- วันที่ 6 ตุลาคม 2519 เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมผู้ชุมนุมประท้วงมีปการปราบปรามอย่างรุนแรง
- คณะทหารที่เรียกว่า “คณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน” ได้ยึดอำนาจการปกครองประเทศ และยกเลิกรัฐธรรมนูญ
- ทำให้รัฐบาลพลเรือนที่มี ม.ร.ว.เสนีย์ปราโมช เป็นนายกรัฐมนตรีต้องพ้นตำแหน่งไป
เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535
- เป็นการต่อสู้เรียกร้องของประชาชน เป็นเหตุนองเลือดเพราะรัฐใช้วิธีปราบปรามผู้ประท้วงอย่างรุนแรง
- เกิดจากพลเอกสุจินดา คราประยูร เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยมิได้เป็น ส.ส. (ขาดคุณสมบัติ)
- เกิดการชุมนุมประท้วงเกิดจลาจลนองเลือด 17-20 พฤษภาคม 2535
- ยุติลงด้วยพระบารมีของในหลวง
- ผลเอก สุจินดา คราประยูร ยินยอมลาออกจากต่ำแหน่ง