ในปี พ.ศ.2511 สมเด็จย่า ได้ทรงรับ มูลนิธิชีวิตใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ไว้ในพระอุปถัมภ์ มูลนิธินี้มีวัตถุประสงค์จะช่วยจัดตั้งหมู่บ้านตามชนบทของประเทศไทย เพื่อให้ผู้ที่หายป่วยจากโรคเรื้อนและโรคจิตสามารถมีที่ดินบ้านเรือนของตนเอง รวมทั้งส่งเสริมการประกอบอาชีพของบุคคลเหล่านี้ให้มีงานทำ มีชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุขตามควรแก่อัตภาพ
หลักการดำเนินงานของมูลนิธิชีวิตใหม่
- ดำเนินการให้สมาชิกในหมู่บ้าน ได้ดำเนินชีวิตเช่นคนปกติทั่วไป สามารถเผชิญกับอุปสรรคด้วยตนเอง
- พยายามส่งเสริมให้ผู้หายป่วยจากโรคเรื้อนแต่ยังความพิการอยู่ และผู้ป่วยจิตเวชเรื้อรังแต่อาการทุเลา ได้อยู่ร่วมกับบุคคลอื่น ตลอดจนส่งเสริมให้สังคมยอมรับ ลบความคิดที่จะเรียกว่า “หมู่บ้านโรคเรื้อน”ออกไปเสีย
- ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะได้ที่ดินเป็นที่อยู่อาศัยและประกอบอาชีพเกษตรกรรม แบบสหกรณ์หมู่บ้าน สามารถใช้ที่ดินผืนนั้นไปจนชั่วลูกชั่วหลาน
กิจกรรมที่ดำเนินการของมูลนิธิ
- ให้การสงเคราะห์เบี้ยเลี้ยง-ข้าวสาร ผู้สูงอายุและพิการอันเนื่องมาจากโรคเรื้อน ในบ้านพัก”อาคารสมเด็จหญิง”และในบ้านพัก”อาคารสมเด็จย่า” รวม 18 คน
- สนับสนุนค่าอาหารพิเศษ ผู้ป่วยจิตเวชเรื้อรังที่มีอาการทางจิตทุเลา ในบ้านกึ่งวิถีชีวิตใหม่ ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพห้วยดินดำ อ.หางดง จ.เชียงใหม่
- เยี่ยมบ้านสมาชิกหมู่บ้านชีวิตใหม่ และหมู่บ้านไตรสภาวคาม โดยคณะกรรมการมูลนิธิฯ พร้อมมอบเครื่องอุปโภค-บริโภค แก่สมาชิกผู้สูงอายุและพิการอันเนื่องมาจากโรคเรื้อน
- ให้การสงเคราะห์ เป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางแก่ผู้สูงอายุและพิการ ในการเดินทางไปรับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาล
- ส่งเสริมการประกอบอาชีพเกษตร ปลูกพืชไร่ ไม้ผล พืชผักสมุนไพร
ใน พ.ศ. 2528 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของกรรมการส่งเสริมและพัฒนางานสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ กำหนดให้วันที่ 21 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จย่า เป็นวันสังคมสงเคราะห์แห่งชาติ ด้วยเหตุผลที่ว่าพระองค์ทรงอุทิศพระวรกายและเวลา เพื่อประโยชน์ให้บังเกิดแก่ประชาชนตลอดมา โดยมิได้ทรงเห็นแก่ความเหนื่อยยาก สมควรเป็นปูชนียบุคคลที่นักสังคมสงเคราะห์ควรถือเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติงานของตนต่อไป ดังนั้น ในวันที่ 21 ตุลาคมของทุกปี ภาครัฐบาลและภาคเอกชนจึงได้ร่วมกันจัดงานแสดงกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับการสังคมสงเคราะห์ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรทุกหมู่เหล่าโดยไม่เลือกเชื้อชาติศาสนา