ปรเมศวร์ กุมารบุญ
วุฒิวิศวกรไฟฟ้าสื่อสาร วฟส.88
ครั้งแรกที่ผมเขียนบทความนี้เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน และเคยได้ตีพิมพ์ในนิตยสารบ้างเหมือนกัน สมัยหนุ่มๆ ผมเคยมีประสบการณ์ครั้งหนึ่ง พี่ที่รู้จักกันชวนไปเล่นกีต้าร์ร้องเพลงเอลวิสในงานเกษียณผู้กำกับสถานีตำรวจแห่งหนึ่ง ซึ่งท่านชอบฟังเพลงแนว ซิกตี้ ตอนนั้นผมชอบเล่นแนวนี้พอดี
หน้าตาผมคล้ายคนทำผิดกฎหมายแถมไว้ผมยาวรุงรัง ค่อนข้างหวั่นเกรงมากที่ขึ้นไปร้องเพลงส่ายเอวแนวเอลวิส ต่อหน้านายตำรวจหลายร้อยนาย และเมื่อลงมาดื่มฉลองร่วมด้วย ครั้งถึงท้ายพิธีอำลา อาวุธประจำกายหลายร้อยกระบอกของทุกนายถูกยกขึ้นฟ้าแล้วเหนี่ยวไกลั่นสะท้านสะเทือนดวงใจน้อยๆ ของศิลปินอย่างผมแทบอยากจะมุดใต้โต๊ะน้ำตาจะไหล
แต่ต่อมา ภาพการยิงปืนขึ้นฟ้าในชีวิตผมก็ได้เห็นมาอีกหลายครั้ง โดยเฉพาะงานเทศกาลรื่นเริงในต่างจังหวัดไม่ว่า งานแต่ง งานบวช งานปีใหม่ ตรุษจีน ราหูอมจันทร์ และอีกหลายๆ เทศกาลจนจะเป็นประเพณีไทยไปเสียแล้ว ควรรีบมีการบริหารจัดการวัฒนธรรมด่วน
แต่ครั้งแรกนั้นก็เป็นหนึ่งแรงบันดาลใจให้ผมกลับมาสนใจวิชาฟิสิกส์ขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะฟิสิกส์ว่าด้วยเรื่อง การเคลื่อนที่ของวัตถุแบบโปรเจกไทล์ (Projectile Motion) “วัตถุใดๆ เมื่อถูกกระทำด้วยแรงให้เคลื่อนที่ขึ้นท้องฟ้า จนถึงจุดสูงที่สุดแล้ว วัตถุจะถูกแรงโน้มถ่วงของโลกกระทำต่อวัตถุ ให้เคลื่อนที่กลับเข้าสู่พื้นโลกด้วยความเร็วดังเดิม"
เมื่อวัตถุลอยขึ้นฟ้าแล้วตกลงมาอยู่ในระดับเดียวกับจุดที่วัตถุถูกแรงกระทำขึ้นในตอนแรก ความเร็วของวัตถุจะเท่ากันกับตอนขึ้น นั่นหมายถึงลูกกระสุนปืนที่ถูกยิงขึ้นฟ้า เมื่อหัวกระสุนมันลอยไปถึง จุดสูงสุดแล้วตกลงมาในระดับเท่ากับปากกระบอกปืน “ความเร็วลูกกระสุนจะเท่าเดิม” !
คนทั่วไปเข้าใจแบบนี้มั๊ย?
ตอนเป็นเด็กผมดูหนังคาวบอย เห็นเค้ายิงปืนขึ้นฟ้าเคยถามพ่อว่า “กระสุนมันจะไปถูกดาวบนฟ้ามั๊ยพ่อ?” พ่อบอกว่า “มันก็คงถูกเสียดสีกับอากาศแล้วสลายไปไง”...นั่นคือคำตอบที่ผมคิดว่าคนทั่วไปคิด พ่อผมก็ไม่เคยเรียนฟิสิกส์ และผมก็คิดอย่างนั้นเรื่อยมา
มวลของลูกตะกั่วไม่ได้หายไปไหนแน่นอน!! ถ้าเป็นตอนนี้ผมคงตั้งคำถามว่า กระสุนต้องวิ่งเร็วเท่าไหร่? จึงจะเสียดสีกับอากาศทำให้เกิดความร้อนจนโลหะที่ทำหัวกระสุนสลายไปได้?
เท่าที่ผมได้ลองเปิดตารางธาตุดูคุณสมบัติของโลหะ โลหะส่วนใหญ่จะหลอมละลายที่อุณหภูมิประมาณนับพันองศา ส่วนตะกั่วนั้นจะหลอมละลายที่อุณหภูมิ 327.4 องศา เซลเซียส ถ้าส่วนผสมหัวกระสุนที่เป็นตะกั่วล้วนๆ คงต้องใช้ความร้อนสูงขนาดนั้นในการสลายหัวกระสุนตะกั่ว แล้วต้องวิ่งเร็วเท่าไรล่ะถึงจะเกิดแรงเสียดสีกับอากาศขนาดนั้น? ผมก็ตอบไม่ได้
แต่วันนี้การค้นคว้าหาความรู้นั้นทำได้ง่ายขึ้น การเสียดสีบรรยากาศจนไฟลุกไหม้สลายหัวตะกั่วไปได้นั้นคงต้องให้ผู้มีความรู้ด้านอวกาศหรืออากาศยานอธิบาย แต่เท่าที่ผมทราบ ไม่ได้เกิดจากการเสียดสีกับชั้นบรรยากาศอย่างที่เคยเข้าใจ แต่เขาเรียกว่าเกิดจากแรงอัดอากาศบนพื้นผิวปะทะ กระสวยอวกาศที่กลับเข้าสู่โลกเขาว่ากันว่ามีความเร็วประมาณ 30,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลย เมื่อทะลุผ่านชั้น Mesosphere เปลวไฟจะลุกทันที ถ้าอย่างนั้นผมว่ากระสุนปืนคงวิ่งเร็วไม่ถึงขนาดนั้นหรอกถึงจะเป็นตะกั่วก็ตามที
จริงๆ ผมเคยเรียน รด. ทราบว่าลูกกระสุนปืน เอ็ม 16 วิ่งเร็วเป็นหลายร้อย เมตร ต่อ วินาทีเลยเชียว ผมเองก็เคยยิง เลยสรุปเองในใจว่า ถ้าหากแค่เอาตะกั่วหรือพูดง่ายๆ เอา หัวกระสุนปืน เอ็ม 16 นี่แหละ หนักประมาณ 10 กรัม ประมาณหรือลองเอาเหรียญ 10 บาท ขว้างใส่หัวยังเจ็บเลย นับประสาอะไรให้ตะกั่วมวล 10 กรัม วิ่งเป็นหลายร้อย เมตรต่อวินาที มาชนหัวคนเรา! จะเหลืออะไร?
ถ้าเช่นนั้น หัวลูกกระสุนที่ยิงขึ้นฟ้ามันไม่มีทางสลายหายไปในอากาศแน่นอน แล้วหัวกระสุนปืนหายไปไหน? มันก็คงต้องตกลงมาบนโลกน่ะสิ!!!
ผมกลับมาหอพักหยิบเศษกระดาษ คำนวน การเคลื่อนที่ของวัตถุแบบโปรเจกไทล์ เพื่อหาวิถีกระสุนปืนที่ยิงขึ้นฟ้า! เพื่อหาคำตอบ...
มันคือการเคลื่อนที่ของวัตถุ แบบ โปรเจกไทล์
แม้ เซอร์ ไอแซค นิวตัน นักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ ที่ค้นพบทฤษฎี แรงโน้มถ่วงของโลก ทฤษฎีการเคลื่อนที่ของวัตถุ เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่เหมือนเป็นยักษ์ใหญ่ของโลกก็ว่าได้ แต่เท่าที่ผมทราบมา นิวตัน เป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่แสนจะถ่อมตนคนหนึ่งเลยเชียว
แต่จริงๆ แล้วเรื่อง วัตถุตกอิสระ กับ การเคลื่อนที่ของวัตถุแบบโปรเจกไทล์ หลายคนมักจะจำผิด เพราะเจ้าของทฤษฎีจริงๆ กลับเป็นชาว อิตาลี ชื่อ กาลิเลโอ ผู้นำแห่งโลกของนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ กาลิเลโอ มีชีวิตอยู่ ช่วง คศ. 1564-1642 ผันตัวเองจากการเป็นนักศึกษาแพทย์ มาลุ่มหลงกับการศึกษาคณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์กายภาพ (หมายถึง วิชาการศึกษาปรากฎการณ์ ของธรรมชาติอย่างวิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน ไม่ใช่กายภาพบำบัด คนละอันครับ) เมื่ออายุ 25 ปี เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัย ปิซ่า แห่ง อิตาลี เขาค้นพบความลับมากมายของดวงดาวในจักรวาล ตลอดจนวัตถุ เทหวัตถุมากมายที่เคลื่อนที่ในท้องฟ้า และที่แน่นอน คือ การตกอิสระของวัตถุ และโดยเฉพาะ การเคลื่อนที่ของวัตถุที่ถูกกระทำด้วยแรงขึ้นฟ้า และตกลงมา หรือฝรั่งเรียกว่า โปรเจกไทล์ โมชั่น ซึ่ง ท่านอาจารย์ กาลิเลโอ เป็นผู้ค้นพบความลับของธรรมชาตินี้เป็นคนแรก และผมจะเอามาอธิบายไขปริศนามุมมองการยิงปืนขึ้นฟ้าด้วยทฤษฎี ฟิสิกส์ นี้
ภาพที่ 1 ลักษณะการเคลื่อนที่ของวัตถุ แบบ โปรเจกไทล์ (Projectile Motion)
การเคลื่อนที่ของวัตถุ แบบ โปรเจกไทล์ คืออะไร? บางท่านอาจจะไม่ทราบ หรือลืมไปแล้ว พูดง่ายๆ คือการโยนวัตถุด้วยแรงกระทำให้ลอยขึ้นฟ้า แล้วตกลงมาเอง นั่นแหละครับ เหมือนในภาพที่ 1 เบย
คณิตศาสตร์ คือ เครื่องมือของนักวิทยาศาสตร์ทั่วไป ในการหาคำตอบของปรากฏการณ์ ธรรมชาติ ช่างเป็นเรื่องน่าแปลกอัศจรรย์นักสำหรับผมในตอนเด็กๆ ที่ได้เรียนรู้ จึงขออนุญาตเล่าเรื่อง เวกเตอร์ ซักหน่อยสำหรับท่านที่ไม่คุ้นเคยแต่เริ่มอยากจะเข้าใจจริงจัง
เวกเตอร์ (Vector) หลายๆ ท่านคงจะเคยรู้จักกันดี ไม่ว่าจะเรียนมาทางสายสามัญ หรือ ปวช. ปวส. เวกเตอร์ เป็นวิธีการวัดอย่างหนึ่งในทางคณิตศาสตร์ และใช้กันอย่างกว้างขวางในการวัดทางวิทยาศาสตร์ เพราะไม่ใช่จะบอกเพียงขนาด (Scalar) แต่ เวกเตอร์ ยังบอกทิศทางด้วย เช่น รถยนต์วิ่งด้วยความเร็ว 60 กม./ชม. ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นต้น
ภาพที่ 2 เวกเตอร์ (Vector)
สมการพื้นฐาน กฎการเคลื่อนที่
ในวิชาฟิสิกส์ ว่าด้วยกฎการเคลื่อนที่ แบบโปรเจกไทล์ จะมีสมการพื้นฐานหลักๆ 4 สมการด้วยกัน (ใช้เกี่ยวข้องกับแรงโน้มถ่วง) ซึ่งทุกสมการมาจากการเฝ้าสังเกตธรรมชาติของวัตถุที่เคลื่อนที่ เพื่อนำมาใช้ในการคำนวณเพื่อทำนายผลของการเคลื่อนที่ของวัตถุ
v คือ ค่าความเร็วในการเคลื่อนที่ หน่วยเป็น เมตรต่อวินาที
u คือ ค่าความเร็วต้น ในการเริ่มเคลื่อนที่ หน่วยเป็น เมตร ต่อวินาที
t คือ เวลาของวัตถุที่ใช้ในการเคลื่อนที่ หน่วยเป็น วินาที
g คือ ค่าความเร่งจากแรงดึงดูดของโลก มีค่าเป็น 9.8 เมตร ต่อ วินาทีกำลังสอง
y คือ ระยะทางที่วัตถุเคลื่อนที่ในแนวดิ่ง หน่วยเป็น เมตร
s หรือ x คือระยะที่วัตถุเคลื่อนที่ในแนวระนาบ หน่วยเป็นเมตร
วิธีการคำนวณวิถีกระสุน
สมมติให้ ลูกกระสุนปืนที่ยิงขึ้นฟ้า มีความเร็วเมื่อออกจากปากกระบอกปืนแทนด้วยสัญลักษณ์ v1 มีความเร็วเท่ากับ 400 เมตรต่อวินาที และสมมติให้ยกปืนทำมุมกับพื้นโลก เป็นมุม 85 องศา (ความจริงควรจะเป็น 90 องศา)
ความเร็วต้น u หมายถึง ความเร็วของวัตถุที่ไม่ได้เริ่มจากหยุดนิ่ง หมายถึงวัตถุที่มีความเร็วเคลื่อนที่มาก่อนที่จะเริ่มคำนวณ ถ้าหากว่าวัตถุเริ่มจากหยุดนิ่ง ความเร็วต้นจะมีค่าเป็น ศูนย์
เวลาคำนวณเราจะแยกกันคำนวณความเร็วในแต่ละแกนออกจากกันทั้งแกน X และ Y ดังนี้ครับ
ภาพที่ 3 แสดงวิถีกระสุนปืนที่เคลื่อนที่ วิถีโค้งแบบโปรเจกไทล์ Projectile motion of Trajectory
จากภาพที่ 3 เมื่อกระสุนปืนเริ่มเคลื่อนที่จากปากกระบอกปืนคือจุด ก จะวิ่งขึ้นท้องฟ้า และความเร็วจะค่อยๆ ลดลงเนื่องจากแรงดึงดูดของโลก จนมีความเร็วเท่ากับ 0 ที่จุด ข ซึ่งเป็นจุดที่กระสุนขึ้นไปสูงที่สุดจากนั้นกระสุนปืนจะค่อยเริ่มตกลงมายังพื้นดิน จนถึงจุด ค ซึ่งเป็นระดับเดียวกับปากกระบอกปืน
ขั้นแรก
- หาเวลาที่ลูกกระสุนปืนใช้ในการเคลื่อนที่ไปยังจุดที่สูงที่สุดจุด ข โดยใช้สมการที่ (1) คำนวณเฉพาะแกน Y
- ที่จุด ข เป็นจุดสูงสุดที่กระสุนปืนเคลื่อนที่ขึ้นไปบนท้องฟ้า จนความเร็วกระสุนปืนลดลง จนเหลือ ศูนย์ เมตร/วินาที จะได้ว่า
v = u-gt จากสมการที่ (1) จะเห็นว่า ค่า gt จะมีค่าเป็น + แต่เนื่องจากเราคำนวณในทิศตรงข้ามกับแรงดึงดูด คือ เคลื่อนที่ขึ้นบนฟ้า ค่า g จึงติดเครื่องหมาย – (ลบ)
เมื่อ v=0 แล้ว :v1=400 m/s
ความเร็วต้น เท่ากับuy1 = v1 sin (85 องศา)
จะได้เป็น = (400 m/s) (sin85)
= (400) x (0.99619)
uy1 = 398.476 m/s
จะได้
uy1= gt
uy1 หารด้วย g = t
เพราะฉะนั้นเวลา t จะเท่ากับ vy1 หารด้วย g ค่าของเวลา t
= (398.476)/(9.8)
= 40.66วินาที
เวลาที่คำนวณได้เท่ากับ 40.66 วินาที เป็นเวลาที่กระสุนปืนใช้เวลาเคลื่อนที่จากจุด ก ไปยังจุด ข และในทำนองเดียวกัน เวลาที่ใช้ในการเคลื่อนที่ จากจุด ข มายังจุด ค ก็ใช้เวลาเท่ากัน เพราะฉะนั้นเวลาที่ใช้รวมกันทั้งหมดในการเคลื่อนที่จากจุด ก ไปจนสิ้นสุดที่จุด ค คือ 81.32 วินาที
ขั้นที่ 2
หาระยะทางที่วัตถุเคลื่อนที่ไปยังจุดสูงที่สุดคือ ระยะระหว่างจุด ก และจุด ข โดยใช้สมการที่ (2)
y = uy1 t - (1/2) (gt (ยกกำลัง 2))
ค่า g เป็นลบเพราะทิศตรงข้ามความโน้มถ่วง จะได้
y = (398.476)(40.66)-(0.5)(9.8)(1653.235)
= 16202.034 – 8100.85
= 8101.84 เมตร
ขั้นที่ 3
หาความเร็วของกระสุนที่ตกลงมาที่จุด ค ในภาพที่ 3 โดยแทนค่าลงในสามการที่ (3)
v2 = u2 + 2gy
u=0คือ ความเร็วเริ่มต้นเนื่องจากวัตถุเริ่มจากหยุดนิ่งที่จุด ข
จะได้ (vy2)2= 2(9.8)(8101.84)
(vy2)2= 2(9.8)(8101.84)
(vy2)2 = 158796.064
เพราะฉะนั้น
vy2 = รากที่สองของ (158796.064)
=398.49 m/s (เมตรต่อวินาที)
จะเห็นได้ว่า ***àvy2 = vy1
ขั้นที่ 4
หาความเร็วของกระสุนที่ตกลงมาในระยะเดิมเท่ากับปากกระบอกปืนสูงจากพื้น คือ จุด ค ดังรูปที่ 3 ว่า v1 ซึ่งคือความเร็วของกระสุนปืนที่ออกจากปากกระบอกปืนจะเท่ากับ v2ซึ่งเป็นจุดที่กระสุนตกหรือไม่?
โดย (v2 )2 = (vx2)2 + (vy2)2
ซึ่งเป็นสูตรการรวมเวกเตอร์ ที่จุด ค ดังในภาพที่ 3
vx2 = v1 cos(85)= 34.8 m/s
เนื่องจากในระนาบแกน X ไม่มีความเร่งมาทำให้ความเร็วเปลี่ยนแปลง
vy2 = 398.49 m/s เมื่อการคำนวณในขั้นที่แล้ว
เพราะฉะนั้นจะได้
(v2)2 = (34.8 m/s)2 + (398.49m/s)2
= (1211.04)+(158794.28)
= 160005.32
เพราะฉะนั้นจะได้
v2 = รากที่สองของ (160005.32)
= 400.0066 m/s
หรือประมาณได้ว่า 400 เมตรต่อวินาที!ซึ่งเท่ากับความเร็วกระสุนที่ออกจากปากกระบอกปืน!! v2 = v1
น่าตกใจกับตัวเลขที่คำนวณได้อย่างยิ่งสำหรับคนที่เพิ่งทราบครั้งแรกๆ อย่างผม ไม่ได้ลองคิดก่อนก็ ใส่ตัวเลขตามสูตร กดเครื่องคิดเลขไป กางหนังสือดูไป ปรากฎว่า ความเร็วของกระสุนที่ถูกยิงขึ้นฟ้าไม่ว่าจะความเร็วเท่าใดก็ตาม เมื่อตกลงมาที่ระยะความสูงเท่าที่ถูกยิงขึ้นไปนั้น ความเร็วจะเท่ากัน! หรือกลับมาเท่าเดิม
ภาพทหารนับพันนายที่ถือปืนยิงขึ้นท้องฟ้าเดินหน้าสลายการชุมนุม ภาพคาวบอยยิงปืนขึ้นฟ้า ภาพงานบวช งานแต่ง งานปีใหม่ ที่เคยไปร่วมมา สร้างความตกใจในความคิดผมอย่างมาก ถ้ากระสุนหลายนัดเหล่านั้นตกลงมาแล้วมีความเร็วเท่าเดิมจริง
โดยการคำนวณระยะทางในแนวระนาบ ดังในภาพที่ 3 โดยความเร็วในแกน X คือจากจุด ก มายังจุด ค ซึ่งไม่มีความเร่งมากระทำกับวัตถุในแนวระนาบ ดังในสมการที่ (4) จะได้
ระยะทาง s = (ux1) t
โดยที่ (ux1) = v1 cos (85 องศา)
= 34.8 m/s
เพราะฉะนั้น
s = (34.8 m/s) (81.32)
t คือ เวลารวมทั้งหมด (81.32 วินาที)
จะได้ระยะทางที่กระสุนตกห่างจากจุดที่ยิงขึ้น
= 2,829.936 เมตร หรือประมาณ 3 กิโลเมตรนั่นเอง
สรุปและวิเคราะห์
เนื่องจากผมมีความรู้น้อยเกินไป ในการที่จะสามารถสรุปและวิเคราะห์ได้ จึงไม่สามารถยืนยันได้ครับ ประกอบกับองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์จะสมบูรณ์ได้จำเป็นต้องมี การตั้งสมมติฐาน ทฤษฎี คำนวณ ทดลอง สรุป ซึ่งผมทำได้เพียงยกทฤษฎีทาง ฟิสิกส์ มาอธิบายและคำนวณ เท่านั้น มิได้มีการทดลองและเก็บรายละเอียดจากการทดลองจริงมา เพียงแต่เปิดประเด็นให้มีการตื่นตัว สำหรับผู้ใช้ปืน และมักจะชอบยิงขึ้นฟ้า โดยการอธิบายด้วยทฤษฎี ฟิสิกส์ ที่ชี้ประจักษ์อยู่
ส่วนความเร็วของกระสุนปืนที่ผมคำนวณ อาจจะไม่ใช่ความเร็วที่แท้จริงเพราะผมไม่ทราบข้อมูลอาวุธปืน จึงเดาๆ เอาว่าเป็นปืน เอ็มสิบหก ส่วนความเร็วที่แท้จริง ผู้รู้ลองคำนวณดูว่าจะต่างกันมากน้อยซักเท่าไหร่จากการคำนวณของผม แต่ที่แน่ๆ ไม่ว่าจะความเร็วเท่าไหร่ก็ตาม วัตถุเมื่อถูกกระทำให้ลอยขึ้นฟ้าภายใต้แรงดึงดูดของโลก ด้วยความเร็วเท่าใดก็ตาม เมื่อถึงจดหยุดนิ่งแล้ววัตถุนั้นลอยตกลงมาที่ระยะความสูงเท่าเดิม วัตถุจะมีความเร็วเท่าเดิมกับตอนที่ถูกแรงกระทำให้ลอยขึ้นฟ้า
ผมเข้าใจว่า ถึงกระสุนจะวิ่งเป็นพัน เมตรต่อวินาที ก็ตาม ก็ไม่สามารถเกิดความร้อนเพียงพอในการทำให้โลหะตะกั่วหลอมละลายได้ ซึ่งตรงนี้อยากให้คนไทยทุกคนได้ตระหนักว่า กระสุนปืนลอยตกกลับมายังพื้นโลกแน่นอนไม่ได้สูญสลายไปไหน และก็ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บอย่างที่เราเห็นในข่าวกันบ่อยๆ
ทำไมไม่หล่นใส่หัวคนยิง?
โชคดีที่การเปลี่ยนมุมในการถือปืนเพียงไม่กี่องศากระสุนจะลอยไปตกยังที่ห่างจากคนยิงปืนขึ้นฟ้ามากมายผมคำนวณสรุปเป็นตารางดังนี้ครับ
แต่เดิมเจตนาที่จะเขียนบทความ เพราะจากการข่าวเก่าๆ เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาในหน้าหนังสือพิมพ์ ว่ามีกระสุนปืนหล่นจากฟ้ามาโดนยายหลานเสียชีวิต หรือมีข่าวว่ากระสุนหล่นทะลุหลังคาบ้านหรือแม้แต่เพื่อนบ้านในระแวกบ้านผม ก็มีเหตุการณ์เช่นนี้เล่ากันมา ผมจึงคิดว่าอยากให้เป็นประเด็นเร่งด่วนในการหาผู้เชี่ยวชาญมายืนยัน และรัฐบาลออกมาตรการให้ความรู้ ระวังภัยในการที่ประชาชนหรือเจ้าหน้าที่มีอาวุธปืน ผมเชื่อว่าทุกคนต้องเคยยิงปืนขึ้นฟ้า บทความนี้ต้องการให้ทุกท่านได้คิดก่อนทุกครั้งก่อนที่จะยิงปืนขึ้นฟ้า “มันจะตกลงมาทำให้คนอื่นเดือดร้อน”