ทฤษฏีการหยุดเดิน


หากต้องการสิ่งใดต้องตามมา หากฝันถึงสิ่งใดต้องลงมือทำ

ผมเชื่อในสิ่งที่ประโยคนี้บอก เพราะคิดเสมอว่า ถ้าอยากได้เงิน ก็ต้องทำงาน อยากเป็นนักบิน ก็ต้องเรียนรู้ที่จะขับเครื่องบิน อยากมีต้นไม้ในบ้าน ก็ต้องลงมือปลูก

แต่กับเรื่องบางเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องของหัวใจ การเลิกวิ่งตาม เลิกตามหา แล้วหยุดเดิน อาจทำให้เราพบสิ่งที่ตามมาก็เป็นได้

ผมคิดถึงเรื่องนี้ในวันหนึ่งที่ผมคุยกับ ดิว-อริสรา ทองบริสุทธิ์ ตอนนั้นเราเล่นละครด้วยกัน และพูดถึงเรืื่องความรัก

ผมรู้สึกว่า ผู้หญิงหลายคน อยากเจอผู้ชายดี ๆ และผู้ชายหลายคนก็อยากพบผู้หญิงดี ๆ หลายคนมักเลือกที่จะมองหาคนที่ว่า แต่ยิ่งมองหา บางครั้งกลับยิ่งไม่เจอ

หลังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องความรักที่เกี่ยวกับการตามหาใครสักคน ผมก็พูดกับดิวว่า เรามีเพลงหนึ่งอยากให้ดิวลองฟัง ชื่อเพลง ทฤษฎีการหยุดเดิน ของวง Blue Dock


ทุกทีที่เราไขว่คว้า วิ่งคอยตามหาความรัก
ความรักวิ่งตามเราอยู่ ทำให้เราไม่ได้พบกัน
หากทดลองหยุดเดิน แล้วลองมองรอบกายเธอ
ความรักล้อมรอบเธออยู่ รู้บ้างหรือเปล่า
เธอคงเจอใครสักคน ตรงนี้


ท่อนฮุคของเพลงนี้ผมจำได้ดี เพราะตอนที่ผมได้ฟังเพลงนี้ครั้งแรกช่วงเรียนมหาวิทยาลัย มุมมองความรักก็เปลี่ยนไป

เมื่อก่อนผมชอบตามหา ไม่ปิดกั้นตัวเอง เจอใครก็อยากเข้าไปคุย เพื่อนมีคนแนะนำ ก็อยากจะรู้จัก

ผมคิดว่า ถ้าอยากจะพบความรัก เราต้องออกตามหาและพยายามที่จะมองหา จนเวลาผ่านไป ผมเริ่มเหนื่อย เพราะที่เจอก็ไม่ใช่ ยิ่งหาก็ไม่เจอ

ผมเริ่มอยู่เฉย ๆ ไม่คิดตามหา แล้วการอยู่เฉย ๆ ให้กลไกต่าง ๆ พาไป ก็ทำให้ผมได้เจอคนดี ๆ คนหนึ่ง

เหมือนเป็นเหตุบังเอิญที่เธอคนนั้นอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกัน เรียนคณะติดกัน บ้านอยู่ใกล้กัน เกิดวันเดียวกับแม่ของเรา ชื่อเดียวกับพี่สาวเรา

เพลง ทฤษฏีการหยุดเดิน และสิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนั้น ทำให้ผมรู้ว่า บางทีที่เราหยุดออกตามหา บางอย่างจะเคลื่อนที่มาหาเราเอง

ผมคิดว่าคนที่เคยค้นหาคนที่ใช้ คงเข้าใจความหมายในเพลงนี้ดี

เพราะหลายครั้งคนที่ตามหามักจะมาในวันที่เราหยุดเดิน บางครั้งผมก็คิดว่าคนสองคนจะมาพบกันได้ ไม่ใช่การที่ทั้งสองคนต่างเคลื่อนที่เข้าหากัน แต่มีใครสักคนหยุด อีกคนเดิน จนกระทั่งมาบรรจบพบกัน

หยุดบางสิ่ง เพื่อจะได้พบบางอย่าง คนที่ใช้อาจมาหาในวันที่ไม่ได้มองหา

มากกว่า ทฤษฏีการหยุดเดิน หลายคนเรียกสิ่งนี้ว่า โชคชะตา


.................................................................................................


ผมเคยเป็นทั้งสองอย่าง คือ วิ่งตามหา และ หยุดเดิน
ทุกอย่างมันเป็นชะตากรรมของเราจริง ๆ

แต่ ทฤษฏีการหยุดเดิน ทำให้ผมบอกตัวเองว่า
ผมควรจะหยุดเดินอีกครั้ง

หนังสือบางเล่มอาจจะเปลี่ยนหรือเข้ามาเตือน
อะไรบางอย่างให้กับเราได้

ขอบคุณหนังสือของฌอห์ณเล่มนี้

บุญรักษา ทุกท่าน ;)...



...................................................................................................

ขอบคุณหนังสือดี ๆ ...



ฌอห์ณ จินดาโชติ. Present Perfect เพราะวันนี้...ดีที่สุดแล้ว. พิมพ์ครั้งที่ ๑๗.
กรุงเทพฯ : อะบุ๊ก, ๒๕๕๗.