R2R Education'59 ; Oral Presentation อย่างสร้างสรรค์และสะท้อนคิด
ภาคบ่ายเป็นการนำเสนอผลงาน
...
ซึ่งถ้าดูจากหัวข้อและมีอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่านน่าจะเป็นเรื่องที่เครียด
กดดัน และสงครามเล็กๆ
เกิดขึ้นระหว่างผู้นำเสนอกับอาจารย์ผู้ทรงฯ
แต่ในเวทีครั้งนี้กลับไม่ใช่ตามประสบการณ์เดิมที่ผู้คนส่วนใหญ่เคยผ่าน
... “สงครามในโลกใบเล็กจึงไม่เกิดขึ้น"
ความเป็นครูและเปี่ยมด้วยเมตตาแห่งความเป็นกัลยาณมิตรทำให้บรรยากาศการเรียนรู้เต็มไปด้วยความสดชื่นเบิกบาน แม้ว่าจะเป็นช่วงบ่ายที่ทุกคนต่างทานข้าวมาอย่างอิ่มหนำสำราญ...อาจารย์แต่ละท่านถูกมอบหมายให้ทำหน้าที่ Reflection ผลงานกันอย่างทั่วถึง
ผู้นำเสนอ...เสนอผลงานคนละ 15 นาที จากนั้นอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิช่วยสะท้อนผลงานเพื่อกระตุ้นให้ทั้งนักวิจัยและผู้ฟังได้เกิดการสะท้อนคิดและต่อยอดทางความคิด ทางปัญญา มิติใหม่แห่งการเรียนรู้ ทำให้บรรยากาศของ session นี้ไม่น่าเบื่อหน่าย ... และตื่นรู้ที่จะเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน
ท่าทีท่านั่งและการตอบสนองของผู้ฟังกว่าร้อยคน ไม่ได้ฉายถึงความเบื่อหน่ายหรือหลบหนี คล้ายการนำเสนอผลงานทั่วไป แต่ต่างเฝ้ารอว่า ... ในแต่ละเรื่องจะจบลงอย่างไรพร้อมเกิดแรงบันดาลใจ ...
- เรื่องแรก ...เป็นงานของพี่พร ที่นำแนวคิดในเรื่องของ LEAN มาใช้ในการพัฒนางานของหน่วยจ่ายกลาง การนำเสนอเชื่อมให้เห็นถึงการใช้กรอบของ LEAN ย้อนกลับมามองงานที่ตนเองทำในปัจจุบัน และใช้ R2R มาเป็นเครื่องมือในการพัฒนางาน
- เรื่องที่สอง...เป็นการนำละครมาใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอนของนักศึกษาเภสัช ซึ่งเป็นการบูรณาการเรียนในหลายๆ วิชาร่วมกัน เพื่อมีเป้าหมายให้นักศึกษาเกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในผู้ป่วย ครอบครัว และชุมชน
- เรื่องที่สาม ...เป็นการนำเครื่องมือ R2R มาทำร่วมกันระหว่างนักศึกษาเภสัชและพี่เภสัช เพื่อให้การฝึกงานของนักศึกษาเป็นเรื่องของความตื่นรู้และเรียนรู้อย่างแท้จริง
- เรื่องที่สี่ ... เป็นการนำแนวคิดในเรื่อง Transformative Learning มาจัดกระบวนการเรียนการสอนของนักศึกษาพยาบาล
เรื่องที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ Reflection คือ เรื่องที่สาม ซึ่งเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจและผลงานครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากการศึกษาครั้งก่อนของ ผศ.ดร.ภญ.นันทวรรณ จากคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาเชียงใหม่ ...
งานนี้ ... ผู้วิจัยเสนอให้เห็นถึงการเรียนรู้ที่เปิดกว้าง แทนที่นักศึกษาฝึกงานจะขีดวงจำกัดเพียงแค่ในห้องยา แต่เปิดกว้างให้ก้าวไปสู่การสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมรอบด้าน ไม่ว่าจะหอผู้ป่วย หน่วยงานต่างๆ หน่วยสนับสนุน IT หรือวิชาชีพอื่นในโรงพยาบาล ทำให้นึกถึงการศึกษาของประเทศฟินแลนด์ที่กระตุ้นให้ผู้เรียนก้าวเข้าไปสู่การเรียนรู้อย่างแท้จริงผ่านสถานการณ์จริง
การศึกษาเช่นนี้ทำให้ไม่เกิดการแยกส่วนระหว่างการเรียนภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ...ซึ่งที่ผ่านมาการศึกษาในไทยเราส่วนใหญ่เป็นการศึกษาที่เป็นไปตามลำดับขึ้น จบทฤษฎีแล้วค่อยสู่การปฏิบัติ หรือบางครั้งก็เป็นการเรียนภาคทฤษฎีอย่างสุดโต่ง...เมื่อไปสู่ชีวิตจริงก็ไม่สามารถนำความรู้ที่ได้เรียนมามาใช้ได้จริง
การนำเครื่องมือ R2R มาใช้บ่มเพาะตั้งแต่เป็นนักศึกษาทำให้ผู้เรียนเกิดความกระตือรือร้นและเรียนรู้การแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ และมองปัญหาเป็นโอกาสของเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ ทำให้ปิ๊งแว้ปต่อยอดต่อไปว่า ... โดยส่วนใหญ๋โรงพยาบาลมักจะเป็นแหล่งฝึกงานของนักศึกษาในสาขาต่างๆ ถ้าได้มีการนำ R2R มาใช้เป็นเครื่องมือในเรียนรู้การฝึกงานภาคปฏิบัติ น่าจะทำให้นักศึกษามีพลังชีวิตในการเรียนรู้มากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นกระบวนการ R2R ที่นำมาใช้จะต้องไม่ใช่การสอนวิจัยหากแต่เป็นการกระตุ้นที่นำไปสู่การสร้างความรู้ของบุคคล
...
16 พฤศจิกายน พ.ศ.2559



