GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

หลักการจำเขียนคำที่สับสน

หลัการจำเขียนคำที่สับสน

สอนหลักการจำเขียนคำที่สับสน

                    ข้าพเจ้าสอนวิชาภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดท่าไชย(ประชานุกูล)ทุกครั้งก่อนที่

จะสอนวิชาภาษาไทยข้าพเจ้าจะให้นักเรียนเขียนตามคำบอกทุกวัน วันละห้าคำ นักเรียนส่วนใหญ่เขียนได้อาจมีผิดบ้างถูกบ้าง แต่พอครูเฉลยและให้แก้คำผิดแล้วนักเรียนก็จะจำได้  มีอยู่วันหนึ่งข้าพเจ้าให้นักเรียนเขียนตามคำบอกห้าคำก่อนเรียน สองในห้าคำมีคำว่า  ตักบาตร และบิณฑบาต หลังตรวจงานข้าพเจ้าจึงเห็นว่าส่วนมากผิดสองคำ คือ ตัวสะกดของคำว่า   ตักบาตร   และบิณฑบาต  นักเรียนเกิดการสับสนว่าบาต คำใดใส่ (ร)  หรือไม่ใส่ (ร)  ข้าพเจ้าจึงอธิบายเพิ่มเติมว่า ตักบาตร จะสะกดด้วย ( ตร )  และคำว่าบิณฑบาต จะไม่ใส่ ( ร ) อธิบายจนคิดว่านักเรียนเข้าใจทุกคน เพราะมันไม่ใช่คำที่ยากเลย ข้าพเจ้าจึงให้เขียนตามคำบอกเฉพาะสองคำนี้อีกครั้งหนึ่ง ปรากฏว่าจากนักเรียนสามสิบหกคน เกิดการสับสนระหว่างการใส่ ร และไม่ใส่ ร ถึงสิบห้าคน

                   ข้าพเจ้าจึงหาวิธีที่จะให้นักเรียนจำการเขียนคำสองคำนี้อย่างแม่นยำและไม่สับสน จึงอธิบายความหมายของคำและหลักการจำดังนี้

                         คำว่า   ตักบาตร      โยมต้องรอพระ      (หมายความว่า  คำว่า    ตักบาตร    ต้องใส่   )

                        คำว่า    บิณฑบาต    พระไม่รอโยม       (หมายความว่า   คำว่า    บิณฑบาต  ไม่ใส่   )

       หลังจากนั้นจึงให้นักเรียนทำความเข้าใจความหมายของทั้งสองประโยค และให้นักเรียนท่องจนขึ้นใจ

วันรุ่งขึ้นข้าพเจ้าจึงให้นักเรียนเขียนตามคำบอกเฉพาะสองคำนั้น ผลปรากฏว่านักเรียนสามารถเขียนทั้งสองคำ

ได้อย่างไม่สับสนและเขียนถูกหมดทั้งสามสิบหกคน ข้าพเจ้าจึงพยามยามหาหลักการท่องจำคำพ้องเสียงเพื่อนำมาให้นักเรียนมีหลักการจำและสามารถเขียนคำได้อย่างถูกต้อง อย่างมั่นใจให้และไม่สับสน                                                                                หลัก

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 62008
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 2
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (2)

  ขอบคุณค่ะได้ความรู้ไปด้วยมีหลักการจำคำอื่นอีกไหมคะ

ขอบคุณค่ะ