การเรียนร่วมของเด็กที่มีความต้องการพิเศษมีประโยชน์ต่อเด็ก

การเรียนร่วมของเด็กที่มีความต้องการพิเศษมีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร?

การเรียนร่วมเป็นการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษซึ่งไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้มากนัก และเด็กปกติได้เรียนร่วมกัน เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษได้พัฒนาตนเอง มีสังคมที่กว้างขึ้น และได้รับการช่วยเหลือจากเพื่อนๆ ครูและผู้ปกครองเพื่อเป็นประโยชน์ในการพัฒนาตนเอง การเรียนร่วมระหว่างเด็กที่มีความต้องการพิเศษกับเด็กปกติมีประโยชน์ ดังนี้ ส่งเสริมให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษเข้าสู่สภาวะปกติให้มากที่สุด ซึ่งเป็นแนวคิดของการศึกษาพิเศษ เป็นกระบวนการช่วยเหลือเด็กที่มีความต้องการพิเศษให้สามารถปฏิบัติกิจกรรมต่างๆในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น สามารถตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมในการที่จะให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษตอบสนองได้เป็นปกติ จะต้องจัดหาเครื่องมือ เครื่องใช้ จัดสภาพแวดล้อมให้เป็นสิ่งเสริมแรง ส่งเสริมให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษมีพัฒนาการในด้านต่างๆ และมีความสามารถในการปฏิบัติสิ่งต่างๆ ได้ ส่งเสริมให้เด็กปกติรู้จักช่วยเหลือเด็กที่มีความต้องการพิเศษในด้านต่างๆ ได้ เช่น ช่วยเหลือให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษทำงานได้สำเร็จ ช่วยเหลือในการจัดเก็บวัสดุอุปกรณ์ เป็นต้น ส่งเสริมให้เด็กปกติมีการยอมรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ซึ่งทำให้เด็กปกติเรียนรู้ว่าในสังคมอาจมีคนที่มีความต้องการพิเศษประเภทต่างๆ ที่อาจมีความแตกต่างกันในด้านสรีระ ความสามารถและทักษะต่างๆ แต่บุคคลเหล่านั้นสามารถอยู่ร่วมกับสังคมได้ด้วยการที่คนปกติต้องให้โอกาสและยอมรับบุคคลที่มีความต้องการพิเศษ ส่งเสริมให้เด็กปกติรู้จักการแบ่งปัน เด็กปฐมวัยปกติและเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน เล่นและทำงานร่วมกันส่งให้เด็กปกติแบ่งปันวัสดุอุปกรณ์ที่อยู่ในการครอบครองให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษ หรือให้ยืมวัสดุ ชักชวนให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษมาเล่นหรือทำงานด้วยกัน เป็นต้น ส่งเสริมให้เด็กปกติมีคุณธรรมด้านความสุภาพ ทั้งทางด้านการพูดและด้านอื่นๆที่มีต่อเด็กที่มีความต้องการพิเศษในการทำกิจกรรมร่วมกันในแต่ละวัน ส่งเสริมให้เด็กปกติมีคุณธรรมด้านความรับผิดชอบ ความรับผิดชอบที่เกิดจากความต้องการภายในเป็นแรงผลักดันให้เด็กแสดงออกในด้านความรับผิดชอบ เช่น การดูแลเอาใจใส่เด็กที่มีความต้องการพิเศษในด้านต่างๆ การช่วยเหลืองานให้ประสบความสำเร็จ การช่วยเก็บวัสดุอุปกรณ์หรือของเล่นเข้าที่แทนเด็กที่มีความต้องการพิเศษที่มีข้อจำกัดในด้านต่างๆ ส่งเสริมให้เด็กมีสัมพันธภาพทางสังคมระหว่างกัน ระหว่างเด็กปกติและเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ซึ่งจะทำให้เด็กเกิดพฤติกรรมความร่วมมือได้ ช่วยให้เด็กปกติคลายการยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง จากการจัดการเรียนร่วมทำให้เด็กปกติเรียนรู้ที่จะเข้าใจเด็กที่มีความต้องการพิเศษ และพยายามทำสิ่งต่างๆที่เป็นการช่วยเหลือผู้อื่น จะทำให้เด็กคำนึงประโยชน์ที่จะเกิดกับผู้อื่น เป็นแนวทางหนึ่งในการช่วยให้เด็กคลายการยึดตนเองเป็นศูนย์กลางได้ ช่วยให้เด็กปกติรู้จักการเอาใจเขามาใส่ใจเรา การเรียนรู้ที่จะยอมรับความสามารถและลักษณะเฉพาะของเด็กที่มีความต้องการพิเศษ ทำให้เด็กปกติเรียนรู้ที่จะเข้าใจผู้อื่น อันเป็นการเอาใจเขามาใส่ใจเรา

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน กนกวรรณ มูลสาร



ความเห็น (0)