พัฒนาเด็กพิเศษ ด้วยความรัก ความเข้าใจ

เด็กพิเศษ หรือเรียกเต็มๆว่าเด็กที่มีความต้องการพิเศษ เด็กที่ไม่สามารถพัฒนาความสามารถได้เต็มตามศักยภาพที่มีอยู่ได้ด้วยวิธีการตามปกติตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงดูตามปกติ หรือการเรียนการสอนตามปกติ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีวิธีการพิเศษ เพิ่มเติมจากการเรียนรู้ตามธรรมชาติของเด็ก เพื่อช่วยให้เด็ก

มีศักยภาพตามที่มีอยู่ได้

แนวทางการดูแลเด็กพิเศษ ไม่ว่าจะไปในทิศทางใดก็ตาม ถ้าเริ่มต้นจากการดูแลด้วยความรัก

แล้วค่อยๆพัฒนาด้วยความเข้าใจก็จะนำไปสู่จดหมายปลายทาง เนื่องจากในความรักที่มีอยู่นี้ มักจะถูกบดบังด้วยความเครียด ความวิตกกังวล ความเบื่อหน่าย ความท้อแท้ และความรู้สึกอื่นๆ มีอีกมากมายในบางเวลา พ่อแม่ทุกคนล้วนมีความรู้สึกเป็นเรื่องธรรมดาที่จะเกิดความรู้สึกต่างๆ ขึ้นมาได้ ในการดูแลจำเป็นต้องหาวิธีการจัดการความรู้สึกต่างๆ อย่างเหมาะสมต่อไป มีหลายมุมมองทางความคิดเกี่ยวกับแนวทางการดูแลเด็กพิเศษ ซึ่งไม่มีผิด ไม่ถูก เพียงแต่ต้องมีการทบทวนความคิดอย่างเข้าใจ และพัฒนามุมมองของเราเองให้ถูกต้องตามที่เห็นว่าควรเป็น ไม่มีสูตรสำเร็จรูปสำหรับการดูแลเด็กพิเศษ

สำหรับการดูแลเด็กพิเศษทุกคน ทุกกลุ่ม ทุกอายุควรเข้าใจธรรมชาติที่ว่า เด็กแต่ละคนมีความเหมือนกันและแตกต่างกัน เด็กอาจมีความบกพร่องในบางด้าน แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีความสามารถบางด้านเช่นกัน การมองแต่ความบกพร่องบางด้าน และค่อยแก้ไขความบกพร่องไปเรื่อยๆ ก็อาจถึงทางตันในที่สุด

ควรหันมามองในด้านความสารถของเด็กด้วยว่าเด็กมีความสามารถด้านใดบ้าง เพื่อวางแผนการดูแล ให้การส่งเสริมความสามารถที่มีอยู่ให้ดียิ่งขึ้น

ครอบครัวมีบทบาทความสำคัญมากที่สุดในการดูแลเด็กพิเศษ และคงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า ถ้าครอบครัวไม่ดูแลแล้วจะมีใครดูแลได้ดีกว่าอีกเล่า แต่ในการดูแลนั้น การมีความรักอยู่เต็มเปี่ยมอาจไม่เพียงพอ ถ้าขาดความเข้าใจ การมีความรู้ มีเจตคติที่ถูกต้อง และมีทักษะพัฒนาเทคนิควิธีให้เหมาสมเสมออย่างต่อเนื่อง เป็นสิ่งที่ควรมีทั้งครอบครัว เพราะว่าไม่มีใครเก่งคนเดียว ต้องให้ความไว้วางใจกัน ให้ทุกคนมีส่วนร่วม ครอบครัวเข้มแข็ง คือ พลังแห่งความสำเร็จปัญหาที่มักเกิดขึ้นบ่อย คือ มีการแบ่งหน้าที่กันชัดเจนเกินไป

แม่ดูแลเด็กทุ่มเท ในขณะที่พอพยายามทำงานหนักขึ้น เพื่อจุดเจือครอบครัว ในที่สุดก็เกิดช่องว่างจนเกิดปัญหาต่างๆ ตามมาในที่สุด การเริ่มต้นและพัฒนาที่ดี คือ การสุมหัวเข้าหากัน คุยกันไว้วางใจกัน และหารความรักให้ทุกคนในครอบครัวมีโอกาสช่วยเหลือเด็กเท่าๆกัน

ทักษะพื้นฐานที่ต้องสอนให้เด็กพิเศษทำให้ได้ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่อาจตั้งใช้ความอดทนมากในช่วงแรกๆ ทักษะพื้นฐานที่ต้องฝึกให้กับเด็กพิเศษนั้นสามารถทำได้ด้วยตนเอง ได้แก่ การอาบน้ำ แปรงฟัน การแต่งตัว การรับประทานอาหาร ซึ่งเมื่อเทียบกับเด็กปกติทั่วไปแล้ว ในการฝึกให้เด็กพิเศษรู้จักการดูแลช่วยเหลือตันเองขั้นพื้นฐานเหล่านี้คงต้องใช้เวลานานและต้องฝึกให้ทำซ้ำๆ บ่อยๆ คุณพ่อคุณแม่อย่าพึ่งเบื่อหน่ายหรือถอดใจยอมแพ้เสียก่อนจะฝึกได้สำเร็จเพราะการฝึกให้เด็กพิเศษช่วยเหลือตนเองได้ดีนั้นนอกจากจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับเด็กเขาแล้ว ยังทำให้เขาไม่ต้องเป็นภาระกับคนอื่นอีกด้วย นอกจากนี้ การให้เด็กพิเศษทำกิจกรรมเสริมทักษะ เช่น กิจกรรมศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นการวาดรูป ระบายสี ปั้นแป้งโด ประดิษฐ์สิ่งของจากวัสดุเหลือใช้

จะช่วยพัฒนาความคิด

ก่อนจบผู้เขียนอยากฝากคำพูดของคุณแม่ท่านหนึ่งที่พูดถึงลูกทีเป็นดาวน์ซินโดรมว่า “ แม้ว่าบางครั้งจะเหนื่อยและท้อแท้แต่ก็ไม่เคยน้อยใจหรือเสียใจแม้แต่ครั้งเดียวที่มีลูกที่เป็นแบบนี้และด้วยความรักของแม่คนนี้ ก็จะเลี้ยงดูลูกให้เติบโตและใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข และไม่ให้มีใครมารังแก เพราะไม่ว่าลูกจะเป็นอย่างไร ลูกคือดวงใจของแม่เสมอ”