เชื่อกันว่าวันมาฆะบูชามีพระอรหัน ๑๒๕๐ รูปเสด็จมาประชุมพร้อมกันเพื่อเยี่ยมคำนับพพจ. โดยมิได้นัดหมายกันไว้ล่วงหน้า (สมัยก่อนไม่มีมือถือซะด้วย) ...เราต่างก็จำคำสอนกันมาดังนี้...แต่ข้าพเจ้าขอแย้งว่า มันคงเป็นไปได้ยากตามหลักสถิติ ถ้าคิดถึงระบบภูมิศาสตร์ และสังคมศาสตร์ในสมัยก่อน และ ตัวเลขทำไมมันลงตัวขนาดนั้น....
.
แถมพพจ.ยังสอนว่า ให้ลดความชั่ว เพิ่มความดี และทำจิตให้บริสุทธิ์ ที่ว่ากันว่านี่คือโอวาทปาฏิโมกข์.....อ้าว,ก็ท่านทั้งหมด ๑๒๕๐ เป็นอรหันแล้ว จิตบริสุทธิ์กันหมดแล้ว แล้วทำไมต้องสอนให้ลดความชั่วด้วยเล่า
---คนถางธรรม ๑๒ กพ. ๖๐.
อ่า....พุทธศาสนาในตอนนั้นถือว่าเป็นศาสนาใหม่ที่มีแนวคิดต่างจากทุกศาสนาในยุคนั้น การที่พระอรหันต์มาประชุมกันแล้วพระศาสดาแสดงโอวาทาฏิโมกข์เพื่อแถลงนโบาย,เป้าหมาย,และอุดมการณ์ทางพุทธศาสนาเนี่ยมันแปลกด้วยเหรอ?......ถ้าพระที่มาประชุมไม่เป็นพระอรหันต์ทั้งหมดพระศาสดาคงไม่แสดงแค่โอวาทปาฏิโมกข์หรอกครับ โอวาทปาฏิโมกข์เป็นแนวทางในการเผยแผ่พระสัทธรรมของพระศาสดาเพื่อให้พระอรหันต์เหล่านั้นได้เผยแพร่ไปในทิศทางเดียวกัน คุณต้องเข้าใจนะว่ายุคนั้นยังไม่มีพระไตรปิฎก ยังไม่ได้บัณญัติสิกขาหรือหัวข้อธรรมอะไรเลย ถ้าพระองค์ไม่ประชุมพระแล้วแสดงโอวาทปาฏิโมกข์ถ้าพระออกเผยแผ่แล้วถูกคนถามว่าศาสดาท่านสอนอะไร เจอคำถามนี้ไม่ไบ้แดกเรอะ แม้ท่านจะเป็นพระอรหันต์เป็นผู้แจ้ง แต่ธรรมที่ท่านเข้าถึงในสภาพแท้จริงมันไม่สามารถบัณญัติเป็นคำพูดเพื่ออธิบายให้คนธรรมดาเข้าใจได้หรอกนะเว้นเสียแต่จะเป็นสัพพัญญูวิสัยและอีกอย่างมันก็ไม่มีมือถือพอจะโทรถามพระศาสดาได้เหมือนทุกวันนี้ด้วย
ขอบคุณ ท่านเกียรติศักดิ์ครับ....