กลอนลำทางสั้น : “ประวัติบ้านศาลา”

กลอนลำทางสั้น

ประวัติบ้านศาลา

ป่าหล่าคันแก้มเจ้าป่าหล่า ป๋าสาหน่าป๋าแฟนเจ้าสาหน่า ป๋าผัวเจ้าสาหนา

คันป๋าแล้วอ้ายสิพา ไปอยู่บ้านศาลา ขึ้นบรบือเมืองสารคาม ว่าจั่งได่คนงาม

นามแม่ยอดสตรีหญิงไทย สิพอได้หรือบ่ ว่าน้อ…น้อง…

…………………………………….โอ้ละหนอ………………………………………………….

ฟังเด้อเจ้าพวก ท่านศรัทธา ประวัติบ้านศาลา ท่านรู้หรือบ่

แม่นไผเป็นผุก่อ ให้เกิดชุมชน ไผเป็นคนรวมพล ตั้งเมืองตั้งบ้าน

คันแม่นเจ้าเคยอ่าน ตามแจกปุจฉา กะลองพรรณนา ต้นปลายเบิ่งแหน่

ข่อยสิบอกตั้งแต่ เค้าเริ่มเติมที ฝากเป็นบทกวี ขับลำขับร้อง

เพื่อให้พวกพี่น้อง ฟังชัดจัดเจน แยกออกเป็นประเด็น เหตุการณ์ต่างต่าง

แรกเริ่มเว้าระหว่าง เอิ้นชื่อศาลา แต่ก่อนนั้นดอกหนา มีแต่ลำห้วย

น้ำใสเย็นจ้วยจ้วย สะดวกสบาย ทั้งผุญิงผุชาย อาบลงสรงสรวง

น้ำมันไหลหลัวหลวง ฝูงนกฝูงปลา บ่มีไฮ่มีนา คึจั่งเดียวนี้

อยู่เทิงดอนนั้นกะมีกุดจี่ แมงคับแมงคาม หละเป็นดงเป็นทาม สมบูรณ์มูลมั่ง

บ่ได้อุกได้อั่ง แนวอยากแนวกิน แม่นเจ้าเคยได้ยิน หรือบ่น้อน้อง

หว่างนี้คนเทียวท่อง กรุงเทพอุบล ยกเรื่องราวเหตุผล เว้ามาจาต่อ

ลำแบบนี้เขาเอิ้นลำแบบก่อแบบสร้างแบบเสริม บ่ได้ซ้ำเติม ล่อเอาเงินหมู่

บ่เคยหาเว้าขู่ โต้ด่าวาที เป็นสารคดี ต้อนพี่ต้อนน้อง

รูปแบบลำถึกต้อง สนุกเฮฮา พร้อมทั้งเสริมปัญญา เว้าจาบอกเล่า

ห้วยหม่องนี้แต่เก่า โค้งคดเป็นเกลียว ถือเป็นเส้นทางเทียว อุบลกรุงเทพ

บอกกล่าวพอสังเขป ประวัติเดิมดา ยุคสมัยต่อมา ค้าขายรายส่ง

ย่างขวัมทีบข้วมท่ง ค้าวัวค้าควาย บางคนจนว่ารวย ซื้อทองท่อแท่ง

หากว่าแต่บางแห่ง ขาดทุนจกถง ได้ขายฮั้วเฮือนดง ฮอดนาออดไฮ่

ชื่อเสียงคนเอิ้นใส่ “นายฮ้อยขายวัว” ควายเป็นฝูงเป็นตัว ต้อนลงเมืองลุ่ม

ขบวนเกวียนจับกลุ่ม พวกหมู่ซุมแซว ได้มาพักยุแถว ห้วยทางหว่างนี้

เอิ้นเอาน้องเอาพี่ ขึ้นตั้งชุมชน กะปลูกพืชผักผล เอ็ดสวนพวนไฮ่

บางเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ หมูหมาควยวัว พ่องตั้งบ้านตั้งตัว จับจองที่อยู่

ให้เจ้าฟังเด้อหมู่ เขามาแต่ไส อำเภอพนมไพร ร้อยเอ็ดเจ็ดย่าน

คันแม่นน้องเคยอ่าน ลองสาธยาย พร้อมกับอธิบาย หย๋ายกลอนออกต่อ

กลุ่มที่สองเด้อพ่อ จากเมืองวาปี ขึ้นต่อเขตธานี บ้านกกบ้านเค้า

คันบ่เชื่อกะลองถามผุเฒ่า เบิ่งเด้อคนงาม จอดเกวียนหว่างต้นขาม อารามวัดใหญ่

หัวหน้าบ้านเอิ้นใส่ พ่อนามแสง ฟังกลอนผมแถลง จัดแจงเห็นบ่

ไล่มาตั้งแต่ก่อ แต่สืบแต่สาน อธิบายสถาน โบราณบ้านเก่า

บาดฟังผมสิเล่า นามชื่อศาลา ปฐมแก่นเดิมดา แม่นไผคนตั้ง

พี่น้องผุยืนนั่ง ฟังวาทวาที บทวรรณคดี มีนามตามก่อ

คนบ้านนี้หลพ่อ ก่อสร้างศาลา คนผุผ่านไปมา ได้พักเซาเมื่อย

ไผผุเหน็ดผุเหนื่อย เซาพักเอาแฮง มีกำลังแข็งแรง จั่งเดินทางไปต่อ

ฮ่วมแฮงใจสร้างก่อ ชาวบ้านศาลา คนสัญจรไปมา เอิ้นเอาชื่อใส่

บาดนี้ผมสิไล่ เว้าเรื่องตามกาล ประวัติหลวงปู่ขาน บ้านเฮาบอกเล่า

หมอลำกลอนเฒ่าเก่า ท่านอย่าสับสน ตั้งใจเอาเหตุผล ฟังกันไว้ก่อน

บาดสิบอกบั้นบ่อน ประวัติเดิมดา ยุหว่างดอนศาลา หลวงปู่เซาพัก

คันแม่นไผยังมัก บ่เปิดลำกลอน อย่าฟ้าวหนีเมือนอน เว้าวาจาต่อ

บ่ทันโดนดอกพ่อ หลวงปู่เจ็บกาย ข้อวัตรงามคักหลาย หมู่คนยอย้อง

ประชุมกันยกย่อง เขตดอนศาลา นี้ประวัติเป็นมา บ้านเดิมครั้งเก่า

หว่างนี้ผมบอกเล่า มีหลักอ้างอิง เป็นเรื่องราวความจริง ท่านฮู้หรือบ่

บ้านศาลามีแต่สร้างแต่ก่อความสามัคคี ประชาชนคนดี มีไปดาดื่น

สิมื้อก่อนมื้ออื่น มีแต่เจริญ บ่มีขาดมีเกิน วัดวาพรั่งพร้อม

ยามวันศีลกะต่างยอมือน้อมเข้าวัดฟังธรรม บ่มีปาบมีมีกรรม นิบ่มีผุชั่ว

บาดนี้จบหละตั๋ว เรื่องราวแถลง เจ้ากะลองแสดง ออกมาจาเบิ่ง

ว่าความเว้าสิเคิ่ง หัวข้อปุจฉา หรือวิสัชนา ลองดูฮู้เรื่อง

ให้เสียงดังซ่าก้อง ลือหน้าซ่าไกล ซ่าไกลคันลือหน้าซ่าไกล…

ภาณุพงศ์ ธงศรี

(7/พ.ย./59)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน มองวันวาน ผ่านกิจกรรม



ความเห็น (0)