ลาออกเถิดครับ คุณสมคิดถ้าปัญญาของท่านมีแค่การขายประเทศเพื่อสร้างภาพว่าเศรษฐกิจของประเทศดี

อ่านบทความด้านล่างนี้แล้วจึงทราบว่าข้อมูลที่ปวิช เพชรอริยะ นำมาเผยแพร่เรื่องสมคิดจะจ้างเวิลด์แบงก์เป็นที่ปรึกษาแก้จุดอ่อนการทำธุรกิจ ทำให้เกิดการตีความคาดเคลื่อน จริงๆมันคนละประเด็นกัน ปวิช ชี้ประเด็นว่าสมคิดไม่มีความสามารถในการแก้ปัญหาจุดอ่อนในการทำธุรกิจจนต้องจ้างต่างชาติมาเป็นที่ปรึกษา แต่ในบทความที่เขียนนี้หมายถึงสมคิดจะจ้างเวิลด์แบ็งค์มาเป็นที่ปรึกษาเพื่อช่วยให้ไทยติดอันดับเป็นประเทศที่น่าลงทุน กับต่างชาติ พูดง่ายๆก็เหมือนกับจะติดสินบนให้เวอร์แบงก์จัดอัดดับว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ง่ายต่อการลงทุนเพื่อชักชวนให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทยให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นประเด็นไหน ผมก็ว่าเป็นความคิดที่ไม่เอาไหน ขายประเทศชาติทั้งสองประเด็น นโยบายสนับสนุนให้ต่างชาติมาลงทุนให้มากๆก็คือนโยบายลดแลกแจกแถม ให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนเพื่อนำเงินเข้าประเทศให้เกิดการลงทุนจากต่างชาติมากๆ ก็เหมือนกับกำลังขายประเทศให้นักลงทุนต่างชาติเป็นเจ้าของประเทศไทยตักตวงทรัพยกรของประเทศนั่นเอง ลาออกเถิดครับ คุณสมคิดถ้าปัญญาของท่านมีแค่การขายประเทศเพื่อสร้างภาพว่าเศรษฐกิจของประเทศดี

ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท13 พ.ย.2559

“สมคิด” ตั้งธงดันไทยติด 1 ใน 30 การจัดอันดันความยากง่ายในการทำธุรกิจ เล็งจ้างเวิลด์แบงก์มานั่งที่ปรึกษาแก้เกมเดินถึงฝัน ขันนอตทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งทำงานเชิงรุก ชี้หากทางสะดวก ต่างชาติพร้อมหอบเงินเข้ามาลงทุนจำนวนมาก นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมการจัดอันดับความยากง่ายการทำธุรกิจของไทย (Doing Business) ว่า การจัดอันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจล่าสุดที่ธนาคารโลกจัดอันดับของไทยปีนี้ดีขึ้นจากอันดับ 49 มาอยู่ที่ 46 แต่รัฐบาลยังต้องเดินหน้าดำเนินการปรับปรุงและแก้ไขอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้อันดับของไทยดีขึ้น โดยในปีหน้าตั้งเป้าหมายว่าจะต้องอยู่อันดับต่ำกว่า 30 เป็นอย่างน้อย “การดำเนินการให้ถึงเป้าหมายไม่ได้ยาก เพราะรู้ว่าจะต้องทำอะไรบ้าง ที่ผ่านมาก็ทราบว่าจุดแข็งและจุดอ่อนอยู่ตรงไหน มีเวลาดำเนินการแก้ไขจนถึงเดือน พ.ค.2560 ที่จะเป็นการสำรวจรอบใหม่ โดยได้สั่งการให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้ไปดูประเทศที่ได้รับการจัดอันดับที่ 1 ว่าต้องอำนวยความสะดวกอย่างไร ก็ให้ไทยทำในลักษณะดังกล่าวให้ได้” นายสมคิดกล่าว นอกจากนี้ จะมีการว่าจ้างธนาคารโลกมาเป็นที่ปรึกษาในการแก้ไขปัญหาการจัดอันดับความยากง่ายการทำธุรกิจ โดยจะให้ธนาคารโลกระบุลงในรายละเอียดเลยว่ามีประเด็นไหนบ้างที่ไทยต้องแก้ไข จะได้ดำเนินการแก้ไขให้ตรงจุด ขณะเดียวกัน หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจะต้องทำการประชาสัมพันธ์สื่อสารไปยังภาคเอกชน และต้องชี้แจงธนาคารโลกที่เป็นผู้จัดอันดับว่าประเทศไทยได้มีการพัฒนาและดำเนินการอย่างไรบ้าง เพราะที่ผ่านมามีหลายเรื่องที่ไทยได้ดำเนินการ แต่ธนาคารโลกกลับไม่ได้นำไปพิจารณา นายสมคิดกล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำงานในเชิงรุก เหมือนกับกรมบังคับคดี ซึ่งได้มีการดำเนินงานปรับปรุงแก้ไขและพัฒนา จนเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การจัดอันดับในปีนี้ของไทยดีขึ้นมาก เพราะนอกจากจะแก้ไขกฎหมายและระเบียบทำให้การบังคับคดีให้มีความรวดเร็วขึ้นแล้ว ยังมีการเดินทางไปต่างประเทศชี้แจงให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดอันดับได้รับรู้ในสิ่งที่ไทยได้ปรับปรุงให้ดีขึ้น ทั้งนี้ คณะกรรมการที่ขับเคลื่อนชุดนี้จะมีการรายงานแผนทำให้การจัดอันดับดีขึ้นให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รับทราบถึงจุดอ่อนที่จะต้องเร่งแก้ไข โดยจะมีการกำหนดหน่วยงานที่รับผิดชอบชัดเจน และจะมีการติดตามผลอย่างใกล้ชิด โดยในเดือน ม.ค.2560 จะเริ่มประชุมติดตามความคืบหน้าเป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตาม จากการเดินทางไปต่างประเทศ มั่นใจว่านักลงทุนจะขนเงินจำนวนมากมาลงทุนในภูมิภาคเอเชียและอาเซียน ซึ่งหากไทยมีความสะดวกในการทำธุรกิจ ได้รับการจัดอันดับที่ดีขึ้นต่อเนื่อง ประเทศไทยจะเป็นเป้าหมายการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติจำนวนมาก.

หมายเหตุ : ภาพประกอบบทความ บางภาพไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเนื้อหาแต่อย่างใด ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : ไทยโพสต์ จากหัวข้อข่าว ปั้นไทยประเทศ ลงทุน ง่าย สมคิด ขอติดอันดับ1ใน30 จ้างเวิลด์แบงก์เป็นกุนซือ

คัดลอกจาก : TerraBKK.com - http://terrabkk.com/?p=156205

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน บทความของ ม.ล.ชาญโชติ ชมพูนุท



ความเห็น (0)