ประวัติชุมชนบ้านศาลา

ประวัติชุมชนบ้านศาลา

จากคำเล่าขานของคนเฒ่าคนแก่ในชุมชนบ้านศาลา ที่ได้กล่าวถึงประวัติศาสตร์ความเป็นมา มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาในชุมชนว่า ยุคก่อนการก่อตั้งชุมชนบ้านศาลา ในสมัยก่อนนั้นมีผู้คนจากหลากหลายพื้นที่ได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานและเดินทางสัญจรผ่านไปมาชุมชนแห่งนี้หลายคณะด้วยกัน เช่น ผู้คนที่มาจากอำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด และ อีกส่วนหนึ่งเป็นชาวอำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม

บุญมี โพธิ์ออน (สัมภาษณ์,23 กรกฎาคม 2559)กล่าวว่าในยุคก่อน ชุมชนบ้านศาลาอยู่ติดกับเส้นทางในการสัญจรที่สำคัญระหว่างเมือง มีเกวียนจากของผู้คนเกือบทุกสารทิศผ่านเข้ามาในชุมชนแห่งนี้เพื่อพักการเดินทางก่อนไปค้าขายในเขตต่างๆ โดยเส้นทางดังกล่าว เป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างหัวเมืองใหญ่คืออุบลราชธานี - กรุงเทพมหานคร

1478498759010.jpg

ภาพ ผู้ใหญ่บุญมี โพธิ์ออน อดีตผู้ใหญ่บ้านชุมชนบ้านศาลา กำลังเล่าเรื่องราวความเป็นมาของบ้านศาลา

บริเวณเส้นทางการสัญจรแห่งนี้มีลำห้วยที่คอยหล่อเลี้ยงผู้คนที่สัญจรไปมาและตั้งถิ่นฐานในบริเวณนี้ ซึ่งมีน้ำไหลตลอดปีและไม่เคยขาดสาย จึงส่งผลทำให้ผู้ในคนหลากหลายพื้นที่ได้สัญจรไปมาเข้ามาอาศัยทำมาหากินบริเวณลำห้วย หนึ่งในนั้นคือกลุ่มนายฮ้อยที่ได้เดินทางค้าขายวัวควายเข้ามาตั้งถิ่นฐาน เป็นกลุ่มเเรกที่ได้เข้ามาอยู่ในบริเวณลำห้วยแห่งนี้ นำโดย “พ่อนามเเสง” เป็นหัวหน้าในการก่อตั้งบ้านเรือนบริเวณแห่งนี้ ต่อมาไม่นานก็มีขบวนเกวียนของผู้คนที่มาจากวาปีปทุม ได้เข้ามาสำรวจบริเวณพื้นที่เพื่อการตั้งถิ่นฐานได้จอดขวนเกวียนไว้บริเวณต้นมะขามใหญ่(หน้าศาลาหอฉัน บิเวณวัดบ้านศาลาในปัจจุบัน) จากนั้นก็ทำการสำรวจบริเวณ เมื่อพบว่ามีความอุดมสมบูรณ์เนื่องด้วยมีแหล่งน้ำที่ไม่เคยขาดสายจึงตกลงกกันตั้งถิ่นฐานบริเวณแห่งนี้ กลุ่มขบวนเกวียนที่มาจากวาปีปทุมจึงเป็นกลุ่มที่สองของการตั้งถิ่นฐานในบริเวณบ้านสาลาในปัจจุบัน

ดา ทัดไท(สัมภาษณ์,24 กรกฎาคม 2559) กล่าวว่าเมื่อยุคสมัยได้เปลี่ยนผ่านไปตามลำดับ ผู้คนสัญจรกันไปมามากขึ้นเนื่องด้วยมีชุมชนที่ติดกับเส้นทางคมนาคมของหัวเมืองใหญ่ดังกล่าว ด้วยน้ำใจของชาวบ้าน จึงได้ร่วมกันสร้างศาลาไว้บริเวณริมลำห้วย เพื่อให้ผู้คนที่สัญจรไปมาได้พักพิง เพราะส่วนมากแล้วผู้คนที่เดินทางสัญจรจากกรุงเทพมหานคร - อุบลราชธานี จะยึดเอาบริเวณลำห้วยแห่งนี้เป็นจุดพักผ่อน ในการเดินทาง ผู้คนที่สัญจรที่ผ่านไปมาจึงเรียกชื่อชุมชนแห่งนี้ตามสิ่งที่เป็นจุดเด่นของชุมชนลำห้วยที่มีศาลาพักเรียก “ห้วยศาลา”พร้อมตั้งชื่อชุมชนแห่งนี้ไปตามชื่อของลำห้วยว่า“บ้านห้วยศาลา” ก่อนกลายเป็น “บ้านศาลา”ในปัจจุบัน

1478501244552.jpg

ภาพ คุณย่าดา ทัดไท อายุ 96 ปี กำลังให้ข้อมูลในอดีตของชุมชนบ้านศาลา

ยังมีเรื่องเล่าขานสืบต่อกันมาอีกว่ามีพระภิกษุรูปหนึ่งเดินทางมาจากจังหวัดอุบลราชธานีมุ้งหน้าสู่กรุงเทพฯ ชาวบ้านต่างเรียกชื่อของท่านว่า “หลวงปู่ขาน” ท่านตาบอดหนึ่งข้าง เมื่อได้เดินธุดงค์มาถึงบริเวณศาลาพักของลำห้วยศาลา หลวงปู่ได้เกิดอาพาธอย่างหนักและได้มรณภาพลงในเวลาต่อมา ด้วยความประพฤติปฏิบัติดีปฏิบัติชอบของท่านทำให้บริเวณป่าดังกล่าวไม่มีชาวบ้านเข้าไปทำลายป่าและถือว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์

พิทยา สิมมามี(สัมภาษณ์,24 กรกฎาคม 2559) กล่าวว่าชุมชนบ้านศาลาได้เจริญเติบโตและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ในช่วงปี 2475 มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นประชาธิปไตย ชาวบ้านศาลาจึงต้องมีการเลือดตั้งผู้ใหญ่บ้าน ตามพระราชบัญญัติการปกครองท้องที่ 2475 ในช่วงเเรกชุมชนบ้านศาลา เป็นหมู่ที่25 ขึ้นกับตำบลกำพี้ อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม โดยมีผู้ใหญ่บ้านคนแรก คือ “นายพรหมเเสง แสนวันดี ” จนประมาณปี พ.ศ.2472- พ.ศ.2485 เป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่านผู้ใหญ่บ้านระหว่าง นายงอ พิมโยธา อดีตผู้ใหญ่บ้านคนที่ 3 กับ นายสำรี ปุรำพกา อดีตผู้ใหย่บ้านคนที่ 4 ชุมชนบ้านสาลาได้เเยกออกจากตำบลกำพี้ เพื่อมาตั้งตำบลใหม่โดยได้ยกเอาบ้านเหล่าตามา เป็นที่ทำการก่อนชั่วคราว ต่อมาเมื่อมีการเลือกตั้งกำนันเกิดขึ้น ปรากฎว่า นายลือ ขุนเสมา ชาวบ้านโนนแดงชนะการเลือกตั้ง จึงได้ยกเอาบ้านโนนแดงเป็นตำบลโนนแดงมาจนปัจจุบัน

1478501076737.jpg

ภาพ บั้งทิงใส่เอกสารเก็บภาษีราชการในสมัยโบราณ ของคุณพ่อพิทยา สิมมามี

1478501137572.jpg

ภาพ ใบเสียภาษีสมัยชุมชนบ้านศาลาขึ้นกับตำบลกำพี้

วิชัย ราชสีห์ (สัมภาษณ์,24 กรกฎาคม 2559) กล่าวว่าเนื่องด้วยชุมชนบ้านศาลาได้มีการขยับขยายทั้งจำนวนครัวเรือนและประชากร ทำให้ นายพิทยา สิมมามี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 ในสมัยนั้นได้เเยกหมู่บ้านออกเป็น 2 หมู่บ้าน เพื่อง่ายต่อการดูแล คือ หมู่ที่8 และ หมู่ที่ 20 และมีผู้ใหญ่บ้านตามลำดับดังนี้

1.ผู้ใหญ่พรหมแสง แสนวันดี

2.ผู้ใหญ่ปุ๋ย แสนวันดี

3.ผู้ใหญ่งอ พิมโยธา

4.ผู้ใหญ่สำรี ปุรำพกา

5.ผู้ใหญ่บุญมี โพธิ์ออน พ.ศ.2522 - พ.ศ.2540

6.ผู้ใหญ่โอบอร และกาสินธ์ พ.ศ.2540 - พ.ศ.2545

7.ผู้ใหญ่พิทยา สิมมามี พ.ศ.2545 - พ.ศ.2550

แยกหมู่บ้านเป็น 2 หมู่บ้าน

หมู่ที่ 8 1. ผู้ใหญ่โอบอร และกาสินธ์ พ.ศ.2550 - พ.ศ.2555

2.ผู้ใหญ่บุญถม พรหมรักษา พ.ศ.2555 - ปัจจุบัน

หมู่ที่20 1.ผู้ใหญ่ดี แคนวัง พ.ศ.2550- พ.ศ.2554

2.ผู้ใหญ่วิชัย ราชสีห์ พ.ศ. 2554-ปัจจุบัน


ชุมชนบ้านศาลาถือว่าเป็นชุมชนเก่าเเก่ที่มีมาเเต่ครั้งโบราณ มีการพัฒนาขึ้นมาตามลำดับ สิ่งเหล่านี้ทำให้เราทราบถึงช่วงเวลาของอดีตที่เกิดขึ้นซึ่งเราสามารถสัมผัสได้จริง จากการเรีนรู้ผ่านพื้นที่จริงเเละองคืความรู้ที่เกิดดขึ้นกับตัวเราเอง






บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน มองวันวาน ผ่านกิจกรรม



ความเห็น (0)