ข้อสังเกตประการหนึ่งของงาน Best Practice Forum ครั้งที่ 1 ของกลุ่มบริษัท outsource บัตรกรุงไทย คือ "ความคมชัด" ของเป้าหมายรายทาง หรือที่ สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม (สคส.) เราเรียกว่า "หัวปลาเล็ก" อาจเป็นเพราะว่าลักษณะเฉพาะทางธุรกิจที่มีเป้าหมายชัดกว่าภาคอื่นๆ อย่างเช่น ภาคราชการ ภาคชุมชน เป็นต้น ทำให้การกำหนดเป้าหมายจึงดูใสแน่ว!
เก็บตัวอย่างมาให้ดูนะครับ ทั้งหมดเขากำหนดในรูปแบบโครงการเล็กๆ ภายใต้ระยะเวลาสั้นๆ ประมาณ 3 เดือน
เป้าหมาย (แต่ละโครงการ)
-
เพิ่มยอดใบสมัครบัตรเครดิต เป็น 50 % ของยอดเดิมก่อนเริ่มโครงการ ในระยะเวลา 3 เดือน
-
ลดข้อผิดพลาดของการตรวจเอกสารเบื้องต้นให้เหลือเพียง 1% ในระยะเวลา 3 เดือน
-
ลดความผิดพลาดฐานข้อมูลตัวแทนขายโดยได้มาตรฐานความถูกต้อง 95% ในระยะเวลา 3 เดือน
-
ลดใบสมัครบัตรที่ติดต่อลูกค้าไม่ได้ ให้เหลือน้อยกว่า 25% ในระยะเวลา 3 เดือน
-
เพิ่มยอดการติดตามหนี้เกินกำหนดชำระจ่าย (30-89 วัน) ให้ได้มากกว่า 26.5 ล้านบาทต่อเดือน ในระยะเวลา 3 เดือน
ที่มาของการกำหนดเป้าหมายเหล่านี้ ไม่ได้เกิดขึ้นมาลอยๆ แต่ผ่านขั้นตอนของกระบวนการที่เขาเรียกว่า Business Performance Improvement (BPI) ซึ่งผมเองก็ยังไม่ทราบในรายละเอียดเช่นกัน แต่ประมาณว่ามีขั้นตอนหนึ่ง ที่เขาพิจารณา critical problems ของธุรกิจโดยใช้ข้อมูลที่เกิดขึ้นจริงว่าเขากำลังประสบปัญหาอะไรบ้าง จากนั้นก็จะได้กลุ่มของประเด็นปัญหา แล้วนำมาจัดลำดับความสำคัญของปัญหา โดยให้คะแนนตามประเด็นความรุนแรง ความถี่ และโอกาสที่จะเกิดปัญหาของแต่ละตัว จากนั้น เลือกปัญหาใด ปัญหาหนึ่งมาสู่ขั้นตอนการกำหนดยุทธวิธีแก้ไขปัญหา กิจกรรมในโครงการต่างๆ จึงค่อนข้างออกมาในรูปแบบที่มี creation ของทีมงานสูงมาก มีกระบวนการ sharing ในรูปแบบที่แตกต่างกัน เช่น Morning Brief, การประชุมทีมงาน, coaching ฯลฯ ซึ่งวิธีการก็จะหลากหลายขึ้นอยู่กับแต่ละทีมเป็นคนกำหนดขึ้นมา
เป็นปลื้มแทนบัตรกรุงไทย ก็คือ ทุกทีมทะลุเป้าตามที่กำหนดไว้ ที่สำคัญ ได้เพื่อนมากขึ้น มีความสัมพันธ์ระหว่างบริษัท outsource มากขึ้น ทุกคนพอใจกับความพยายามที่ต่างทุ่มเท มันเป็นคุณค่าของบริษัทที่ยากต่อการประเมิน คุณค่าเฉกเช่นนี้ เป็นสิ่งที่บริษัทธุรกิจเอกชนแทบทั้งสิ้นดิ้นรนแสวงหา ซึ่งถือว่าเป็นการ "ได้ใจของคนทำงาน" มากุมไว้