9 แนวคิดในการจัดการชุมชนของอาจารย์แผ่นดิน คือรู้ตัวตน และชุมชนมีเรื่องเล่า เราไม่ใช่นักเสกสร้าง ทุกเส้นทางมีปัญหา คลังปัญญาชุมชน เราคือคนต้นแบบอย่าแยกรับการเรียนรู้ หันกลับไปดูบ้านเกิด ก่อเกิดความรู้ใหม่

<p “=””>


แดดร่มลมตกค่ำลงนั่งมองเกาะแก่ง แหล่งท่องเที่ยวสันหลังมังกรทอดตัวยาวมองเห็นลิบ ที่เป็นจุดขายการท่องเที่ยว
ชุมชนของบ้านบากันเคย ยามเมื่อน้ำคืน 3 ค่ำ ที่น้ำลงเต็มที่ ทำให้อยากไปสัมผัสให้ถึงที่ แต่พันธกิจมากมายที่ต้องทำ
จึงได้เพียงอยู่ห่างๆ ทานอาหารเย็นซึ่งเป็นผลิตผลจากทเลหน้าบ้านของชาว บากัน ที่สดๆจากทะเล รสชาดดีเลิศ แล้ว
ชาวบ้านก็แวะมาสนทนาปราศรัย ด้วยน้ำใจที่ผูกมิตร
ท่านนายก อบต ตันหยงโปคุณ กิตติ หมัดตาหนี แวะมาให้ข้อมูล เล่าให้ฟังถึงภูมิบ้านนามเมือง “บากันเคย หรือ บากัน



บือลาจัน เดิมทีเป็นสถานที่พักชั่วคราวของคนเลสำหรับตากกุ้งเคยที่ใช้ทำกะปิ หรือในอีกความหมายคือเป็นแหลงที่
อุดมสมบูรณ์ไปด้วยกุ้งเคย ชาวบ้านจึงมากับสัตว์น้ำ แล้ว ยกเพิงพักชั่วคราวขึ้น ซึ่งมีผู้คนจาก 3 ตระกูลมาพักอาศัย มี
กลุ่มของโต๊ะสมาน จาเกาะ จากไทรบุรี ซึ่งเป็นต้นตระกูล มะสมัน
กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มของโต๊ะอาเจะ อพยพมาจากรัฐ อาเจะ ต้นตระกูล ยุเหล
กลุ่มที่ 3 กลุ่มของโต๊ะยาปาก ย้ายมาจาก เกาะลิบงจังหวัดตรัง ต้นตระกูล อุเส็น
ทั้งสามกลุ่ม สมัครสมานสามัคคีร่วมกัน เอื้อเฟื้อกัน กินน้ำบ่อเดียวกัน คือบ่อน้ำ โต๊ะอาซัน ซึ่งปัจจุบันยังมีร่องรอยของบ่อน้ำแต่เลิกใช้ไปแล้ว ด้วยทาง อบต มีน้ำปะปาไว้บริการ ชุมชน บากันเคย นับถือศาสนาอิสลาม 100 % และมีอาชีพทำประมง 100%


<p “=”“>ผู้สูงวัยหัวใจเกินร้อย ถกแถลง กันเรื่องการสร้างศาลหลักเมือง สตูล ก่อนมาถกแถลงการท่องเที่ยวชุมชนต่อ
</p>

ท่านนายก กิตติ หมัดตานี ได้เล่าต่อถึงตำนานการต่อสู้ของสัตว์ 2 ชนิด คือพญาอินทรีย์ กับพญานาคราช ของ
สองประเทศ คือพญาอินทรีย์ ประเทศมาเลเซีย มีชื่อบ้านนามเมืองเกียวกับอินทรย์อยู่ในประเทศมาเลเซีย และพญานาค
หรืพญางู ที่มีชื่อบ้านนามเมืองปรากฎอยู่ในฝั่งไทย คือบ้านปากงู ที่อำเภอละงู จังหวัดสูล ในการต่อสู้กันในครั้งนั้นปราก
>ฎว่าพญางู เพี่ยงพล้ำพ่ายแพ้ ก่อนสิ้นใจได้อธิษฐานเอาไว้ว่า จะขอปกป้องดินแดนแห่งนี้ตลอดกาล คนธรรพ์ผ่านมา
เห็นพญางูลอยกลางทะเลก็ทักทายจนเกิดเป็นสันทรายทอดตัวยาวคดเคี้ยวไปจนถึงเกาะหัวมัน คือส่วนหัวที่โผล่มาให้
เห็น ส่วนลำตัวทอดตัวยาวเป็นสันทราย จะเห็นได้เมื่อยามน้ำลดหรือน้ำลงเกิดเป็นทะเลแหวก นักท่องเที่ยวจึงขนานนาม
สันทรายนี้ว่า “สันหลังมังกร”ดังที่เห็นในปัจจุบัน และที่มาของชื่อตันหยงโป เกิดเมื่อทหารญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกเพื่อยกทัพ
ไปไทรบุรี ปรากฎว่าเรือแตก จึงนำทรัพย์มาฝังไว้ที่ชายหาด แล้วปลูกมะม่วงเป็ที่สังกัดหมาย จึงได้ชื่อว่า ตันหยงโป
>ตันหยงคือแหลม โปคือมะม่วงมัน ตันหยงโปคือแหลมมะม่วงมันในปัจจุบัน


นายก กิตติ หมัดตาหนี เล่าประวัติชุมชน บากันเคย ตันหยงโป สะโตย สูล หรือเมืองสะท้อน(กระท้อน)

ผู้เขียนเก็บประเด็นเรื่องเล่าโดยการใช้เครื่องมือ 9 แนวคิดในการจัดการชุมชนของอาจารย์แผ่นดิน
คือรู้ตัวตน
และชุมชนมีเรื่องเล่า
เราไม่ใช่นักเสกสร้าง
ทุกเส้นทางมีปัญหา
คลังปัญญาชุมชน
เราคือคนต้นแบบ
อย่าแยกรับการเรียนรู้
หันกลับไปดูบ้านเกิด
ก่อเกิดความรู้ใหม่
ยังเครื่องมืออีก 7 ที่ต้องเก็บประเด็นให้เห็นถึงความเข้มแข็งชุมชน ต้องขอบคุณอาจารย์แผ่นดิน ที่ทำให้มีเครื่องมือ
วิเคราห์ ความเข้มแข็งชุมชน แลขอบคุณ นายก กิตติ หมัดตานี นายก อบต ตันหยงโป ที่ได้มีโอกาสมาศึกษาการท่องเที่ยวชุมชน

</p> </p> </p>