รอบที่สองของ KM&R2R กรมอนามัย'60
บทต้นเรื่อง (Knowledge Vision)
ปีนี้สำนักส่งเสริมฯ กรมอนามัยก็ยังใช้ R2R มาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาบุคลากร เป้าหมายปีนี้แตกต่างออกไปจากปีก่อนคือ กลุ่มเล็กลง และคนที่มาจะสามารถกลับไปนำพาคนในศูนย์อนามัยตนเองต่อไปได้ (มาเรียนรู้การทำ R2R พร้อมเรียนรู้บทบาทคุณอำนวยไปในเวลาเดียวกัน)
รอบนี้เป็นรอบที่สอง รอบแรกเป็นการเรียนรู้เกี่ยวกับการตั้งคำถาม ท้าวความไปรอบแรกนั้นใช้กระบวนการสุนทรียสนทนา (Dialogue) มาเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้และนำมาสู่การฝึกตั้งคำถามร่วมกับ PICO และเรียนรู้การสืบค้นวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง
ภาพการเรียนรู้ (Knowledge Sharing)
การนั่งเรียนยังคงจัดนั่งเป็นกลุ่ม การเรียนรู้เป็นกลุ่มช่วยทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกันและกัน ประสบการณ์แต่ละคนก็มีมาไม่เหมือนกัน การรับรู้และความเข้าใจก็แตกต่างกัน Share&Learning ร่วมกับการทำสุนทรียสนทนา (Dialogue)ทำให้การเรียนรู้ร่วมกันดำเนินไปด้วยความละมุนละไมและเกิดการช่วยเหลือระหว่างกัน
"ภารกิจแรก ทุกคนต่างนำงานที่ตนเองเขียนมาเล่าให้เพื่อนในกลุ่มฟัง และในกลุ่มช่วยกันสะท้อน (Reflection) ซึ่งยังคงยึด PICO เป็นหลัก ดูความสอดคล้องกันของคำถามการวิจัย ชื่อเรื่อง และวัตถุประสงค์" บรรยากาศการแลกเปลี่ยนภายในกลุ่มดีมาก และแต่ละคนก็ยังได้ฝึกฝนในเรื่องการสะท้อนคิดจากผลงานตนเอง ทบทวนงานตนเอง มองชัดและเข้าใจผ่านการเรียนรู้ร่วมกันภายในกลุ่ม
เมื่อแต่ละกลุ่มเสร็จแล้วก็นำเสนอต่อกลุ่มใหญ่ และได้รับการสะท้อนคิดจากวิทยากรกระบวนการและสมาชิกจากกลุ่มอื่นๆ ช่วงนี้วิทยากรกระบวนการอาจเติมเต็มประเด็นเข้าไปด้วย เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้
จากนั้นกระบวนการเรียนรู้ก็ค่อยเติมเต็มภาพงานวิจัยให้ชัดขึ้น ใช้กระบวนการกลุ่มนำมาซึ่งการเติมเต็มการเรียนรู้ครั้งนี้ คือ การกำหนดนิยามศัพท์ ขอบเขตการวิจัย ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
"ภารกิจการเรียนรู้ทั้งสองช่วงดำเนินไปอย่างตื่นรู้และเบิกบาน เพื่อนช่วยเพื่อนทำให้เห็นภาพชัดมากในกระบวนการที่เกิดขึ้นทั้งวัน"
วันที่สอง
กระบวนการเรียนรู้ยังคงใช้รูปแบบเดิม แต่ประเด็นการเรียนรู้เป็นเรื่องของระเบียบวิธีวิจัยและให้ลงมือตัดสินใจด้วยตนเองว่าจะเลือกรูปแบบงานวิจัยแบบไหน พร้อมให้เหตุผลอธิบายได้
สรุปภาพการเรียนรู้ในสองวันนี้คือ
- ให้โจทย์ (Task)
- เรียนรู้ร่วมกัน (Collaborative Learning)
- แลกเปลี่ยนและเรียนรู้ร่วมกัน (Share&learning)
- สุนทรียสนทนา (Dialogue)
- การสะท้อนคิดและถอดบทเรียน (Reflection & AAR)
บทบาทของวิทยากรกระบวนการ (Facilitator) ทำหน้าที่เพียงแค่จัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้สนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง (Active Learning)
"ทุกคนสร้างความรู้ด้วยตนเอง ผ่านการเรียนรู้ที่เกื้อกูลและเอื้อให้เกิดการเรียนรู้"
สิ่งที่ได้เรียนรู้ในตนเอง (Knowledge Asset)
จิตใจที่เบิกบานของวิทยากรกระบวนการค่อนข้างมีผลต่อการกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้อย่างตื่นรู้และเบิกบานของผู้เรียน การออกแบบการเรียนรู้แต่ละครั้งต้องไม่แห้ง และสดเสมอสอดคล้องกับผู้เรียน ซึ่งไม่เพียงแค่เนื้อหาเท่านั้น ยังต้องใส่ใจในเรื่องจิตใจของผู้เรียนด้วย อารมณ์และความรู้สึกต้องเป็นด้านบวก มีความใส่ใจกันและกันอยู่ตลอดเวลาของกระบวนการ (Attention)
การเข้าไปร่วมวงบางครั้งอาจจะทำให้ผู้เรียนในกลุ่มเกรงใจ แต่ถ้าเราเปลี่ยนบทบาทเป็นผู้เฝ้ามองและคอยกระโดดเข้าไปช่วยเมื่อผู้เรียนต้องการจะทำให้เกิดความเป็นอิสระทางการเรียนรู้ และจังหวะของการเข้าไปร่วมเพื่อเติมเต็ม ไม่อย่างนั้นผู้เรียนจะ Hold วิทยากรมากจนขาดอิสระของการแสวงหาและสร้างความรู้ด้วยตนเอง
เนื้องานที่ได้ออกมาเป็นไปตามที่คาดหวังไว้ เมื่อทุกคนได้เห็นหัวข้อที่ได้ภายใต้ภาพของเค้าโครงงานวิจัยทำให้เกิดความรู้สึกมีความสุขและเกิดแรงบันดาลใจ อาจจะสรุปว่า เกิดความคิดด้านบวกในการเรียนรู้ครั้งนี้อาจเป็นได้ เช่น
- เข้าใจมากขึ้น
- เกิด Inspiration
- ไม่เครียด
- รู้สึกประทับใจ เกิดความรู้สึกที่ดี
- เห็นความเชื่อมโยง ได้ Recheck บรรยากาศการเรียนรู้ในกลุ่มดีมาก
- เห็นผลงานมีความสมบูรณ์และชัดเจนมากขึ้น
- ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในกลุ่ม
- มีความมั่นใจในการทำ R2R มากขึ้น

