ทำอย่างไรจะพัฒนาศักยภาพของบุคคลหรือประชาคมเหล่านี้ให้มีสุขภาวะอยู่เย็นเป็นสุข

1.ผู้สูงวัยติดเตียงยากจน มีปัญหากลืนลำบาก หกล้มจนปวดหลังรุนแรงและไม่มีคนดูแล

ต้องใช้ความร่วมมือของสหวิชาชีพเข้าไปช่วยเหลือ ดูแล และฟื้นฟู อาจจะเริ่มต้นจากการที่ให้อาสาสมัครชุมชนหรือที่เรียกกันทั่วๆไปว่าอสม. ซึ่งจะเป็นบุคคลที่ใกล้ชิดและสามารถเข้าถึงชาวบ้านได้มากที่สุดเข้าไปทำการประเมินและซักประวัติคนไข้เบื้องต้น ทั้งอาการรวมถึงสภาพแวดล้อม สภาพความเป็นอยู่ จากนั้นควรให้มีการกระจายแพทย์ นักกายภาพบำบัด นักกิจกรรมบำบัด หรือวิชาชีพอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์สุขภาพลงมาตามชุมชนเพื่อช่วยเหลือ ดูแลและฟื้นฟูคนไข้ที่มีปัญหาแล้วไม่สามารถไปหาเราเองได้ และควรทำเป็นประจำ อย่างทั่วถึง เพื่อให้ประชาชนทุกคนทุกเพศทุกวัยทุกฐานะได้เข้าถึงการรักษาพยาบาลและการอนามัยที่ดี เพื่อที่เขาจะได้มีสุขภาวะทั้งทางกายและทางจิตใจที่ดีและมีความสุข โดยในแต่ละสาขาวิชาชีพก็จะมีหน้าที่และบทบาทที่สามารถช่วยเหลือคนไข้ได้แตกต่างกันออกไป อย่างเช่นจากกรณีนี้ ปัญหาการกลืนลำบาก ต้องใช้ความร่วมมือของสหวิชาชีพอื่นๆไม่ว่าจะเป็นแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู ทันตแพทย์ นักโภชนาการ พยาบาล และนักกิจกรรมบำบัดก็จะมีบทบาทในการเข้าไปบำบัดหรือกระตุ้นการกลืนของผู้สูงอายุด้วยวิธีการต่างๆไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายกล้ามเนื้อที่ใช้ในการกลืน (oromotor exercise) การปรับอาหาร (Dietary modification) การใช้ยา (Medication) เป็นต้น ในส่วนของปัญหาติดเตียงและการปวดหลังรุนแรงนั้นก็ควรให้แพทย์เฉพาะทางทำงานร่วมกับนักกายภาพบำบัดในการเช้าไปรักษา บำบัด และฟื้นฟูเพื่อให้คนไข้สามารถช่วยเหลือตัวเองให้ได้มากที่สุดตามศักยภาพที่เขามีอยู่

2.วัยทำงานมีภาวะซึมเศร้าและไม่มีทำงานทำ ต้องให้พ่อแม่ผู้สูงวัยเลี้ยงดู

ควรพาไปพบจิตแพทย์เพื่อตรวจคัดกรองและหาแนวทางการรักษาต่อไปซึ่งการรักษานั้นมีหลายวิธี โรคซึมเศร้า สามารถรักษาให้หายได้ด้วยวิธีการรักษาทางจิตใจ และการรักษาด้วยยาหลายชนิด โดยที่แต่ละคนอาจตอบสนองต่อการรักษาแต่ละชนิดไม่เท่ากัน บางคนอาจต้องการการรักษาหลายอย่างร่วมกัน การรับประทานยาจะทำให้อาการของโรคดีขึ้นเร็ว ในขณะที่การรักษาทางจิตใจจะช่วยให้คนไข้เหมือนมี “ภูมิคุ้มกัน” สามารถต่อสู้กับปัญหาที่จะย่างกรายเข้ามาได้ดีกว่าเดิม หรือใช้กิจกรรมบำบัดเข้ามาช่วยโดยบทบาทของนักกิจกรรมบำบัดนั้นจะทำการประเมินภาวะซึมเศร้าของผู้ป่วย โดยพิจารณาจากกรอบอ้างอิง PEOP

P (Person) : สภาพร่างกายและจิตใจที่อาจก่อให้เกิดปัญหาของโรคซึมเศร้า ซึ่งจะเน้นความสำคัญทางด้านจิตใจของผู้ป่วยมากกว่า ด้านร่างกาย

E (Environment) : สภาพแวดล้อมของบ้าน ครอบครัว สังคม ที่ส่งผล หรือกระตุ้นให้เกิดภาวะซึมเศร้า

O (Occupation) : สภาวะนี้ ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตต่างๆ กิจกรรมดำเนินชีวิตประจำวันที่ควรทำได้ ทำได้น้อยลง หรืออาจจะไม่ทำเลย

P (Performance) : ลดความสามารถในการเข้าสังคมและการทำกิจกรรมต่างๆ รวมถึง แรงจูงใจในการทำกิจกรรมที่ตนเองชอบก็ลดลงด้วย

จากนั้นก็กระตุ้นให้ผู้รับบริการทำกิจกรรมต่างๆ โดยเน้นที่กิจวัตรประจำวันที่ควรต้องทำ และสร้างโอกาสในการทำกิจกรรมที่ตนเองชอบ ร่วมกับบุคคลอื่นๆในสังคม เพื่อให้ผู้ป่วยได้มีส่วนร่วม พร้อมทั้งให้กำลังใจ จากนั้นประเมินถึงความสามารถของการดำเนินชีวิตซ้ำหลังจากให้การบำบัด ฟื้นฟู และหาสาเหตุของปัญหา เพื่อที่จะได้แก้ไขร่วมกับสหวิชาชีพ เพื่อเพิ่มความสามารถในการดำเนินชีวิต และคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป

3.วัยรุ่นไม่ไปโรงเรียน ย้ำคิดย้ำทำ ผลัดวันประกันพรุ่ง และติดเกม

ควรให้ผู้ปกครองดูแลและเข้มงวดอย่างใกล้ชิด ถ้าเกิดไม่สามารถควบคุมเด็กได้ก็ควรพามาพบจิตแพทย์เพื่อเข้ารับการบำบัดรักษาอย่างจริงจัง อาจจะรักษาโดยการใช้ยาที่รักษาอาการโรคย้ำคิดย้ำทำหรือจะเป็นการรักษาโรคย้ำคิดย้ำทำแบบพฤติกรรมบำบัด โดยการให้ผู้ป่วยเผชิญ กับสิ่งที่ทำให้กังวลใจและป้องกันไม่ให้มีพฤติกรรมย้ำทำที่เคยกระทำ ตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยที่มักล้างมือ ก็ให้จับของที่ผู้ป่วยรู้สึกว่าสกปรก ให้รออยู่ช่วงหนึ่งจึงอนุญาตให้ล้างมือ การฝึกจะทำตามลำดับขั้น เริ่มจากสิ่งที่ผู้ป่วยรู้สึกกังวลน้อยไปหามาก และระยะเวลาที่ไม่ให้ล้างมืออาจเริ่มจาก 10-15 นาที ไปจนเป็นชั่วโมง หากการรักษาได้ผลผู้ป่วยจะกังวลน้อยลงเรื่อยๆ จนสามารถจับสิ่งต่างๆ ได้โดยไม่ต้องรีบไปล้างมือก่อน

นอกจากนี้ การให้ความรู้แก่สมาชิกในครอบครัวผู้ป่วย มีความสำคัญอย่างยิ่ง แพทย์ควรแนะนำสมาชิกในครอบครัว ถึงอาการของโรค แนวทางการรักษาและการดูแลผู้ป่วย รวมทั้งแนะนำให้มีท่าทีเป็นกลางต่ออาการของผู้ป่วย โดย ไม่ร่วมมือและช่วยเหลือผู้ป่วยเมื่อผู้ป่วยมีอาการ ในขณะเดียวกัน ก็ไม่ต่อว่าผู้ป่วย เนื่องจากอาจทำให้ผู้ป่วยเครียด และยิ่งกระตุ้นให้อาการเป็นมากขึ้นได้

ในปัญหาของการติดเกมนั้นก็ควรจะต้องพยายามหากิจกรรมอื่นๆให้เด็กทำแทนการเล่นเกม หรืออาจะมีการตั้งเงื่อนไขขึ้นมาเพื่อลดการติดเกมของเด็ก มีการจำกัดเวลาหรือมีเงื่อนไขให้เด็กมาแลกเพื่อที่จะได้เล่นเกมแต่ต้องภายในเวลาที่เงื่อนไขกำหนด หรืออาจจะบอกให้เด็กทราบถึงข้อเสียและภัยจากการติดเกม

4.วัยเด็กสมาธิสั้น ก้าวร้าว ตีคนแปลกหน้า และไม่ชอบออกจากบ้าน

เริ่มต้นจากครอบครัวต้องเข้าใจในตัวเด็กก่อนแต่ก็ไม่ควรไปตามใจเด็ก ควรฝึกให้เด็กรู้จักมีการเข้าสังคมและพบปะผู้คนแปลกหน้าโดยเริ่มจากสังคมกลุ่มเล็กๆก่อน อาจจะเป็นครอบครัวที่มีญาติคนอื่นมาด้วย ค่อยๆเริ่มจากญาติของตัวเองแล้วค่อยๆเพิ่มความห่างเหินเข้าไปจนเป็นญาติห่างๆไปจนถึงคนข้างบ้านหรือคนรู้จักคนอื่นๆ การรักษาโรคสมาธิสั้นนั้นอาจจะให้ไปรับคำปรึกษากับจิตแพทย์เพื่อรับยาหรืออาจจะเป็นการรักษาทางกิจกรรมบำบัดโดยไม่ใช้ยาก็เป็นได้ พยายามให้เด็กอยู่ในสภาพแวดล้อมภายในบ้านที่ดีที่สุด ไม่วุ่นวาย อย่าให้เด็กเห็นถึงการทะเลาะเบาะแว้งกันเพื่อไม่ให้เด็กมีความก้าวร้าวที่เพิ่มขึ้น ควรมีการสร้างกฎเกณฑ์และตารางเวลาอย่างชัดเจน มีการสื่อสารที่ชัดเจน กระชับ นอกจากนี้ การปรับสภาพแวดล้อมการเลี้ยงดูให้เด็กอยู่ในบรรยากาศที่สงบ และมีระเบียบวินัย มีส่วนช่วยบำบัดเด็กสมาธิสั้นได้อีกทาง รวมถึง โรงเรียน ซึ่งบทบาทของครูนั้น ต้องแสดงการยอมรับในความบกพร่องของเด็ก เอาใจใส่ดูแลเด็กมากขึ้น แยกจากกลุ่มเด็กซน รวมถึงการให้เด็กได้มีการเคลื่อนไหวร่างกายในห้องเรียนบ้าง เช่น ช่วยครูลบกระดาน ทำความสะอาดห้องเรียน และดูแลเรื่องการเรียนเป็นพิเศษ จึงจะทำให้เด็กมีพัฒนาการที่ดียิ่งขึ้นได้อีกทางหนึ่ง ดังนั้นทุกๆที่ที่เด็กอยู่ก็ควรที่จะมีสภาพแวดล้อมที่ดี มีคนเข้าใจและพร้อมที่จะดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ปล่อยปะละเลย จึงจะทำให้ตัวเด็กนั้นรู้สึกว่าตัวเองไม่มีปมด้อยและมีความสุข

เอกสารอ้างอิง

การกระตุ้นกลืน.(ออนไลน์) เข้าถึงได้จาก http://rehabmed.or.th/main/wp-content/uploads/2014...

/L- 360.pdf สืบค้นวันที่ 30 กันยายน 2559

โรคซึมเศร้า. (ออนไลน์) เข้าถึงได้จาก http://med.mahidol.ac.th/ramamental/Generalknowled...

general/09042014-0924 สืบค้นวันที่ 30 กันยายน 2559

กิจกรรมบำบัดกับโรคซึมเศร้า. (ออนไลน์) เข้าถึงได้จาก https://www.gotoknow.org/posts/481641

สืบค้นเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2559

โรคย้ำคิดย้ำทำ. (ออนไลน์) เข้าถึงได้จาก http://med.mahidol.ac.th/ramamental/generalknowled...

/general/05012014-1443 สืบค้นเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2259

เด็กสมาธิสั้น. (ออนไลน์) เข้าได้จาก http://www.oknation.net/blog/ADHD/2007/08/11/entry...

สืบค้นเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2559