170131-1 ศัพท์ ที่มักสับสน ในการใช้ ชุด B – blame & fault

Nathavuth
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
ศัพท์อังกฤษ

การใช้ภาษาอังกฤษ ที่ว่าถูกต้องในที่นี้ เป็นไปตามมาตรฐานของภาษา

Revised on 2017.01.30

Ref.#595918


Blame และ fault และ guilt และ censure และ condemn


Collins COBUILD English Dictionary

อธิบายการใช้ “blame” และ “fault”

ถ้าคุณ “blame” บางคน “for” บางสิ่ง ที่ได้เกิดขึ้น หมายถึง

คุณคิดว่า “พวกเขาทำให้มันเกิดขึ้น” เช่น

‘Police blamed the bus driver for the accident.’

‘Don’t blame me.’

คุณสามารถ “blame” บางคน “on” บางสิ่ง เช่น

‘Maya blames all her problems on her parents.’

ถ้าบางคน “is to blame for” บางสิ่ง ที่ไม่ดี

ที่เกิดขึ้นว่า “พวกเขาเป็นสาเหตุ” เช่น

‘I knew I was partly to blame for the failure of the project.’

‘The study found that schools are not to blame for the laziness of their pupils.’

อย่ากล่าวว่า “บางสิ่ง เป็น ‘someone’s blame’”

ให้ใช้ว่า “it is their fault.” เช่น

‘This was all Jack’s fault.’

‘It’s not our fault if the machine breaks down.’

สามารถกล่าวว่า บางคน “is at fault” เช่น

‘The other driver was at fault.’

ข้อควรระวัง:

อย่ากล่าวว่า บางคน “is in fault”

และให้รายการ คำพ้องความหมาย กับ “blame”

รวมถึง “censure” “condemn” โดยที่ต่าง แสดงนัย

การ “finding fault” กับบางคนหรือบางสิ่ง

โดยว่า “blame” คือ “hold accountable for” = “ให้รับผิดต่อ”

หรือ “disapprove” = “ไม่ยอมรับ”

เพราะเหตที่ บางคน “error/mistake/omission/neglect” เช่น

‘Whom do you blame for the disaster?’

และ “censure” เมื่อใช้ เป็น กริยา มีความหมายแตกต่างจาก นาม

ที่มีความรุนแรง น้อยกว่ามาก เพียงแค่ “criticize” เช่น

‘to censure one for extravagance.’

ส่วน “condemn” ใช้แสดง “การตัดสินที่เป็นทางร้าย” (โดยเฉพาะทางกฎหมาย)

โดยไม่มีการชดใช้ เช่น

‘to condemn conduct/a building/a person to death.’


Random House Dictionary

ให้ข้อสังเกต การใช้ “blame” ว่า

ควรหลีกเลี่ยงการใช้ “blame on” หรือ “blame for”

ที่ใช้ไม่เป็นทางการ เช่น

‘He blamed the fight on me.’ หรือ

‘He blamed me for it.’

ให้เลือก ด้วยการเว้น “on” ให้เหลือเพียง

“He blamed me.”

ในเมื่อ ทั้งสามรูปแบบ มีการใช้ทั่วไป บ่อยครั้ง

แม้โดย “educated usage”

ที่ต่าง อาจถือว่า “เป็นที่ยอมรับได้”

และให้รายการ คำพ้องความหมาย กับ “blame”

รวมถึง “fault” และ “guilt”

ต่างเป็น นาม แสดงถึง “ความรับผิดชอบ” ต่อ “offense” หรือ “error”

โดย “fault” แสดงนัย “a failure” (ล้มเหลว)

หรือ “deficiency” (ขาด) ของผู้มีส่วนรับผิดชอบ เช่น

‘It’s my own fault that I wasn’t prepared for the exam.’

ใช้ “guilt” กับ “การจงใจกระทำผิด” (willful wrongdoing)

และ เน้นที่ความผิดต่อ ‘ศีลธรรม’ หรือ ‘กฎหมาย’ เช่น

‘The prosecution had evidence of the defendant’s guilt.’


Dictionary of Problem Words and Expression

อธิบาย การใช้ สำนวน “blame it on me” ว่า

บุพบท ที่ใช้กับ กริยา “blame”

ในสำนวน มาตรฐาน ต้องใช้ “for” เช่น

‘She blamed me for the accident.’

อย่าใช้ว่า “She blamed the accident on me.”

โครงสร้างประโยค “blame on” เช่น

Blame this situation on your employee.’

กลายเป็น สิ่งที่ยอมรับ

ถึงแม้ การใช้เป็น ทางการ

จะ กำหนดเงื่อนไข (stipulate) ให้ใช้ว่า

Blame your employee for ………’ หรือ

‘Place the blame on ……….’

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน B Revised 170114



ความเห็น (0)