สรุปความรู้ที่ได้รับ
เรื่อง Knowledge Management: KM and PLC: Professional Learning Community
โดยนายศักดิ์เดช กองสูงเนิน ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาล 4 (เพาะชำ)ผู้ให้ข้อมูลในครั้งนี้
วันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2559 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครราชสีมา
Knowledge Management :KM ก่อนที่เราจะทำ KM เราจะต้องเปลี่ยนความคิดของตัวเราเองก่อนและเปิดรับสิ่งใหม่ๆหรือความรู้ใหม่ๆเข้ามา เพื่อที่เราจะได้พัฒนาตนเองให้มีคุณภาพและมีศักยภาพที่ดี และเพื่อพัฒนาโรงเรียนตนเองให้ดียิ่งขึ้น และก่อนที่จะนำ KM มาปรับใช้ที่โรงเรียนตนเองนั้น คณะผู้บริหารจะต้องได้เข้ารับการอบรมเรื่อง KM ก่อน และเมื่อได้เข้ารับการอบรมแล้ว ฝ่ายคณะผู้บริหารจะต้องนำมาทดลองใช้กับโรงเรียนของตนเอง โดยเริ่มจากการประชุมคณะครูในโรงเรียน เพื่อบอกหรือชี้แจงให้ทราบรายละเอียดในการทำ KM เพื่อที่คณะครูในโรงเรียนทุกคนจะได้เข้าใจเกี่ยวกับ KM อย่างถูกต้อง ชัดเจน เมื่อประชุมคณะครูเสร็จ ก็นำความรู้ต่างๆของครูแต่ละคนมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ซึ่งครูแต่ละคนสามารถที่จะแสดงความคิดเห็นของตนเองให้กับคนอื่นฟังได้ เพื่อที่คนอื่นจะได้นำความคิดเห็นนั้นมาปรับใช้ เพื่อให้การเรียนการสอนของตนเองมีประสิทธิภาพมากขึ้น และในทุกๆวันหลังเลิกเรียนผู้บริหารก็จะให้คณะครูทุกคนมาประชุมร่วมกัน โดยให้คณะครูทุกคนเล่าปัญหาหรือผลการสอนของตนหลังจากที่สอนเสร็จก่อนที่จะนำไปบันทึกลงในสมุดบันทึกหลังการสอน และสาเหตุที่ต้องให้คณะครูนั้นเล่าผลการสอนของตนเองหลังจากสอนเสร็จก่อนที่จะนำมาบันทึกนั้น เพราะว่าครูผู้สอนจะได้เล่าตามความเป็นจริง โดยที่ไม่ได้ตกแต่งคำพูดเพิ่มเติม ซึ่งการทำงานในลักษณะนี้จะทำให้คณะครูในโรงเรียนได้สะท้อนผลการสอนของตนเองในทุกครั้งหลังการสอน เพื่อที่ตนเองจะได้นำจุดที่บกพร่องไปปรับปรุงแก้ไขหรือจุดที่ดีอยู่แล้วก็นำไปพัฒนาหรือส่งเสริมให้ดียิ่งขึ้น
โดยเครื่องที่ใช้ในการทำ KM ของโรงเรียนเทศบาล 4 (เพาะชำ) ได้แก่
1. เรื่องเล่าเร้าพลัง
2. การสกัดขุมความรู้
3. สังเคราะห์แก่นความรู้
4. ตารางอิสรภาพ
5. บันไดแลกเปลี่ยนเรียนรู้
6. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้บันทึกหน้าเดียว
7. การทบทวนหลังปฏิบัติการ
วิธีดำเนินการ ได้แก่
1. ตั้งทีมงาน
2. ให้ความรู้
3. กำหนด KV
4. ฝึกปฏิบัติ...ปฏิบัติ
5. ติดตาม...ทำต่อเนื่อง
6. เผยแพร่
นวัตกรรมที่ได้ คือ
1. สื่อการสอน
2. รูปแบบการสอน
PLC : Professional Learning Community คือ เครื่องมือในการดำรงชีวิตที่ดีของครูในยุคศตววษที่ 21
- ครูต้องเปลี่ยนบทบาทจากครูสอน (teacher) มาเป็น ครูฝึก (Coach) หรือครูผู้อำนวยความสะดวกในการเรียน (Learning Facilitator )
- ห้องเรียนต้องเปลี่ยนจาก ห้องสอน( Class room) มาเป็น ห้องทำงาน (Studio)
PLC เป็นเครื่องมือสำหรับครูให้รวมตัวกันเป็นชุมชน (Community) ทำหน้าที่เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Agent) ในการปฏิรูป การเรียนรู้ เป็นการปฏิรูปที่เกิดจากภายใน คือครูรวมตัวกันดำเนินการ และเสริมแรงกันทั้งภายในและภายนอก
กระบวนการเรียนรู้แบบ PLC (Professional Learning Community) คือ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และจัดการความรู้เพื่อยกระดับ PBLให้ตอบสนองต่อทักษะอนาคต การพบปะแลกเปลี่ยน PBL กันอย่างต่อเนื่องนี้ เรียกว่า professional learning community หรือ PLC ลักษณะเด่น คือ
1. ครูเป็นผู้จัดกระบวนการเรียนรู้
2. ครูและนักเรียนเรียนรู้ไปด้วยกัน
3. ครูและครูเรียนรู้ไปด้วยกัน
PLC คือ
ตัว P คือคำว่า Professional หรือเกี่ยวกับเรื่องงาน เรื่องอาชีพ เรื่องปฏิบัติ นั่นคือเรื่องที่เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ครูหรือเรื่องเด็ก
ตัว L คือคำว่า Learning คือมีการแลกเปลี่ยนแล้วเกิดการเรียนรู้ และ
ตัว C คือคำว่า Community คือมีชุมชนนักปฏิบัติ ร่วมมือพบปะนัดคุย
สรุป PLC คือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องที่เป็นประเด็นปัญหาในกลุ่ม เพื่อนำมาร่วมกันหาแนวทางดำเนินการพัฒนาไปสู่จุดมุ่งหมายที่ต้องการ เช่น ครูกับผู้บริหาร ครูกับครู ครูกับชุมชน หรือครูกับนักเรียน เมื่อแลกเปลี่ยนแล้วจะได้ข้อสรุปออกมาว่ากลุ่มต้องการอะไร เกิดอะไรขึ้น มีผลกระทบกับใคร จะแก้ไขอย่างไร
ผู้บริหารโรงเรียนเทศบาล 4 (เพาะชำ) ได้กำหนดเป้าหมายไว้ 3 ระดับคือ
1. นักเรียน ต้องการให้นักเรียนมีทักษะในศตวรรษที่ 21
2. ครู เน้น Teach Less Learn more
3. มีชุมชนการเรียนรู้ PLC
เป้าหมายที่นักเรียน คือ
1. ชุมชนนักสื่อสาร การสื่อสารและการร่วมมือ
2. ชุมชนคนชอบคิด ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม
3. ชุมชนคนชอบแก้ปัญหา การคิดอย่างมีวิจารณญาณและการแก้ปัญหา
4. ชุมชนคนรุ่นใหม่ใช้เทคโนโลยี และทักษะในศตวรรษที่ 21 การเรียนรู้นวัตกรรมและเทคโนโลยี
กระบวนการที่ใช้ ได้แก่
1. KM
2. LS
3. TLLM
4. จิตตปัญญาศึกษา
วิธีดำเนินการ คือ
1. ร่วมกันวางแผน
2. เหนี่ยวหนุนนโยบาย
3. เปิดใช้ห้องประชุมในการทำงานร่วมกัน
4. โอบอุ้มการเรียนรู้
5. มีการใช้สื่อการสอนที่หลากหลายรูปแบบ
6. ศึกษาหาความรู้หรือข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน
7. มีการให้โอกาสหรือเปิดโอกาสในการนำเสนอ
8. จัดการประกวดและมอบของรางวัล เพื่อเป็นกำลังใจหรือสร้างกำลังใจให้กับครูผู้สอน
ผลที่ได้รับหลังใช้ PLC
1. ได้วางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนร่วมกัน
2. ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้อื่น
3. ได้มีการปรับปรุงแผนการจัดการเรียนรู้ของตนเอง
4. ได้มีการเปิดใจรับรู้พฤติกรรมการสอนของตนเองจากการสังเกตการสอนจากเพื่อน
นางสาวพัชรินทร์ โลหา
คณะครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและหารสอน
27 พ.ย. 2559