​ชีวิตที่พอเพียง : 2821. ควงสาวเที่ยวชะอำ


สาวน้อยบอกว่าหยุดยาววันเฉลิมพระชนม์พรรษาเดินทางไปนอนพักผ่อนต่างจังหวัดสักคืน ในที่สุดก็สรุปได้ว่าไปนอนที่ชะอำ จองโรงแรมเมธาวลัย ชะอำ คืนวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๕๙ ราคา ๒,๘๐๐ บาท ทำเลกลางชายหาดชะอำทีเดียว


เช้าวันที่ ๔ ธันวาคม เราออกจากบ้าน ๖.๑๐ น. ขับรถขึ้นทางด่วนไปข้ามสะพานพระราม ๙ ไปออก ถนนพระราม ๒ ถึงเพชรบุรี ๘ โมงตรง เราตรงไปกินก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋นที่ร้านใบตาล ตรงข้ามเขาวัง อย่างเคย ก๋วยเตี๋ยวใส่พริกกะเหรี่ยงหอมอร่อยเหมือนเดิม ตอนแรกสาวน้อยบ่นว่าไม่ได้ขึ้นเขาวังนานแล้ว อยากไปขึ้น เขาวังโดยกระเช้าไฟฟ้า แต่พอใกล้เพชรบุรี ฟ้ามัว เธอจึงเลิกล้มความตั้งใจ


กินก๋วยเตี๋ยวเสร็จเราก็เลี้ยวรถกลับไปจอดหน้าร้านแม่กิมลั้ง ซื้อขนมหม้อแกงสุดอร่อย ๓ ถาดร้อย หมอแต้วฝากซื้อฝอยทองแบบคลาสสิค คือไม่ใช่ฝอยทองกรอบ ร้านนี้ไม่มีขาย บอกว่าร้านไข่ยังไม่เอาไข่มาส่ง ผมจึงได้เรียนรู้เคล็ดลับของความอร่อยของขนมเจ้านี้ อย่างหนึ่งคือไข่ต้องสด ออกจากท้องไก่วันนั้นใช้ทำขนม วันนั้น เหมือนกับที่ผมไปเรียนรู้ที่ Cocco Farm ของญี่ปุ่นตามบันทึกนี้


ทางร้านเขาแนะนำให้ไปซื้อฝอยทองที่ร้านแม่กิมลั้งริมถนนเพชรเกษม อยู่ฝั่งขาเข้ากรุงเทพเมื่อขับลงใต้ ไประยะหนึ่งต้อง เลี้ยวกลับ ซื้อของเสร็จเราขับรถไปเลี้ยวกลับใต้สะพาน เลี้ยวเสร็จทางซ้ายมีป้ายบอกทาง ไปวัดเขาทะโมน สาวน้อยชวนให้ไปทางนี้ เราไปเรื่อยๆ จนพบทางไปถนนเลียบริมทะเล ไปหาดเจ้าสำราญ หาดปึกเตียน สู่หาดชะอำ


ช่วงเลยวัดเขาทะโมนไปไม่ไกลนัก ผ่านบริเวณนาข้าว ที่ข้าวกำลังสุกเหลืองอร่าม ที่นาแห่งหนึ่งเขากำลังใช้เครื่องเกี่ยวนวดเก็บเกี่ยวข้าว ผมชวนสาวน้อยหยุดรถลงไปถ่ายรูปกับนาข้าว ผมชอบบรรยากาศธรรมชาติแบบนี้


เวลา ๑๐.๕๐ น. เราหลงไปที่สะพานปลาชะอำ มีร้านอาหารทะเล มีที่จอดรถอย่างดี เราจึงลงไปกิน อาหารทะเลที่ร้านป้าฮี๊ดซีฟู๊ด (เขาเขียนอย่างนี้) ร้านนี้กว้างขวางมาก และมีอาหารทะเลสด เราสั่งปูม้านึ่ง ๑ กิโล แมงดาทะเลยำ ๑ ตัว ปลากระบอกต้มส้ม และสั่งข้าวผัดปู ๑ จานเล็กเอาไปกินเป็นอาหารเย็นที่โรงแรม รวมค่าอาหาร ๑,๑๑๐ บาทเท่านั้น เราห่ออาหารกลับโรงแรมประมาณครึ่งหนึ่ง ร้านนี้อาหารสด รสอาหารดี แต่ไม่ถึงกับเยี่ยม


เวลาเที่ยง เราเช็คอินเข้าโรงแรมเมธาวลัย โดยแจ้งว่าต้องการห้องที่มองเห็นทะเล เพราะตอนก่อน ๙ โมงเช้า ผมโทรศัพท์มาถามว่าห้องเสร็จหรือยัง เขาตอบว่าห้องที่จัดให้เรายังทำความสะอาดไม่เสร็จ แต่ถ้าจะรีบเข้าเร็วก็มีห้องว่าง แต่มองไม่เห็นทะเล เราได้ห้อง ๕๐๕ อยู่ชั้นบนสุด มองเห็นทะเลแบบเฉียงๆ ทางระเบียง ที่ไม่มีลมโชย ลมมาทางด้านหน้าห้องซึ่งอยู่ติดระเบียงทางเดิน จึงเปิดไม่ได้


ตอนเย็น เราออกไปกินปูม้านึ่งที่ระเบียง อร่อยสุดสุด เนื้อแน่นและรสหวานโดยไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้มใดๆ กินกับข้าวผัดปูที่ซื้อมาจากร้านป้าฮี๊ดซีฟู๊ด เป็นอาหารเย็นที่ประทับใจในความอร่อย และกินกันง่ายๆ ตกลงอาหารเที่ยงที่ร้านป้าฮี๊ดกินได้สองมื้อ


พอได้เวลา ๑๗ น. เราก็ออกไปเดินเล่นและถ่ายรูปดาราที่ชายหาดริมทะเล ซึ่งมีคนมาเที่ยวและ ลงเล่นน้ำมาก แต่ไม่ถึงกับแน่น เข้าใจว่า เราอยู่ค่อนมาทางทิศเหนือของหาดชะอำ ซึ่งคนไม่แน่น คนแน่นกว่าเมื่อลงไปทางใต้อีกสัก ๑๐๐ เมตร เดินเล่นอยู่สักครึ่งชั่วโมงก็กลับขึ้นห้อง เพื่อพักผ่อนแบบคนแก่


เช้าวันที่ ๕ ผมออกไปเดินออกกำลังตอน ๖.๐๐น. ยังไม่สว่าง ไปพบว่าที่ชายหาดมีคนเอารถไปจอด และกางเต๊นท์นอน มีทั้งที่เป็นกลุ่มหนุ่มสาว และเป็นครอบครัว พอสายเขาก็เก็บเต๊นท์และขับรถออกไป จากหาดทราย ชายหาดชะอำจัดว่าสวยงาม ทรายสีน้ำตาล สะอาด การดูแลรักษาบริเวณดีมาก


มีบริเวณที่ตั้งเก้าอี้ผ้าใบและร่มกันแดดให้บริการ ตอนกลางคืนเขาหุบร่มหมด พอเช้าขึ้นมาเจ้าของจึงมากางร่ม ราคาค่าเช่าเก้าอี้ผ้าใบ ๓๐ บาท/๕ ชั่วโมง คนที่นั่งครบ ๕ ชั่วโมงคงมีแต่พวกดื่มเหล้า


แม้ยังไม่สว่างดี บนถนนเลียบริมหาดก็มีคนเอารถปิกอัพมาเปิดท้ายและตั้งแผงขายของ ส่วนมากเป็นสินค้าอาหารทะเลแห้ง มีร้านข้าวต้ม โจ๊ก และอาหารใส่บาตร


เดินอยู่ครึ่งชั่วโมง ผมก็กลับไปรับสาวน้อยไปกินอาหารเช้าของโรงแรม ซึ่งเขาคิดรวมอยู่ในค่าห้องแล้ว สาวน้อยว่าคุณภาพอาหารดี แต่ผมว่าปานกลาง คนกินไม่มาก เข้าใจว่าคืนที่เราพักโรงแรมมีแขกไม่มาก ซึ่งเราชอบเพราะไม่จอแจ แต่ก็เห็นใจโรงแรม ว่าธุรกิจไม่ดี เราเดินไปเห็นป้ายประกาศห้องพักราคา ๓๐๐ - ๕๐๐ บาท ห้องติดแอร์มีห้องน้ำมีทีวีจอแบน


กินอาหารเสร็จ ขึ้นห้องไปทำธุระ แล้วขับรถออกไปร้านป้าฮี๊ด สาวน้อยสั่งปูม้าไว้ ไปพบว่าไม่มี เพราะเรือไม่กล้าออกทะเล เพราะทางการประกาศห้าม เนื่องจากมีพายุ เราเดินไปดูที่ร้านข้างๆ เขามีบ่อซีเมนต์เลี้ยงปูม้าเป็นๆ ไว้ ติดป้ายบอกราคา ๔๘๐ บาท/กก. ปูตัวเล็กเราจึงไม่ซื้อ แต่แวะซื้อห่อหมกปิ้ง ของแม่ค้าคนสวยและจบปริญญารัฐศาสตร์จากมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย นครปฐม ตอนนี้ฝนตกพรำๆ เล็กน้อย เพียงครู่เดียว


แม่ค้าห่อหมกบอกว่าห่อหมกองเธอทำด้วยเนื้อปลาคลุกกับกระทิและเครื่องแกง ไม่ใส่แป้งเลย และบางห่อโรยไข่แมงดาด้วย เราซื้อมา ๔ ห่อ ราคาห่อละ ๒๕ บาท เอามากินที่บ้านพบว่าอร่อยจริงๆ เสียดายไม่ได้ซื้อมามากกว่านี้


เราออกจากชะอำราวๆ ๑๑ น. แวะเข้าห้องน้ำที่ร้าน Fly Now เพชรบุรี และซื้อข้าวหลามกับทอดมันมากินบนรถ กลับถึงบ้าน ๑๔ น.



วิจารณ์ พานิช

๕ ธ.ค. ๕๙



1 สาวน้อยในทุ่งนา



2 สะพานปลาชะอำ



3 ชายหาดชะอำยามเย็น



4 ม่านเปลือกหอย



5 เต๊นท์ที่ชายหาดยามเช้าตรู่



6 ร้ายขายอาหารทะเลแห้ง



7 กินอาหารเช้า



8 สะพานปลาเช้าวันที่ ๕ ธ.ค.



9 แม่ค้าห่อหมกปิ้ง




บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KMI Thailand



ความเห็น (0)