1. ผู้สูงอายุติดเตียง ยากจน มีปัญหากลืนลำบาก หกล้มจนปวดหลังรุนแรง และไม่มีคนดูแล

- การมีคนดูแล เป็นสิ่งจำเป็นต่อผู้ป่วยสูงอายุที่ติดเตียง หากไม่มีญาติ อาจส่งหน่วยงานอาสาเข้าดูแล ทั้งการพูดคุยเพื่อกระตุ้นให้มีกำลังใจ ไม่รู้สึกเหงา รวมถึงการดูแลให้มีการทำกิจกรรมที่ผู้ป่วยสามารถทำได้ มีความสุข และเหมาะกับศักยภาพของผู้ป่วย

- ปัญหาการกลืนลำบาก และปวดหลังรุนแรงควรได้รับการรักษาทั้งจากนักกิจกรรมบำบัดและนักกายภาพบำบัดต่อไป ซึ่งอาจจำเป็นต้องอาศัยหน่วยงานของรัฐเข้ามาช่วยเหลือ

- ควรให้ข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการดูแลตนเอง เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองได้หากจำเป็นต้องอยู่ลำพัง

- หากลุ่มผู้ฝึกงานอาชีพ หรือผู้มีความรู้ ช่วยฝึกงานฝีมือ หรืออาจเป็นงานที่ผู้ป่วยถนัดอยู่แล้ว เพื่อทำให้ผู้สูงอายุสามารถสร้างรายได้เพื่อมาเลี้ยงตนเองได้แม้ต้องอยู่ลำพัง แต่ก็จำเป็นต้องคำนึงถึงความสามารถของผู้ป่วยเป็นหลักด้วย


2.วัยทำงานมีภาวะซึมเศร้าและไม่มีงานทำ ต้องให้พ่อแม่ผู้สูงวัยลี้ยงดู

- ภาวะซึมเศร้า อาจะเกิดจากความฟุ้งซ่าน ท้อแท้ ในเรื่องต่างๆ ซึ่งหากเป็นกรณีนี้ สามารถแก้ไข้ได้ด้วยการหาอะไรให้ทำ เพื่อเป็นการใช้เวลาไปกับงานที่อยู่ตรงหน้า ลดการคิดเกี่ยวกับเรื่องที่ทำให้ท้อแท้

- กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางความคิด เพื่อทำให้ตนเองรู้สึกดีขึ้น

- ควรเลือก หรือหางานที่ตนเองสนใจทำ หรือทำแล้วมีความสุข เพื่อหาเลี้ยงตนเองและยังเลี้ยงพ่อแม่ผู้สูงวัยได้ การที่ได้ทำงานที่ตนเองถนัดและชอบ ยังทำให้มีความสุขในการได้ทำสิ่งที่รักด้วย

- คนรอบข้างควรเข้าใจอาการของผู้ป่วย ไม่ตอบสนองด้วยการทำร้ายจิตใจหรือเป็นการซ้ำเติม สิ่งที่สำคัญที่สุด คือการรับฟัง เข้าใจ และห่วงใย


3. วัยรุ่นไม่ไปโรงเรียน ย้ำคิดย้ำทำ ผัดวันประกันพรุ่ง และติดเกม

- ครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ ควรช่วยหากิจกรรมให้เขาทำ หรืออาจหาเป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกัน เพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์ภายในครอบครัวไปในตัว

- ผู้ปกครองควรตั้งกฎเกณฑ์ในการเล่นเกม คือระบุระยะเวลาในการเล่น และตั้งขอบเขตอย่างจริงจัง

- ให้ผู้ปกครองคุยกับเด็กถึงเหตุผลว่าเพราะอะไรถึงไม่อยากไปโรงเรียน ซึ่งอาจเกิดมาจากการมีปัญหากับเพื่อน คุณครู โรงเรียน อะไรที่เขาแก้ไขเองไม่ได้ ไหม เพื่อหาต้นเหตุเเละช่วยเเก้ไขปัญหานั้น

- เนื่องจากภาวะไม่ยอมไปโรงเรียนมักเกิดจากหลายสาเหตุ หลาย ปัจจัย การรักษาที่เหมาะสมจึงต้องใช้หลายวิธีผสมผสานกัน (multimodal treatment) เน้นแก้ไขสาเหตุ ร่วมกับการรักษาด้วยวิธี พฤติกรรมบำบัด (behavior therapy) หรือ การบำบัดพฤติกรรมและการ รู้คิด (cognitive behavioral therapy) นอกจากนี้การรักษาโรคทางจิตเวช ที่มีร่วมด้วยอย่างเต็มที่และการประสานงานทำความเข้าใจกับทาง โรงเรียนก็ล้วนมีความสำคัญในการดูแลรักษาเด็กและวัยรุ่นที่มีภาวะไม่ ยอมไปโรงเรียน

- ควรได้รับการอบรม เกี่ยวกับข้อเสียของการผัดวันประกันพรุ่ง เด็กอาจไม่ปฏิบัติตอนนั้น แต่เมื่อเจอเหตุการณ์จริง จะทำให้เขาเข้าใจข้อเสียการผัดวันประกันพรุ่งด้วยตัวเอง

- เข้ารับการรักษาโดยวิธี พฤติกรรมบำบัด โดยการให้ผู้ป่วยเผชิญ กับสิ่งที่ทำให้กังวลใจและป้องกันไม่ให้มีพฤติกรรมย้ำทำ ที่เคยกระทำ

- ครอบครัวไม่ควรต่อว่าผู้ป่วย เนื่องจากอาจทำให้ผู้ป่วยเครียด และยิ่งกระตุ้นให้อาการเป็นมากขึ้นได้


4.วัยเด็กสมาธิสั้น ก้าวร้าว ตีคนแปลกหน้า และไม่ชอบออกจากบ้าน

- โดยปกติแล้ว เด็กที่มีอาการของสมาธิสั้น มักมีนิสัยก้าวร้าว รวมถึงชอบตีคนแปลกหน้าอยู่แล้ว ส่วนใหญ่มักพบในเด็กอายุ 2-5 ปี ซึ่งยังเป็นวัยที่มีพัฒนาการทางด้านอารมณ์ แต่อาการก้าวร้าวเอง ก็อาจเกิดมาจากสิ่งแวดล้อม และการเลี้ยงดูของครอบครัว พ่อแม่สามารถช่วยดูแลได้ จากการที่ช่วยควบคุมอารมณ์ลูกไม่ให้ก้าวร้าว ห้ามอย่างจริงจังเมื่อเห็นลูกของตนเองตีคนแปลกหน้า ถ้าอาละวาดให้หยุดความสนใจ เมื่อสงบลง จึงค่อยทำให้เขารู้ว่าเราจะเขาไปหาเขาเมื่อสงบเท่านั้น อธิบายถึงความถูกต้อง ใน สิ่งที่เด็กควรทำและไม่ควรทำ เพื่อให้เขาเข้าใจ

- ผู้ปกครองอาจพาเด็กออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน เพื่อทำให้เด็กเคยชินกับการพบปะคนแปลกหน้า และอาจทำให้อยากออกไปเจอโลกภายนอกมากขึ้น


ที่มา : http://health.kapook.com/view3241.html

http://rama4.mahidol.ac.th/ramamental/?q=generaldoctor/09042014-1218

http://1081009words.blogspot.com/2013/02/blog-post.html

http://med.mahidol.ac.th/ramamental/generalknowledge/general/05012014-1443