บันทึกที่ 8 แม่ผมยังไม่มา (10 พฤศจิกายน 2559)

ฉันได้รับมอบหมายให้เป็นครูเวรประจำวันพฤหัสบดีในตอนเย็น
โดยระเบียบปฏิบัติแล้วเวรเช้า จะต้องมาโรงเรียนก่อน 07.00 น.
และเวรตอนเย็นจะต้องอยู่โรงเรียนถึงเวลา 17.00 น.

การได้เป็นครูเวรในการฝึกสอนภาคเรียนแรกนั้น
ก็ได้เป็นเวรวันพฤหัสบดีเหมือนกันแต่ได้ปฏิบัติหน้าที่ทั้งวัน
คือ ในตอนเช้า ตอนกลางวัน และตอนเย็น
และที่โรงเรียนนี้จะเป็นเวรตอนเช้า หรือ ตอนเย็นเท่านั้น

บรรยากาศของโรงเรียนหลังเลิกเรียน
เป็นอะไรที่แตกต่างมาก เพียงเวลาไม่กี่นาทีหลังจากเลิกเรียน
นักเรียนกลับบ้านโดยกลับกับผู้ปกครองส่วนหนึ่ง
อีกส่วนหนึ่งกลับโดยรถเดือน(รถรับส่งนักเรียน)
โรงเรียนที่มีเสียงพูดคุย เสียงหัวเราะ เสียงวิ่งไล่กัน
ตอนหลังเลิกเรียนแล้วกลายเป็นความเงียบเข้ามาแทนที่
เหลือเพียงเด็กบางส่วนที่รอผู้ปกครองภายในโรงเรียนเท่านั้น

ในตอนที่ฉันเป็นเด็ก ตอนนั้นอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
ก่อนเลิกเรียนได้เรียนวิชา สูกเสือ เนตรนารี สงสัยร่างกายจะเพลีย
จึงเกิดความง่วง ฉันนั่งหลับบนโต๊ะเรียน และสะดุ้งตื่นมาอีกที
ท้องฟ้ามืดแล้ว บรรยากาศห้องเงียบสงัด
ไม่มีใครนอกจากฉันที่อยู่ในห้องคนเดียว
ฉันตกใจและกลัวมากจึงรีบวิ่งออกมาจากห้อง
และวิ่งกลับบ้านอย่างรวดเร็ว เป็นเหตุการณ์ที่ฝังใจมาถึงวันนี้
ฉันไม่กล้าอยู่ห้องเรียนคนเดียวเลย หลังจากเกิดเหตุการณ์วันนั้น
เวลาหลังเลิกเรียนฉันจะกลับบ้านทันที
แต่ตอนนี้ได้รับหน้าที่เป็นครูเวรวันพฤหัสบดี
ทั้งในภาคเรียนที่ 1 และ ในภาคเรียนที่ 2
ถึงเปลี่ยนโรงเรียนฝึกสอนแล้วก็ตามยังได้อยู่เวรวันพฤหัสบดีอยู่
ช่างน่าเปลี่ยวใจเสียจริง เหมือนกำลังท้าทายกับความกลัวของตัวเองอยู่เลย

ฉันอยู่เวรหน้าประตูโรงเรียนหลังเลิกเรียน
เพื่อพานักเรียนข้ามถนนที่แสนจะวุ่นวาย
รถที่ผ่านทางถนนเส้นนี้ไม่มีการชลอใด ๆ เลย
รถวิ่งเร็วมาก ต้องรอให้รถว่าง หรือ ต้องรอให้รถติดก่อน
เราถึงจะสามารถข้ามถนนไปได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล
เมื่อนักเรียนที่จะต้องข้ามถนนหมด การอยู่โรงเรียนเฉย ๆ
ก็เป็นที่เปลี่ยวใจมิใช่น้อย เห็นเด็กนักเรียนที่ไหนก็จะรีบวิ่งไปอยู่ด้วย
เมื่อนักเรียนที่ผู้ปกครองมารับหายไปทีละคน สองคน
สุดท้ายก็เหลือนักเรียนคนสุดท้ายของโรงเรียน

"ครูครับ แม่ผมบอกว่าจะมาห้าโมงเย็น
แม่ผมยังไม่มาเลยครับครู อย่าพึ่งไปไหนได้ไหมครับ"

น้ำเสียงและแววตาที่บ่งบอกถึงความเศร้า ความอ้างว้าง และความขอร้อง
ถ้าตอนที่ฉันยังเด็กมีครูเวรอยู่ด้วยในวันนั้น เหตุการณ์ฝังใจก็คงไม่เกิด
ยังไงก็ตาม พ้นเวลาปฏิบัติหน้าที่ของครูเวรมานานแล้วก็ช่าง
ฉันจะอยู่รอจนแม่เด็กมาแน่นอน
จะไม่ยอมให้เขาอ้างว้างและเป็นเหมือนฉันตอนนั้นอย่างแน่นอน

กำลังใจเดียวที่ฉันมีในตอนนี้ มีเพียงธงชาติที่ลดลงมาครึ่งเสา
คอยโบกสะบัดเป็นเพื่อนเท่านั้น ในการทำความดีของฉันต่อจากนี้
เพียงอยากให้ "คนบนฟ้า" มองลงมาแล้วยิ้ม ... แค่นั้น


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บันทึกการฝึกสอนของ อังค์วรา กันธะวงศ์ (ภาคเรียนที่ ๒/๒๕๕๙)



ความเห็น (0)