นิตยสาร The Economist ฉบับวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๙ ลงบทความรับเชิญเขียนโดยประธานาธิบดี บารัค โอบามา เรื่อง The way ahead. America’s president writes for us about four crucial areas of unfinished business in economic policy that his successor will have to tackle. อ่านแล้วซาบซึ้งในความลุ่มลึกของท่านประธานาธิบดี


ในสภาพของโลกและสังคมที่ซับซ้อนเช่นในปัจจุบัน เราอาจมองเห็นด้านสดใสก็ได้ หรือจะมองเน้นที่ด้านลบก็ได้ แต่ที่แน่นอนและชัดเจนคือโลกมีความรุ่งเรืองยิ่งกว่ายุคใดๆ แต่ก็เป็นยุคที่มีความไม่แน่นอน และคนไม่สบายใจยิ่งกว่ายุคใดๆ


สี่ประเด็นหลักนั้นคือ


  • A force for goodท่านมองว่าแรงกระตุ้นเพื่อกำไร สามารถใช้เป็นพลังความดีได้ คือเป็นการทำธุรกิจเพื่อการอยู่ดีกินดูของผู้คน และทำธุรกิจอย่างซื่อสัตย์รับผิดชอบ
  • Restoring economic dynamism ท่านเสนอเรื่องใหญ่ ๓ ประการ ในการฟื้นฟูพลวัตทางเศรษฐกิจ
  • Building a sturdier foundation สังคมที่มีรากฐานมั่นคง คือสังคมที่ไม่เอาอนาคตมารับใช้ปัจจุบัน ท่านเอ่ยถึงภาวะวิกฤตทางการเงินในปี 2008 – 2009 ที่ช่วยทำให้มีการ วางรากฐานระบบการเงินที่ไม่มีสถาบันการเงินใดที่จะกล้าคิดว่า สถาบันของตนใหญ่เกินที่จะล้มได้ ระบบการจัดการความเสี่ยงทางการเงิน วินัยทางการเงินของรัฐบาล และการเอาใจใส่การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศเป็นปัจจัยรากฐานที่มั่นคง
  • A hope for the futureแม้ว่าระบบการเมืองมีความยุ่งยากเป็นธรรมชาติของมัน แต่ระบบการเมืองแบบนี้ได้สร้างความมั่งคั่งรุ่งเรืองให้แก่สหรัฐอเมริกามากว่าสองร้อยปี และผลงานในช่วง ๘ ปีของท่าน ก็เป็นประจักษ์พยานว่าการเมืองที่ดี มีความสามารถ ช่วยสร้างสังคมและเศรษฐกิจที่ดีขึ้นได้ เพียงแต่ว่าภารกิจนี้ไม่มีวันจบ ต้องมีการดำเนินการต่อเนื่อง จากประธานาธิบดีคนหนึ่ง ไปสู่อีกคนหนึ่งอ่านสองย่อหน้าสุดท้ายในบทความ จะเห็นว่าท่านสรุปผลงานของรัฐบาลท่านในช่วง ๘ ปี ลงใน ๑๗ บรรทัดอย่างไร

ท่านบอกว่า โลกที่คนร้อยละ ๑ ครอบครองความมั่งคั่งร้อยละ ๙๙ ของโลก จะไม่มีวันเป็นโลกที่มั่นคง มันจะสร้างความอ่อนแอให้แก่ระบบทุนนิยม


ท่านเสนอกลไก ๔ ประการ ในการฟื้นความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจอเมริกัน

  • กระตุ้นการเพิ่มผลิตภาพ (productivity growth)
  • หาทางลดความเหลื่อมล้ำ
  • ประกันการมีงานทำ
  • สร้างระบบเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่น นำไปสู่การเติบโตในอนาคต
  • หาทางทำให้ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ทำให้ชีวิตสะดวกสบาย นำไปสู่การเพิ่มผลิตภาพทางเศรษฐกิจ ข้อมูลบอกว่า ในกลุ่มประเทศ G-7 สหรัฐอเมริกามี labor productivity สูงสุดในปี 1995-2005 และปี 2005-2015 สาเหตุที่การเติบโตทางเศรษฐกิจชลอตัวก็เพราะการลงทุน (ทั้งภาครัฐ และภาคธุรกิจ) ลดลง อันเป็นผลจากวิกฤติการเงิน และจากระบบการเมือง ที่แบ่งฝักฝ่ายมากเกินไป ทำให้โครงการที่เห็นพ้องกันทั้งสองพรรค เช่นการสร้างสะพาน การปรับปรุงสนามบิน ทำไม่ได้
  • ลดช่องว่างทางสังคม เมื่อผลิตภาพชลอตัว ความเหลื่อมล้ำก็เพิ่มขึ้นในทุกสังคม แต่รุนแรงที่สุดในสหรัฐอเมริกา ท่านมีตัวเลขเพียบ แต่ผมจะไม่นำมาลง ท่านที่สนใจอ่านต้นฉบับเองนะครับ ท่านอ้างนักเศรษฐศาสตร์ที่อธิบายสาเหตุ ของความเลื่อมล้ำว่ามาจาก เทคโนโลยี, การศึกษา, โลกาภิวัตน์, ความอ่อนแอของ สหภาพแรงงาน, และการที่ระดับแรงงานขั้นต่ำลดลง แต่ท่านเองเสนอว่าการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมและค่านิยมมีส่วนสำคัญ โดยที่ปฏิสัมพันธ์ทางสังคมของคนต่างชนชั้นลดลง ทำให้ความเห็นอกเห็นใจเข้าใจกันลดลง มีผลให้ความแตกต่างระหว่างรายได้ของซีอีโอ กับพนักงาน ที่เคยต่างกัน ๒๐ - ๓๐ เท่า เพิ่มเป็น ๒๕๐ เท่า ในปัจจุบัน ผมประทับใจข้อสังเกตของท่านมาก
  • ดูแลการมีงานทำของพลเมืองทุกคน เรื่องสำคัญคือการช่วยให้คนตกงานพัฒนาทักษะใหม่ที่เป็นที่ต้องการ เขาเน้นบทบาทการฝึกทักษะโดยวิทยาลัยชุมชน

การลงทุนที่ดีที่สุดคือการลงทุนด้านการศึกษา ซึ่งครอบคลุมเด็กก่อนวัยเรียน การยกระดับคุณภาพการศึกษาชั้นมัธยม และการฝึกอบรมทักษะการทำงาน


ท่านอ้างผลงานวิจัย ที่ชี้ว่าการพัฒนาเศรษฐกิจทำได้ดีกว่าในประเทศที่ความเหลื่อมล้ำน้อยและการเติบโตกระจายกว้าง โดยที่ปัญหาเศรษฐกิจเกิดบ่อยกว่าในประเทศที่ความเหลื่อมล้ำสูง


ท่านบอกว่าการลดช่องว่างทางสังคมเป็นสิ่งที่บริหารให้สำเร็จได้ โดยยกตัวเลขผลงานของรัฐบาลของท่านเอง ที่ในปี 2015 กลุ่มคนจนมีอัตราเพิ่มของรายได้สูงกว่ากลุ่มคนรวย ต้องดูกราฟประกอบในบทความนะครับ


ทางนิตยสารได้เขียนบทความ America;s economy : A thoughtful to-do list แนะนำบทความของ ปธน. โอบามา และวิจารณ์ว่า ท่านไม่ได้แตะเรื่องกฎระเบียบที่ตึงเกินไป ไม่ดึงดูดการลงทุน, เป็นอุปสรรคต่อการเพิ่มผลิตภาพ, และไม่ส่งเสริมนวัตกรรม ไม่ได้แตะประเด็นพื้นฐานต่ออนาคตระยะยาวด้านงบประมาณ โดยการปฏิรูประบบบำนาญภาครัฐ และไม่ได้แตะระบบสวัสดิการสังคมที่กลายเป็นอุปสรรคปิดกั้นไม่ให้คนจนได้งานที่ดีกว่า



วิจารณ์ พานิช

๑๖ ต.ค. ๕๙

บนเครื่องบิน ANA จากวอชิงตัน ดีซี ไปโตเกียว