24 พฤศจิกายน 2559
ทีมวิชาการ สมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย [1]
แนวพระราชดำริในด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูดิน ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ล้นเกล้าของชาวไทย ที่สำคัญมี 4 ส่วน คือ (1) แบบจำลองการพัฒนาพื้นที่ที่มีสภาพขาดความสมบูรณ์ ดินปนทราย และปัญหาการชะล้างพังทลาย (2) การแก้ปัญหาดินเปรี้ยว โดยทฤษฎีแกล้งดิน (3) การอนุรักษ์ดินโดยหญ้าแฝก (4) การห่มดิน ฉะนั้น เพื่อความต่อเนื่องในแนวพระราชดำริในเรื่อง “ดิน” จึงนำเสนอต่อในเรื่อง “หญ้าแฝก” [2]
ความเป็นมาการอนุรักษ์ดินด้วยหญ้าแฝก
ก่อนหน้าปี 1991 (พ.ศ.2534) ตามข้อแนะนำของธนาคารโลก (World Bank) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงศึกษารวบรวมเรื่องการใช้ประโยชน์จากหญ้าแฝกมาก่อนแล้ว เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2534 ทรงตรัสว่าหญ้าแฝกเป็นหญ้าของไทยสามารถใช้อนุรักษ์ดินและน้ำได้ดี ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน ในขณะนั้นยังไม่มีใครรู้จักหญ้าแฝก ซึ่งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นพระองค์แรกที่ทำการทดลองเลี้ยงและปลูกหญ้าแฝกเป็นจำนวน 1 ล้านถุงแรกที่ดอยตุง จนกระทั่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงศึกษาเรื่องการใช้หญ้าแฝกในการอนุรักษ์ดินและน้ำตามเอกสารของธนาคารโลก ที่ได้ส่งเสริมเรื่องการใช้หญ้าแฝกเป็นพืชเพื่อการป้องกันการชะล้างหน้าดินซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ ซึ่งได้มีการศึกษา ทดลองใช้อย่างได้ผลดีในประเทศแถบเอเชียหลายประเทศ ดังพระราชดำรัสของพระองค์ท่าน ณ ศาลาเริง วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2546 ว่า
“ให้ใช้หญ้าแฝกในการพัฒนา ปรับปรุงบำรุงดิน ฟื้นฟูดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ และแก้ปัญหาดินเสื่อมโทรมดำเนินการขยายพันธุ์ ทำให้มีกล้าหญ้าแฝกเพียงพอด้วย ที่สำคัญต้องไม่ลืมหน้าที่ของหญ้าแฝก ในการอนุรักษ์ดินและน้ำ และเพื่อการรักษาดิน ให้ทุกหน่วยงานและหน่วยงานราชการที่มีศักยภาพในการขยายพันธุ์ ให้ความร่วมมือกับกรมพัฒนาที่ดิน ในการผลิตกล้าหญ้าแฝก และแจกจ่ายกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการให้เพียงพอ” [3]
เนื่องในมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ 60 ปี ในปีพุทธศักราช 2549 และทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในปีพุทธศักราช 2550 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ได้จัดทำโครงการปลูกหญ้าแฝกเฉลิมพระเกียรติขึ้นระหว่าง ปี 2548-2550[4]
หญ้าแฝกเดิมเป็นวัชพืชพื้นบ้าน
หญ้าแฝกเป็นพืชตระกูลหญ้าเช่นเดียวกับข้าวโพด ข้าวฟ่าง อ้อย และตะไคร้ มักขึ้นเป็นกอหนาแน่นกระจายอยู่ตามธรรมชาติแทบทุกภาคของประเทศ สันนิษฐานว่าถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศอินเดีย มีชื่อเรียกอื่น ได้แก่ ภาคกลางและนครราชสีมาเรียก หญ้าแฝกหอม(แฝกลุ่ม) ภาคอีสานเรียก แกงหอม แขมหอม(แคมหอม) จังหวัดกำแพงเพชร เรียกว่า แฝกกอตะไคร้ แซงหม่อง จังหวัดนครพนม เรียก แฝกส้ม แฝกถำ ภาคเหนือตอนบนเรียก “หญ้าคมบาง” เป็นต้น ลักษณะเป็นพืชล้มลุกอายุหลายปี สูง 1 - 1.6 เมตร มีรากฝอยที่หยั่งลึกในดินได้ถึง 4 เมตร ทั่วโลกมีอยู่ประมาณ 11-12 ชนิด (สายพันธุ์) สำหรับประเทศไทยมีอยู่ 2 ชนิด คือ (1) หญ้าแฝกดอน รากไม่มีกลิ่น, ใบโค้งงอ, สูงประมาณ 100-157 (2) หญ้าแฝกลุ่ม หรือหญ้าแฝกหอม มีรากที่มีกลิ่นหอม, ใบยาวตั้งตรง, สูงประมาณ 150-200 เซนติเมตร [5] หญ้าแฝกมีสรรพคุณเป็นสมุนไพรด้วย [6]
ประโยชน์มหาศาลของหญ้าแฝก
“หญ้าแฝก” พืชมหัศจรรย์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงนำมาเผยแพร่กว่าทศวรรษนั้น เป็นพืชที่ให้คุณประโยชน์อนันต์ในด้านการอนุรักษ์ดินและน้ำอย่างยั่งยืน โดยสามารถนำไปใช้ได้ในแทบทุกสภาพพื้นที่ของประเทศไทย ด้วยเหตุที่หญ้าแฝกไม่ใช่วัชพืช เพราะมีคุณค่าต่อการฟื้นฟูสภาพแวดล้อม โดยเฉพาะการป้องกันการพังทลายของดิน การฟื้นฟูสภาพดิน การสร้างความชุ่มชื้นให้แก่พื้นดิน การอนุรักษ์แหล่งน้ำ ตลอดจนยังสามารถเอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาพื้นที่เกษตรกรรมต่างๆ ได้อย่างหลากหลายอีกด้วย
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสว่า “หญ้าแฝกเป็นพืชที่ระบบรากลึก แผ่กระจายลงไปในดินตรง ๆ เป็นแผงเหมือนกำแพงช่วยกรองตะกอนดินและรักษาหน้าดินได้ดี จึงควรนำมาศึกษาและทดลองปลูกในพื้นที่ของศูนย์ศึกษาการพัฒนา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และพื้นที่อื่น ๆ ที่เหมาะสมอย่างกว้างขวางโดยพิจารณาจากลักษณะของภูมิประเทศ คือ บนพื้นที่ภูเขา ให้ปลูกหญ้าแฝกตามแนวขวางความลาดชันและในร่องน้ำของภูเขา เพื่อป้องกันการพังทลายของหน้าดินและช่วยเก็บความชื้นของดินไว้ด้วย บนพื้นที่ราบให้ปลูกหญ้าแฝกรอบแปลงพืชไร่ให้ปลูกตามร่องสลับกับพืชไร่เพื่อที่รากของหญ้าแฝกจะอุ้มน้ำไว้ ซึ่งจะช่วยให้เกิดความชุ่มชื้นในดิน” [7]
กรมพัฒนาที่ดินได้นำเอาหญ้าแฝกมาป้องกันการชะล้างพังทลายหน้าดินตามลำคลอง อ่างเก็บน้ำ หญ้าแฝกช่วยกรองทำให้น้ำใส เพราะความมหัศจรรย์ของหญ้าแฝกที่มีรากยาวที่สุดในบรรดาพืชตระกูลหญ้าทั้งหมด ดินที่แข็งมากก็ทำให้ร่วนซุยด้วยหญ้าแฝก ภายใน 6-8 เดือน หญ้าแฝกจะหยั่งรากลึกชอนไชให้ดินเกิดรูพรุนทำให้ดินใช้ประโยชน์ได้ และสามารถฟื้นฟูดินที่เสื่อมสภาพให้ใช้ประโยชน์ได้ภายใน 1 – 2 ปี โดยมีเป้าหมายหลักคือ “....ให้ใช้หญ้าแฝกในการพัฒนา ปรับปรุงบำรุงดิน ฟื้นฟูดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ และแก้ปัญหาดินเสื่อมโทรม...”
แนวทางการปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่การเกษตร [8]
(1) การปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่ลาดชัน ควรปลูกหญ้าแฝกเป็นแถวตามแนวระดับขวางความลาดเทในต้นฤดูฝน โดยการทำแนวร่องปลูกตามแนวระดับ ใช้ระยะระหว่างต้น 5 เซนติเมตร สำหรับกล้ารากเปลือยและระยะ 10 เซนติเมตร สำหรับกล้าถุง ระยะห่างแถวตามแนวดิ่งไม่เกิน 2 เมตร หญ้าแฝกจะเจริญเติบโตแตกกอชิดกันภายใน 4-6 เดือน
(2) การปลูกเพื่อควบคุมร่องน้ำและกระจายน้ำ นำกล้าหญ้าแฝกในถุงพลาสติกที่มีการแตกกอและแข็งแรงดีแล้วไปปลูกในร่องน้ำ โดยขุดหลุมปลูกขวางร่องน้ำ เป็นแนวตรง หรือแนวหัวลูกศรชี้ย้อนไปทิศทางน้ำไหลอาจใช้กระสอบทรายหรือก้อนหิน ช่วยทำคันเสริมฐานให้มั่นคงตามแนวปลูกหญ้าแฝก ระยะห่างระหว่างต้น 5 เซนติเมตร สำหรับกล้ารากเปลือย และ 10 เซนติเมตร สำหรับกล้าถุง และระหว่างแนวปลูกหญ้าแฝกไม่เกิน 2 เมตร ตามแนวตั้งหลังจากเกิดคันดินกั้นน้ำควรปลูกหญ้าแฝกต่อจากแนวคันดินกั้นน้ำออกไปทั้งสองข้าง เพื่อเป็นการกระจายน้ำเข้าสู่พื้นที่เพาะปลูก
(3) การปลูกเพื่อรักษาความชุ่มชื้นในสวนผลไม้ ควรปลูกหญ้าแฝกในสวนผลไม้ระยะที่ไม้ผลยังไม่โต หรือปลูกก่อนที่จะลง ไม้ผล โดยปลูกแถวหญ้าแฝกขนานไปกับแถวของไม้ผลที่ระยะกึ่งกลางของแถวไม้ผล หรือปลูกเป็นรูปครึ่งวงกลมให้ห่างจากโคนต้นไม้ผล 2.5 เมตร เพื่อไม้ผลเจริญเติบโตขึ้นมาคลุมพื้นที่ หญ้าแฝกจะตายไปกลายเป็นอินทรียวัตถุในดินต่อไป
(4) การปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่ดอนที่ปลูกพืชไร่ การปลูกหญ้าแฝกตามแนวระดับในพื้นที่ดอนที่ปลูกพืชไร่ โดยการขุดร่องปลูกตามแนวระดับ ระยะห่างระหว่างต้น 5 เซนติเมตร สำหรับกล้ารากเปลือย และ 10 เซนติเมตร สำหรับกล้าถุง ควรใช้ปุ๋ยหมักรองพื้นก่อนปลูกหญ้าแฝก หรือปลูก หญ้าแฝกเป็นแนวระหว่างแถวปลูกพืชไร่ และควรปลูกในสภาพดินที่มีความชุ่มชื้นในช่วงต้นฤดูฝน
(5) การปลูกหญ้าแฝกในพื้นที่ราบหรือพื้นที่ลุ่ม ในสภาพพื้นที่ราบหรือพื้นที่ลุ่มที่มีการปรับสภาพเป็นแปลงยกร่องเพื่อปลูกพืชนั้น สามารถปลูกหญ้าแฝกเป็นแถวรอบขอบเขตพื้นที่ หรือปลูกที่ขอบแปลงยกร่องหญ้าแฝกจะช่วยยึดดินไม่ให้พังทลาย และรักษาความชื้นในดินเอาไว้
(6) การปลูกรอบขอบสระเพื่อกรองตะกอนดิน ควรปลูกตามแนวที่ระดับน้ำสูงสุดท่วมถึง 1 แนว และปลูกเพิ่มขึ้นอีก 1-2 แนวเหนือแนวแรก ซึ่งขึ้นอยู่กับความลึกของขอบสระ ระยะห่างระหว่างต้น 5 เซนติเมตร สำหรับกล้ารากเปลือย และ 10 เซนติเมตร สำหรับกล้าถุง โดยขุดหลุมปลูกต่อเนื่องกันไป ในระยะแรกควรดูแลปลูกซ่อมแซมให้แถวหญ้าแฝกเจริญเติบโตหนาแน่นเมื่อน้ำไหลบ่ามาลงสระตะกอนดินที่ถูกพัดพามากับน้ำ จะติดค้างอยู่กับแถวหญ้าแฝก ส่วนน้ำจะค่อย ๆ ไหลผ่านลงสู่สระและระบบรากของหญ้าแฝกยังช่วยยึดติดดินรอบ ๆ ขอบสระไม่ให้เกิดการ พังทลาย
ณ วันนี้ พสกนิกรปวงชนชาวไทยทุกคนมีอาชีพ มีอยู่มีกิน เพราะมีดินมีน้ำที่เป็นใจ ด้วยพระปรีชาญาณขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชพ่อหลวงของชาวไทยนั่นเอง
[1] Phachern Thammasarangkoon & Ong-art saibutra, Municipality Officer ทีมวิชาการสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย, หนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน ฉบับวันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน 2559 ปีที่ 67 ฉบับที่ 23222 หน้า 10, การเมืองท้องถิ่น : บทความพิเศษ & หนังสือพิมพ์สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์ ปีที่ 64 ฉบับที่ 9 วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน – วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม 2559, หน้า 66
[2] ด้วยพระปรีชาสามารถของในหลวงที่ได้ทรงคิดค้นเรื่อง “หญ้าแฝก” สหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล “ในหลวง” เป็น “นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม” (The Humanitarian Soil Scientist) พระองค์แรกของโลก หลังจากที่องค์กรระดับโลกเห็นพระราชกรณียกิจที่พระองค์ทรงสนับสนุนการบริหารจัดการดินในประเทศไทยจนได้ผลดีเยี่ยม ด้วยการแนะนำหญ้าแฝกมาปลูกเพื่ออนุรักษ์ดินและน้ำ และป้องกันการพังทลายของหน้าดิน แก้ปัญหาการขาดแคลนที่ทำกินสำหรับเกษตรกร การพัฒนาและอนุรักษ์ดิน รวมถึงการที่ทรงริเริ่มให้ก่อตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริขึ้นตามพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องดินและฝึกอบรมราษฎรให้รู้จักการพัฒนาดิน ทั่วโลกเชื่อพระองค์จะทรงเป็นผู้นำในการพัฒนาและอนุรักษ์ดินของไทยและของโลกอย่างยั่งยืน เป็นแบบอย่างที่ดียิ่งสำหรับประเทศอื่นๆ ที่จะนำไปปฏิบัติ ยกย่องนำ “หญ้าแฝก” มาแก้ไขปัญหาดินได้สำเร็จ พร้อมนำแนวพระราชดำริไปสานต่อเพื่อพัฒนาโลกต่อไป
: จาก หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันพุธที่ 18 เมษายน 2555, และฉบับวันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม 2555
[3] หญ้าแฝก, We love Royalty, www.weloveroyalty.com/main/th/project/detail/หญ้าแฝก/7.html
[4] โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการพระราชดำริเกี่ยวกับดิน,
http://www.เรารักพระเจ้าอยู่หัว.com/content/index.php?page=content&type=view&cat=16&id=192
“....ให้ใช้หญ้าแฝกในการพัฒนา ปรับปรุงบำรุงดิน ฟื้นฟูดินให้มีความอุดมสมบูรณ์ และแก้ปัญหาดินเสื่อมโทรม...”
[5] หญ้าแฝก, วิกิพีเดีย, https://th.wikipedia.org/wiki/หญ้าแฝก
& หญ้าแฝก, http://www.qsbg.org/database/botanic_book%20full%20option/search_detail.asp?botanic_id=2357
& หญ้าแฝก : อัศวินพิทักษ์ดินและน้ำ, นิตยสาร Sci Mag ปีที่ 3 ฉบับที่ 12 ประจำเดือนธันวาคม 2549, http://202.129.59.73/nana/know/030559/Vetiveria.pdf
[6] หญ้าแฝก สรรพคุณและประโยชน์ของหญ้าแฝกหอม 20 ข้อ !, MedThai, 1 พฤษภาคม 2557, https://medthai.com/หญ้าแฝก/
[7] “มีหลายคนไม่เชื่อว่าหญ้าธรรมดานี้อย่างเดียว จะช่วยประเทศให้รอดพ้นจากอันตราย อย่างคนบางคนก็บอกว่า หญ้านี่เป็นวัชพืช แต่คนที่ศึกษาออกมายืนยันว่า หญ้าแฝกไม่ใช่วัชพืช แต่เป็นหญ้ามหัศจรรย์ เป็นหญ้าที่ช่วยประเทศชาติ”
(คัดตัดตอนจากพระราชดำริในโอกาสที่องคมนตรีและประธานกรรมการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เข้าเฝ้ากราบบังคมทูลรายงานความก้าวหน้าการดำเนินโครงการ และรับพระราชทานดำริเกี่ยวกับการดำเนินงานโครงการฯ ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2534)
[8] โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการพระราชดำริเกี่ยวกับดิน, อ้างแล้ว