GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

วิธีคิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัย

เมื่อความมีชีวิตยุติ ธาตุต่างๆที่มาก่อรูปเป็นกระดูก เนื้อ หนัง ปอด ตับไต ไส้ พุง ก็สลายกลายเป็นธาตุ คืนสู่วงจรธรรมชาติ อณูที่อยู่ในตัวเราก็อาจเคลื่อนไหวย้ายไปเป็นส่วนหนึ่งของไส้เดือน งู หนอน ไวรัส แบคทีเรีย อากาศ เมฆ

ท่านอ.ประเวศ  วะสี (ศ.นพ.ประเวศ  วะสี) มีวิธีอธิบาย "วิธีคิดแบบสืบสาวเหตุปัจจัย" หรือ "วิธีคิดแบบอิทัปปัจจยตา"ให้เราๆท่านๆ สามารถเข้าใจได้อย่างง่ายดาย ในหนังสือ เรื่อง ธรรมชาติของสรรพสิ่ง ดังนี้

อิทะ  แปลว่า นี้    ปัจจยตา  แปลว่า  ความเป็นเหตุปัจจัยให้เกิด หรือ ปัจจยาการ

โดยศัพท์ หมายถึง   นี้ทำให้เกิดนี้ > นี้ทำให้เกิดนี้ > นี้ทำให้เกิดนี้ >........

นิทานเรื่อง ตากับยายปลูกถั่วปลูกงาให้หลานเฝ้า เป็นตัวอย่างง่ายๆ ของอิทัปปัจจยตา...

ตากับยายปลูกถั่วปลูกงาให้หลานเฝ้า  หลานไม่เฝ้า  กาจึงกินถั่วกินงา ยายมายายด่า  ตามาตาตี  หลานจึงร้องไห้ไปหานายพราน ให้ช่วยยิงกา นายพรานบอก ธุระอะรของข้า  หลานจึงร้องไห้ไปหาหนู  ให้ช่วยกัดสายธนูนายพราน  หนูบอกว่าธุระอะไรของข้า หลานจึงร้องไห้ไปหาแมว  ให้ช่วยจับหนู  แมวบอกว่าธุระอะไรของข้า  หลานจึงร้องไห้ไปหาหมา  ให้ช่วยกัดแมว  หมาบอกว่าธุระอะไรของข้า  หลานจึงร้องไห้ไปหาช้าง  ให้ช่วยกระทืบหมา  ช้างบอกว่าธุรอะไรของข้า หลานจึงร้องไห้ไปหาแมลงหวี่  ให้ช่วยตอมตาช้าง

แมลงหวี่ไปตอมตาช้าง>>ช้างไปกระทืบหมา>>หมาไปกัดแมว>>แมวไปจับหนู>>หนูไปกัดสายธนูนายพราน>>นายพรานไปยิงกา>>กาไม่มากินถั่วกินงา>>ยายมายายไม่ ด่า>>ตามาตาไม่ตี

ลองมาดูความเป็นเหตุปัจจัยระหว่าง "มนุษย์กับสิ่งแวดล้อม" บ้างนะค่ะ

มนุษย์เราหายใจเอออกซิเจนเข้า ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกมา  กินธาตุอาหารต่างๆ เข้า และปล่อยของต่างๆ ออกทางอุจจาระ ปัสสาวะ ธาตุต่างๆเหล่านี้ แลกเปลี่ยนเวียนวนระหว่าง มนุษย์  พืช สัตว์ และธรรมชาติแวดล้อม เมื่อความมีชีวิตยุติ ธาตุต่างๆที่มาก่อรูปเป็นกระดูก เนื้อ หนัง  ปอด ตับไต ไส้ พุง ก็สลายกลายเป็นธาตุ คืนสู่วงจรธรรมชาติ อณูที่อยู่ในตัวเราก็อาจเคลื่อนไหวย้ายไปเป็นส่วนหนึ่งของไส้เดือน  งู  หนอน ไวรัส แบคทีเรีย อากาศ  เมฆ  เพราะทั้งหมดล้วนเชื่อมโยงสัมพันธ์กันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

หรือลองมาดูความเป็นเหตุปัจจัยระหว่าง "กายกับจิต" บ้าง

เพราะตาเห็นรูป จึงเกิดจักขุวิญญาณ  ตาเป็นกาย  เป็นของในตัว  รูปเป็นของนอกตัว  จักขุวิญญาณ คือการรู้ทางตา  วิญญาณหรือการรู้ เป็นอาการอย่างหนึ่งของจิต เกิดขึ้นเมื่อตากระทบรูปเป็นปัจจัย จักขุวิญญาณไม่ได้ดำรงอยู่เองโดยไมเหตุปัจจัย  เพราะตากระทบรูปเป็นปัจจัยจึงมีจักขุวิญญาณ  เมื่อตาเห็นรูปและรู้รูป (วิญญาณ) ก็เกิดความรู้สึกว่าชอบหรือไม่ชอบ  ความรู้สึก(เวทนา) เป็นอาการอีกอย่างหนึ่งของจิต  ชอบหรือไม่ชอบก็เอาไปจำไว้ (สัญญา) การจำเป็นอาการอีกอย่างหนึ่งของจิต  และก็เกิดอาการคิดปรุงแต่ง (สังขาร) ประกอบด้วยเจตนา เป็นต้น การคิดก็เป็นอาการอย่างหนึ่งของจิต

ในกระบวนการของจิต ที่ประกอบด้วย การรู้(วิญญาณ) ความรู้สึกสุขทุกข์ (เวทนา) ความจำ (สัญญา) การคิด (สังขาร) ก็เกี่ยวข้องอยู่กับอวัยวะรับสัมผัส ระบบประสาท  ระบบสมอง  อันประกอบด้วยสารต่างๆเป็นจำนวนมาก อันรวมเรียกว่า กาย หรือ รูป

ถ้าใช้ศัพท์แสงสมัยใหม่เป็นฝรั่งหน่อย วิธีนี้ ก็คือ Mind Mapping นั่นเอง

สำหรับตัวดิฉันเอง (ไม่เกี่ยวกับวิธีคิด) พบว่า เมื่อได้อ่านข้อความซ้ำอย่างช้าๆ เพื่อเขียนทีละอักษร ช่วยย้ำให้คิดและเข้าใจได้ดียิ่งกว่าตอนอ่านเพียงอย่างเดียวและอ่านมาแล้วหลายหน

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): วิธีคิด
หมายเลขบันทึก: 6218
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 7
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (7)

   ผมไปอ่านประวัติของท่านอาจารย์มาลินีแล้ว เขียนได้กระชับดีมากครับ และลองไล่กลับไปจากตำแหน่งคณะบดี โดยใช้หลักของอิทิปปัจจยตา ก็จะทราบความเป็นมาและจะเป็นต่อไป...ได้ดียิ่งครับ

    โดยส่วนตัว นอกจากหลักของเหตุและผล หรือหลักของการมี - ไม่มีแล้ว  ยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีกที่ทำให้สำคัญแต่ไม่ค่อยมีคนนึกถึงเท่าไร คือหลักของความสมดุลย์  อาจจะฟังดูแล้วแปลก ๆ แต่ที่สำคัญคือ เรามักจะให้ความสำคัญกับกาย หรือ จิต ซึ่งแต่ละบุคคลก็มีเหตุ-ผล ที่แตกต่างกัน แต่ถ้าไม่มีความสมดุลย์ของกาย (กายย่อมอยู่ไม่ได้) ถ้าไม่มีความสมดุลย์ของจิต (จิตย่อมอยู่ไม่ได้)และที่สำคัญคือความสมดุลย์ระหว่างกายกับจิต...

เห็นด้วยอย่างยิ่งกับคุณ plek ค่ะ

และเพื่อเสริมข้อคิดที่เห็นด้วย ดิฉันขอขยายความเรื่องความสมดุลย์ระหว่างกายกับจิต สักเล็กน้อย กล่าวคือ

ผู้มีอนามัยดี  ร่างกายแข็งแรง จะมีกำลังกายดี ก็จะส่งเสริมให้มีสมรรถภาพของจิตดี มีกำลังใจดี อีกทั้งเมื่อผนวกกับมีความรู้ดี สมองดี  เกิดกำลังความคิดดี  ก็จะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างดำเนินไปด้วยความราบรื่น สมดุลย์ 

ดีนะนู๋ชอบ
ข้อความเข้าใจง่าย สามารถเข้าใจได้ง่ายอ่นหนังสือ เพราะมันทำให้ไม่น่าเบื่อ

อ่ะนะแจ๋วดีนะ

เข้าง่ายดีค่ะ