สะท้อนคิดจากการอ่านหนังสือ เชียงใหม่ ๖๐ รอบนักษัตร อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ต่อนะครับ
ภาค ๒ เชียงใหม่ในช่วงแผนพัฒนา เป็นประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของเชียงใหม่ ที่สะท้อนทั้งประวัติศาสตร์ภาพรวมของประเทศ และประวัติศาสตร์ภาคเหนือที่มีเชียงใหม่เป็นศูนย์กลาง ที่เห็นชัดว่า มช. มีส่วนผูกพันกับพัฒนาการของเมืองเชียงใหม่ค่อนข้างมาก ต่างจากบทบาทของ มอ. ที่ผมมีประสบการณ์ตรง ว่ามีบทบาทต่อแผนพัฒนาภาคใต้ โดยเฉพาะเมืองหาดใหญ่และสงขลาไม่มากเท่า
อย่างไรก็ตาม เรื่องราวในช่วง ๑๕ ปีของการต่อสู้ทางอุดมการณ์ของประเทศ คือช่วงปี พ.ศ. ๒๕๑๕ - ๒๕๓๐ กล่าวถึงเหตุการณ์ในส่วนกลางของประเทศเกือบทั้งหมด กล่าวถึงเรื่องราวความขัดแย้งทางอุดมการณ์ ในภาคเหนือน้อยมาก ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วมีเหตุการณ์ในภาคเหนือมากมาย
รศ. ดร. สมโชติ แบ่งภาค ๒ ออกเป็น ๓ ตอน ตอนที่ ๑ เชียงใหม่ยุคพัฒนาตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ แบ่งออกเป็น ๕ หัวข้อ คือ (ก) เชียงใหม่ยุคพัฒนาตามแผนพัฒนาฉบับที่ ๑ - ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๐๔ - ๒๕๕๙) (ข) ชุมชนภาคธุรกิจเอกชน (ค) ชุมชนภาคประชาชน (ง) ชุมชนในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ (จ) ชุมชนผีและชุมชนเทพ ผมชอบใจที่ท่านเขียนเรื่องชุมชนผีและชุมชนเทพ สะท้อนสภาพความเป็นสังคมที่ศรัทธาหลายความเชื่อในเวลาเดียวกัน คือคนที่นับถือศาสนาพุทธจะนับถือผีและเทพ (พราหมณ์หรือฮินดู) ไปในเวลาเดียวกันมาช้านาน
ข้อเขียนภาค ๒ ตอนที่ ๑ นี้ผมชอบมาก เพราะให้ภาพลักษณ์ที่เป็นพหุลักษณ์ได้ดีมาก โดยที่ชุมชนภาคธุรกิจเอกชน กับภาคราชการและการเมืองดูจะร่วมกันเป็นพลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของเชียงใหม่อย่างแข็งขันมาก ยิ่งในช่วงประมาณสิบห้าปีที่ผ่านมา นักธุรกิจและการเมืองของเชียงใหม่เข้าไปปกครองบ้านเมือง และดึงเอางบประมาณไปพัฒนาเชียงใหม่อย่างมากมาย ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันผมไปประชุมที่จังหวัดตรัง เห็นได้ชัดเจนว่าอดีตนายกรัฐมนตรีที่เป็นคนตรังไม่ได้ใช้นโยบายดึงงบประมาณเข้าบ้านตัวเอง เหมือนอย่างอดีต นายกรัฐมนตรีที่เป็นคนเชียงใหม่ และที่สำคัญ เป็นคนมือสะอาดกว่ากันอย่างเทียบกันไม่ได้เลย
เมืองเชียงใหม่มีชุมชนภาคประชาชนที่เข้มแข็ง และทำหน้าที่คานแนวทางพัฒนาที่ไม่สมดุล และในบางครั้งภาควิชาการ (ไม่ได้แยกออกมาเป็นอีกชุมชนหนึ่ง แต่ในท้องเรื่อง มีบทบาทไม่น้อย) ก็เข้าไปร่วมทัดทานการพัฒนาที่จะไม่ก่อความยั่งยืนด้วย ผมชื่นชมว่าเชียงใหม่เป็นสังคมที่เคารพความหลากหลายทางความคิด และอยู่ร่วมกันได้โดยทุกฝ่ายยึดเอาผลประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นที่ตั้ง
ผมมีข้อสังเกตมานานแล้วว่า เชียงใหม่มีความเด่น และมีโอกาสเพราะเป็นจุดศูนย์กลางของโครงการพิเศษอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในเรื่องการพัฒนาพื้นที่สูง ที่มีชาวไทยภูเขาอาศัยอยู่ หนังสือเล่มนี้ภาค ๒ ตอนที่ ๒ เรื่อง เชียงใหม่ในฐานะพื้นที่พิเศษ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จึงมีความเหมาะสมยิ่ง
ส่วนตอนที่ ๓ ของภาค ๒ เป็นเรื่องเชียงใหม่บนเส้นทางขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก สะท้อนความสามัคคีกลมเกลียวกันสร้างชื่อเสียงให้แก่เมือง บุคคลที่ทำหน้าที่เข้มแข็งที่สุดในสายตาของผมคือคุณอนันต์ ลี้ตระกูล ผู้มอบหนังสือเล่มนี้แก่ผมนั่นเอง
ภาค ๓ เป็นเรื่องอนาคต ใน ๑๒ ปีข้างหน้า เมื่อเชียงใหม่อายุครบ ๖๑ รอบนักษัตร แบ่งออกเป็นโครงการอนุรักษ์ ๑๒ เรื่อง โครงการพัฒนา ๖ เรื่อง และได้นำบทความมองอนาคตจากสื่อมวลชนมาลงไว้ เป็นการเตือนให้มองอนาคตในแบบที่ไม่ใช่ต่อเนื่องจากปัจจุบัน ทำให้หนังสือมีความสมบูรณ์
อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว ผมมีความนับถือ รศ. ดร. สมโชติ อ๋องสกุล ในความขยันอุตสาหะวิริยะของท่าน คนที่จะเขียนหนังสือแบบนี้ได้ต้องสะสมข้อมูลมาก โดยเฉพาะภาพ ซึ่งช่วยให้การอ่านหนังสือเล่มหนาเกือบ ห้าร้อยหน้าเล่มนี้มีความสนุกสนาน และให้ความรู้มาก
วิจารณ์ พานิช
๒๖ ก.ย. ๕๙