กิจกรรมบำบัดในผู้สูงอายุตามความรู้สึกของฉัน

เนื่องจากในอนาคต คาดการณ์ว่าจำนวนผู้สูงอายุทั่วโลกจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น อ้างอิงข้อมูลจาก World population ผลจากการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น มีความเป็นอยู่ที่ดี มีโภชนาการทางอาหารที่ถูกหลักอนามัย ประชากรมีมาตรฐานชีวิตที่ดี มีการศึกษา มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการแพทย์ ซึ่งจะส่งผลทำให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีขึ้น อัตราการตายลดลง ประชากรมีอายุยืนยาวจนทำให้โลกเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ จะเห็นได้จากปิรามิดของประชากรโลก แสดงถึงโครงสร้างของประชากรโลกเปลี่ยนไปในช่วงของผู้สูงอายุขยายมากขึ้น ตั้งแต่ ปี 2010

ที่มา:https://www.hfocus.org/content/2015/04/973

จากการคาดการณ์การเติบโตของประชากรผู้สูงอายุนี้ เป็นผลให้ควรมีการให้ความสำคัญกับประชากรกลุ่มนี้ เพราะประชากรกลุ่มนี้ส่วนใหญ่มักเป็นวัยที่เกษียณจากการทำงานแล้ว เป็นวัยที่ไม่ได้มีบทบาททางสังคมมากนัก อย่างเช่นประเทศไทย ที่ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มักจะอยู่ที่บ้านตนเอง การไปพบปะสังคมภายนอกลดลง การทำงานออกแรงก็ลดน้อยลง จะเห็นได้จาก ลูกหลานส่วนใหญ่คิดว่าพวกเขาทำงานออกแรงได้ไม่เท่าเมื่อก่อน จึงไม่ให้หยิบจับอะไรเลย สิ่งเหล่านี้เองที่ป็นผลให้พวกเขาเกิดความรู้สึกด้อยค่าในตนเอง เพราะเขาไม่สามารถกลับไปทำงานได้เหมือนเมื่อก่อน และอาจนำมาสู่การเกิดโรคซึมเศร้า และปัญหาสุขภาพทางกายต่างๆตามมา

ด้วยสาเหตุนี้กิจกรรมบำบัดจึงควรเข้ามามีบทบาทในการทำให้ผู้สูงอายุเหล่านี้มองเห็นคุณค่าในตัวเอง โดยการให้พวกเขามีกิจกรรมที่พวกเขาทำแล้วมีความสุขและมีประโยชน์ต่อผู้อื่น โดยแนวทางการให้กิจกรรมจะวางตามกระบวนการทำงานของนักกิจกรรมบำบัด 4 ขั้นตอน ดังนี้

1.การตรวจประเมิน คือการเข้าไปพูดคุย ตรวจประเมินว่าผู้งสูงอายุท่านนั้นมีสภาพจิตใจเป็นอย่างไร มีสภาพร่างกายเป็นอย่างไร มีความต้องการหรือเป้าหมายในกิจกรรมอย่างไร เช่นผู้สูงอายุเคยทำงานเกี่ยวกับการดูแลพันธุ์ไม้ และมีความสุขในการทำงานกับต้นไม้ กิจกรรมที่ชอบทำคือการปลูกและดูแลต้นไม้ เป็นต้น เพื่อเป็นแนวทางในการส่งเสริมและป้องกันในขั้นตอนต่อไป

2.ส่งเสริมและป้องกัน ในขั้นตอนนี้จะเป็นการให้กิจกรรมเพื่อส่งเสริมเป้าหมายที่ผู้สูงอายุมีต่อกิจกรรมที่มีความสุขที่จะทำ โดยนักกิจกรรมบำบัดมีหน้าที่ส่งเสริมหรือแนะนำแนวทางที่เหมาะสมกับกิจกรรมนั้นๆ ที่ได้ข้อมูลมาจากการตรวจประเมินในข้อแรก อย่างเช่น อาจมีการแนะนำให้นำต้นไม้ที่ปลูกไปตั้งขายเพื่อหารายได้ และเป็นการพบปะกับกลุ่มคนที่ชอบต้นไม้เหมือนกัน เพื่อที่จะทำให้เขามองเห็นคุณค่าในกิจกรรมที่ทำและ บรรเทาอาการเหงาจากการได้พูดคุยกับกลุ่มคนที่สนใจในสิ่งเดียวกัน

3.การบำบัด คือการให้ผู้สูงอายุได้ลงมือทำกิจกรรมที่ตนสนใจ ตามสองขั้นตอนแรก และได้ลองทำตามคำแนะนำของนักกิจกรรมบำบัด นักกิจกรรมบำบัดมีหน้าที่ในการสังเกตว่าผู้สูงอายุสามารถทำกิจกรรมดังกล่าวได้อย่างเต็มที่และมีความสุขหรือไม่ ถ้าไม่ก็ส่งต่อไปยังการฟื้นฟูสมรรถภาพต่อไป

4.การฟื้นฟูสมรรถภาพ คือการกระทำที่ทำให้ผู้สูงอายุสามารถกลับมาทำกิจกรรมนั้นได้อย่างปกติ หรือมีความสุข ตัวอย่างเช่น ผู้สูงอายุชอบปลูกต้นไม้ แต่มีอาการบาดเจ็บที่แขนและมือทำให้ไม่สามารถทนทำกิจกรรมนั้นได้เป็นเวลานาน หน้าที่ของนักกิจกรรมบำบัดคือ ควารบรรเทาอารการบาดเจ็บดังกล่าวก่อนเป็นอันดับแรก หรืออาจจะมีการคิดค้นอุปกรณ์ที่ช่วยในการทำกิจกรรมนั้นๆ หรือมีการหากิจกรรมไปทดแทน เช่นอาจมีการแนะนำให้ปลูกพืชไร้ดินแทน เพราะไม่ต้องใช้แรงแขนมากในการขุดดิน ยกกระถางหนักๆ หรือเป็นการจัดสวนในขวดโหล

จากที่กล่าวมาทั้งหมด 4 ขั้นตอนของกระบวนการทางกิจกรรมบำบัดนั้น ดิฉันเชื่อว่าจากนี้ไปอนาคต จะเป็นกระบวนการที่สำคัญในการช่วยส่งเสริมกิจกรรมในผู้งสูงอายุ ที่มีแนวโน้มของจำนวนประชากรเพิ่มขึ้น เพื่อลดปัญหาทางสภาพจิตใจ และสภาพร่างกายที่อาจส่งผลมาถึงคนรอบข้าง โดยการทำให้พวกเขามองเห็นคุณค่าในตนเอง จากการได้รับความสุขจากความสามารถในการทำกิจกรรมต่างๆที่พวกเขาชอบ.





บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กิจกรรมบำบัดกับเศรษฐกิจพอเพียง



ความเห็น (0)