สามสาวสูงวัยพิชิตเขาดินสอ

ครูแอ๋ม
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

13 ตุลาคม 2559 สามสาวสูงวัยเป็นข้าราชการบำนาญ 3 คน อายุรวมกันเฉียด 200 ปี นัดไปพิชิตเขาดินสอ เพราะเป็นคนชุมพร แต่ยังไม่เคยมาปีนเขาดินสอ จนล่วงเลยสู่วัยเกษียณ อยากจะลอง(เพื่อวัดสมรรถนะของร่างกาย) อยากจะเห็นคนต่างถิ่นถามจะได้ตอบเขาได้ ไม่อายใคร ว่าแล้ว 3 สาว ประกอบด้วย อดีตท่านผู้อำนวยการโรงเรียนท่าข้ามวิทยา ผู้อำนวยการไมตรี เยาวหลี ท่านที่ 2 อาจารย์ลำยู ยังสุนิตย์ อดีตครูผู้สอนโรงเรียนท่าแซะรัชดาภิเษก และผู้เขียนบันทึกนี้ อาจารย์สคราญ วิเศษสมบัติ อดีตครูโรงเรียนเมืองขุมพรบ้านเขาถล่ม เช้านี้เตรียมพร้อม เสบียงข้าวจี่ กับปีกไก่ทอด พร้อมแล้วสะพายเป้ออกเดินทาง เวลา 05.15 น. ปลายทางเขาดินสอ ตามเวลานัดหมาย 06.00 น.

มาทำความรู้จัก "เขาดินสอ" แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดชุมพรกันก่อนค่ะ

เขาดินสอ เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในเขตอำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร บนยอดเขาเป็นลานกว้าง เมื่ออยู่บนนี้จะมองเห็นทิวทัศน์ได้อย่างกว้างไกลตั้งแต่ทะเลตะวันออก เรือกสวนไร่นาไปจนถึงเทือกเขาสลับซับซ้อนข้ามแดนพม่ากันทีเดียว และที่สำคัญเขาดินสออยู่ในเส้นทางเหยี่ยวอพยพ ที่เหยี่ยวนับแสนตัวบินผ่านเขาดินสอในช่วงเดือนกันยายนถึงตุลาคม ของทุกปี


ขอบคุณภาพ....Armoo ชุมพร

เขาดินสอ ห่างจากตัวเมืองชุมพรประมาณ 20 กิโลเมตร ยอดเขาสูงจากน้ำทะเลประมาณ 736 เมตร มีการพัฒนาเส้นทางให้ขึ้นเขาได้สะดวกพอสมควร บนยอดเขามีลานกว้างซึ่งมองเห็นทิวทัศน์ทะเลชุมพรชายหาดทุ่งวัวแล่น ความสดเขียวของสวนผลไม้ และสวนยางพารา ทั้งยังเป็นจุดที่สามารถชมวิวหรือถ่ายรูปได้ทั้งอาทิตย์ขึ้นและอาทิตย์ตกที่สวยงามสภาพป่าของเขาดินสอเป็นป่าไม่ผลัดใบเพราะอยู่ในเขตมรสุม ได้รับความชุ่มชื้นตลอดปี มีไม้ป่าและพืชพันธุ์เฉพาะถิ่นให้ศึกษาได้เป็นอย่างดี

ทำเลที่ตั้งของเขาดินสอที่อยู่ระหว่างท้องทะเลและเทือกเขาตะนาวศรี ทำให้ผืนฟ้าบริเวณนี้มีอุณหภูมิและความกดอากาศ ที่เหมาะสมในการร่อนบินของบรรดานกอพยพ โดยเฉพาะนกเหยี่ยวที่อพยพหนีหนาวจากซีกโลกตอนเหนือ ทั้งจากจีน มองโกเลีย ไซบีเรีย ญี่ปุ่นไต้หวัน ที่อพยพลงมาทางใต้ เมื่อผ่านบริเวณนี้ซึ่งเปรียบเสมือนคอขวดของเส้นทาง จึงมีฝูงนกร่อนบินกันหนาแน่นนักดูนกจึงอาศัยเขาดินสอเป็นแหล่งดูนกอพยพที่สำคัญอีกจุดหนึ่ง ประกอบกับทางจังหวัดชุมพรร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ร่วมกันจัดกิจกรรมดูเหยี่ยวอพยพ ในช่วงประมาณเดือนตุลาคมซึ่งได้รับความสนใจจากนักดูนกและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก........(http://www.siamfreestyle.com)

การเดินทางไปยังเขาดินสอ

เขาดินสอ ตั้งอยู่ หมู่ที่ 8 บ้านแหลมยางต.บางสน อ.ปะทิว จ.ชุมพร จากตัวเมืองชุมพรใช้ถนนทางหลวงหมายเลข 3201สายปะทิว-ชุมพร ระยะทางประมาณ 20 กม.อยู่ก่อนถึงกม. ที่ 27 อยู่ด้านซ้ายมือจะมีป้ายบอกจุดชมวิวเขาดินสอ


จุดนัดพบของเราสามคนบริเวณทางขึ้นเขาดินสอ เวลานัดหมาย 06.00 น. ทำไมต้องเป็นเวลานี้ เพราะไม่ร้อนและช่วงเวลาที่เหมาะสมของการดูเหยี่ยวคือ ช่วงเช้า เวลา 08.00-10.30 น. และช่วงบ่าย เวลา 14.30-17.00 น. โดยในช่วงเช้าเหยี่ยวจะบินอพยพในระดับต่ำ และจะไต่ระดับความสูงยิ่งขึ้นตามอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวันอีกด้วย ข้อมูลจาก จังหวัดชุมพร ประมาณ 06015 น. คณะของเราเพิ่มลูกชายและลูกสะใภ้ท่านผอ.ไมตรี เยาวหลี อีกสองคน ท่านบอกเอามาเป็นเพื่อน เผื่อผู้หญิงสูงวัยต้องขึ้นตามลำพัง เพื่อความอุ่นใจ รถเก๋งสามคันคลานตามกันขึ้นไปยังลานจอดรถ สบาย ๆ สูงพอประมาณ ที่ลานจอดรถมีจุดถ่ายภาพ

จากลานจอดรถ ต้องเดินขึ้นบันไดไปพอสมควรค่ะ

เดินขึ้นไปสุดบันไดขั้นสุดท้ายจะเป็นลานกว้าง มีสถานที่บริการข้อมูลให้กับนักท่องเที่ยว ห้องน้ำ ร้านอาหาร น้ำดื่ม ลานถ่ายภาพ ทุกอย่างมีพร้อมค่ะ สัญลักษณ์ของที่นี่ เหยี่ยวค่ะ ดูได้ตลอดเวลา จัต้องได้ ไม่บินหนีไปไหน

บริเวณลานหน้าทางขึ้นสู่ยอดเขาดินสอ มีจุดที่เขาให้เราถ่ายรูปเป็นที่ระลึกหลายจุด หลายคนที่มาพวกเขามาบริเวณนี้เก็บภาพเป็นที่ระลึกแล้วก็กลับ...มาแล้วจ้าเขาดินสอ



โอ้เอ้ เก็บภาพกันจนอิ่มเกือบจะเจ็ดนาฬิกาแล้ว คณะของเราเตรียมเดินทางขึ้นเขาค่ะ ซึ่งต้องใช้เวลาเดินขึ้นยอดเขาประมาณ 2 ชั่วโมง เส้นทางคดเคี้ยว เป็นทางแคบ ๆ แค่เดินสวนกันได้สองคน บริเวณที่สูงชันจะมีราวบันไดเหล็กให้เกาะไต่ขึ้นไป พื้นเขาก็นำแผ่นปูนปูให้เราเดินได้สะดวกและไม่ลื่นในหน้าฝน ผ่านไปพอเหนื่อยและหอบสำหรับผู้สูงวัยทั้งสาม จะัมีศาลาให้แวะพัก.....เราลืมถ่ายภาพศาลา จึงขออนุญาต Armoo ชุมพร มาให้ดูค่ะ


ศาลาแรกที่แวะพัก เก็บภาพสวย ๆ ยามเช้า ประทับใจมาก หายเหนื่อยค่ะ คณะของเราดื่มดำ่กับธรรมชาติอันงดงามของแสงแรกยามเช้านี้

เริ่มมีคนเดินขึ้นมาบ้างแล้ว หายเหนื่อยแล้วเดินกันต่อค่ะ ผ่านสภาพป่าและพรรณไม้เฉพาะถิ่นภาคใต้ ต้น "มังเคร" ต้น "ทุ" ป่าที่นี่เป็นป่าโปร่ง จะเห็นดอกมังเคร ดอกทุ เป็นระยะ ๆ


พื้นที่บริเวณนี้ไม่ค่อยจะสูงชันนัก เดินไปถ่ายรูปไปได้ ไม่เหนื่อยมาก แวะอีกศาลา(จำไม่ได้แล้วว่าศาลาที่เท่าไรเพราะเหนื่อย) เก็บภาพวิวสวย ๆ ดื่มด่ำกับธรรมชาติจ้า

คราวนี้ผ่านบริเวณนี้ขึ้นไปไต่เขาสูงชัน แดดเริ่มส่อง เริ่มร้อน เหงื่อออกเป็นเสมือนอาบน้ำ เกือบท้อแล้ว แต่เจอคนที่เดินแซงหน้าเราขึ้นไปสองสามีภรรยา ถามเขาว่ามาจากที่ไหนเขาบอกมาจากหาดใหญ่ มาเป็นครั้งที่ห้าแล้ว อายเขาไหมล่ะ? พวกเราใกล้เกลือกินด่าง เพิ่งมาครั้งแรกเมื่อวัยเกือบจะไม่ไหวแล้ว ต้องไปให้ถึง สู้ ๆ ดูอาการหอบจนลิ้นห้อย

ยิ่งสูงจะมีลมสบาย มีนักดูเหยี่ยวเขามากางเต๊นท์ ตั้งกล้องดู มีเป็นสิบคน แวะคุยกับพวกเขาบางคนชอบกิจกรรมนี้ บางคนเป็นนักวิจัย ถามเขาว่าเห็นเหยี่ยวบ้างไหม เขาบอกเห็นเป็นพัน ๆ แต่ต้องดูจากกล้อง หรือไม่เวลาเราเดินต้องไม่ก้มหน้า แหงนมองฟ้าก็จะเห็น ทำตามที่เขาว่าคงสะดุดหินตกเขาตาย พวกเราไม่มีกล้องส่องดูเหยี่ยว เราก็มาชมธรรมชาติ บริเวณนี้ ธรรมชาติสวย ลมพัดผ่านสบาย เก็บภาพอย่างมีความสุข



เดินต่อค่ะ....เดิน ๆ ขึ้นไปเรื่อย ๆ เหงื่อเข้าตาเพราะแดดส่องแล้ว ร้อน สักพัก อากาศเริ่มเย็น เข้าทำนอง "ยิ่งสูงยิ่งหนาว" ใช่แล้วเราถึงยอดเขาดินสอแล้ว ไชโย !! พวกเราสามสาวสูงวัย พิชิตยอดเขาดินสอได้แล้ว สุดยอด!!


ที่นี่เป็นพื้นไม้ยกพื้นสูง เพื่อให้ชมวิว 360 องศา อากาศค่อนข้างเย็น สบาย หายเหนื่อย แสดงว่าเรายังมีพลัง "สามสาวสูงวัย"

บนยอดเขาซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเล 400 เมตร เป็นลานเรียบกว้างปกคลุมด้วยทุ่งหญ้า มองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกลทั้งด้านทิศตะวันออก ซึ่งเป็นท้องทะเลและชายหาดทุ่งวัวแล่น และด้านทิศตะวันตกจะมองเห็นทางรถไฟไปจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สวนผลไม้และสวนยางพารา ทิวเขาสลับซับซ้อนสวยงามทอดไกลจดประเทศพม่า บนยอดเขาสามารถกางเต็นท์ได้ แต่ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก

นั่งพัก เติมพลังด้วยข้าวจี่ ปีกไก่ทอด แถมด้วยน้ำพริกมะขาม ทานไปชมธรรมชาติไป อากาศเย็นสบาย หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง เราสามคนภูมิใจ ที่พิชิตเขาดินสอได้ เพราะเราสามสาวสูงวัยแล้ว สามคนเกือบสองร้อยปี แสดงว่าเราทั้งสาม "ยังไหว" ได้เวลาพอสมควรแล้วเดินกลับลงมาเจอป้ายขอแสดงความยินดี รอช้าอยู่ได้ไง เก็บภาพเป็นที่ระลึกค่ะ

เดินลงเขาต้องระมัดระวัง กลัวสะดุดหินหัวทิ่ม ใช้เวลาไม่นานนัก พวกเรากลับขึ้นรถมุ่งหน้าไปทานกลางวัน ก๋วยเต๊่ยวร้าน "ต้นมะยม" ไม่ไกลจากที่นี่นัก

นั่งทานก๋วยเตี๋ยว มองทะเล นี่แหละชีวิตที่มีความสุข วันนี้เราทำได้แล้ว

ขอบคุณท่านผอ.ไมตรี เยาวหลี ขอบคุณอาจารย์ลำยู ยังสุนิตย์ และขอบคุณน้องโฟมและภรรยาที่เก็บภาพสวย ๆ ให้เราไว้ดูเป็นที่ระลึก ..ขอบคุณค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สังคมแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้



ความเห็น (0)