แล้วอย่างนี้.....บทสรุปมันอยู่ตรงไหน ?? แม่น้ำสายการศึกษา จะต้องรับ " น้ำพริก" ที่หน่วยงาน การศึกษาตำเอามาละลายอีกกี่ครกต่อกี่ครกกัน เสียดาย พริก กะปิ เกลือ และ " แรง" ท่ี่ตำจริง ๆ

ตลอดอายุราชการที่ผ่านมา สิ่งหนึ่งที่ประจักษ์มาตลอด

คือ................




แต่ละปีการศึกษา...ครูต้องเข้าอบรม ตามโครงการต่าง ๆ

ที่ทั้งหน่วยงานต้นสังกัดจัดขึ้น และหน่วยงานนอกสังกัดจัดเข้ามา

อีกไม่น้อย....ล้วนแล้วแต่โครงการดี ๆ มีประโยชน์ทั้งสิ้น

วัตถุประสงค์ของโครงการก็งามเลิศประเสริฐศรีเป็นผลดี

ต่อนักเรียนทั้งสิ้น...แต่....เมื่อปิดการอบรม ครูหอบเอกสาร

ต่าง ๆ ที่ได้รับจากการอบรมกลับบ้าน....เกือบทุกโครงการ

" เป็นอันยุติ" ไม่ถึงแม้แต่ " ประตูโรงเรียน " แล้วก็เตรียมตัว

เข้าอบรมโครงการใหม่....ต่อไป....

หมดงบประมาณ หมดเวลาสอนไปเท่าไรในแต่ละปี ???

โรงเรียน....ห้องเรียน .... การเรียน....นักเรียน....

ก็ยังเหมือนเดืม และ ดูเหมือน....บางเรื่อง...แย่กว่าเดิมด้วยซ้ำไป




เพราะเหตุใด.....เพราะอะไร....ครูไม่นำความรู้ที่ได้รับ

จากการอบรมแต่ละครั้งไปใช้..กระนั้นหรือ ???? ก็ใช่ !!

กระบวนการบริหารในโรงเรียนมีรอยรั่วมากจน

ไม่สามารถปะติดปะต่อได้กระนั้นหรือ......ก็ใช่ !!

กระบวนการติดตามผลการอบรมจากหน่วยงาน

ที่รับผิดชอบ ไม่มีประสิทธิภาพกระนั้นหรือ....ก็ใช่ !!

โครงการต่าง ๆ งานต่าง ๆ ที่ลงสู่โรงเรียนแต่ละปี

และทุก ๆ ปี มีมากจนทำไม่หวาดไม่ไหว กระนั้นหรือ...ก็ใช่ !!





แล้วอย่างนี้.....บทสรุปมันอยู่ตรงไหน ??

แม่น้ำสายการศึกษา จะต้องรับ " น้ำพริก" ที่หน่วยงาน

การศึกษาตำเอามาละลายอีกกี่ครกต่อกี่ครกกัน

เสียดาย พริก กะปิ เกลือ และ " แรง" ท่ี่ตำจริง ๆ

และ.....สงสารตัวเองด้วย !!